สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๔ กันยายน ๒๕๕๑

สุวโรช พะลัง หารือเรื่องการปรับลดเงินงบประมาณในกระทรวงการคลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรมศุลกากรและกรมธนารักษ์ และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการดูแลอาณาเขตและป้องกันการค้าขายของที่ผิดกฎหมาย รวมถึงการดูแลแรงงานพม่าที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการจัดสรรที่ดินราชพัสดุของกรมธนารักษ์ เพื่อปลูกพืชเศรษฐกิจและจัดการที่ดินให้กับประชาชนอย่างยุติธรรม

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในกระทรวงการคลัง มาตรา ๗ นี้ ผมได้ขอปรับลดงบประมาณไว้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์โดยภาพรวมทั้งกระทรวง แต่เพื่อประหยัดเวลาของท่านประธาน แล้วก็ ที่ประชุมแห่งนี้ ก็ขออนุญาตที่จะอภิปรายเพียงแค่ ๒ กรม ก็คือในส่วนของ กรมศุลกากร และกรมธนารักษ์ ในส่วนของกรมศุลกากรนี้คงมีประเด็นที่กราบเรียนผ่านท่านประธาน ถามไปยังคณะกรรมาธิการครับ

๑. เรื่องในการจัดตั้งงบประมาณในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ในการอนุมัติโครงการที่อยู่ในงบประมาณเพิ่มเติมนี้ ในหลักการผมเห็นด้วยนะครับ ที่กรมศุลกากรนี้ไปได้งบประมาณในการก่อสร้างด่านศุลกากรบูเก๊ะตา ซึ่งตรงนี้เปึนเรื่อง ที่มีความจําเปึน มีความสําคัญ แต่ที่ติดใจก็คือว่าหลักเกณฑ์ของทางคณะกรรมาธิการ นี้คือโครงการลักษณะอย่างนี้น่าจะเปึนโครงการที่อยู่ในงบปกติครับ แต่ทําไมถึงมาอยู่ ในงบที่ชั้นแปรญัตติ แล้วเปึนงบผูกพันด้วย ผมเปึนห่วงเรื่องวินัย ทางการเงิน ทางการคลังในอนาคตข้างหน้า ในงบปกติที่หน่วยงานเสนอโครงการตามปกติขึ้นมา อาจจะไม่ผ่าน เพราะเหตุผลกลใดก็สุดแล้วแต่ แต่ใช้เล่นเล่ห์เพทุบาย ใช้เส้นใช้สายมาซุก มาซ่อนโครงการ มาสอดไส้ใส่เอาในช่วงของคณะกรรมาธิการนี้ครับ เพราะฉะนั้นก็มี ประเด็นที่จะถามว่าทางคณะกรรมาธิการนี้ได้ถือหลักเกณฑ์อะไร ในการพิจารณา โครงการในงบเพิ่ม แล้วเปึนงบผูกพันด้วย มันเหมาะสมไหม มันเกี่ยวข้องกับวินัยทางด้าน การเงิน การคลัง ในวันข้างหน้าไหม นั่นก็คือในเรื่องที่ ๑ ของกรมศุลกากร

ในเรื่องที่ ๒ ผมไม่ทราบว่าทางคณะกรรมาธิการนี้ครับ ซึ่งก็มีท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ขออภัยเอ่ยนามท่านครับ ท่านประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เปึนรัฐมนตรีช่วยฯ อยู่ ก็เปึนกรรมาธิการด้วย ได้มีการซักถาม ได้มีการสอบถาม ได้มี การศึกษาทั้งกรอบภาระหน้าที่ส่วนตัวของท่าน ซึ่งกํากับดูแลกรมศุลกากร นี้ครับ ในการจัดตั้งด่านทั่ว ๆ ไปทั่วราชอาณาจักร เพราะท่านประธานต้องเข้าใจว่า ประเทศไทยเรานี้ มันมีอาณาเขตต่อหลายพื้นที่ที่มันมีอาณาเขตต่อชายแดน กับประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเปึนประเทศพม่าก็ดี ลาวก็ดี เขมรก็ตาม เพราะฉะนั้น ความสัมพันธ์ของคน ๒ ชาตินี้ครับ เดินเข้าเดินออกกันไปเดินออกกันมานี้ ก็มีการเอาของ ทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมายเข้ามาค้าขายระหว่างกันได้ ตรงนี้เปึนหน้าที่ของทาง กรมศุลกากร ที่อยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานถามทางคณะกรรมาธิการได้ซักถาม ไหมวิธีการตั้งด่านศุลกากรขึ้นมา ท่านมีแผนการในการจัดตั้งด่านต่าง ๆ ขึ้นมาอย่างไร ในแต่ละป้งบประมาณ หรือมีแผน ๕ ป้ แผน ๗ ป้ แผน ๑๐ ป้อย่างไรหรือไม่ เรื่องขจัดปัดเป์าไม่มีการเอาของระหว่างประเทศ ซึ่งเปึนของที่ผิดกฎหมายมาซื้อขาย ต่อกันระหว่างคนทั้ง ๒ ชาติ รวมทั้งการพิจารณาในการตั้งจุดผ่อนปรนชั่วคราว ซึ่งตรงนี้ ขออนุญาตที่จะหยิบยกในพื้นที่จังหวัดชุมพรบ้านผมเอง ก็คือที่ตําบลลับล่อซึ่งเปึนตําบล ที่อยู่ในเขตพื้นที่ ๔๙๑ ซึ่งเปึนพื้นที่ที่เปึนที่รู้จักกันทั้งประเทศ เคยมีกรณีพิพาทระหว่าง ไทยกับพม่าเรื่องเนิน ๔๙๑ มาแล้ว ขณะนี้ไม่มีปัญหา แต่ว่ามีชายแดนที่มันต่อเขตกันกับ ประเทศพม่า เพราะฉะนั้นคนทั้ง ๒ สัญชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งของพม่าเข้าไทย ไทยไป พม่าแทบไม่ค่อยมีหรอก มีแต่พม่าอพยพเข้ามาในประเทศไทย ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของคนใน การอพยพเดินข้ามเขตแดนเข้ามาเลยก็ดี หรือเอาสิ่งของต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนสัตว์พาหนะ วัวควายต่าง ๆ จูงเข้ามาก็ดี แล้วในขณะนี้ก็มีการลงทุนของนักลงทุนในประเทศไทยไป ดูแลเรื่องถ่านหินในเขตพม่าก็ขนถ่านหินเข้ามาก็ตาม การเอาของเหล่านี้เข้ามาจากพม่า เข้ามาในเมืองไทย มันก็เข้ามาตรงบริเวณตําบลรับร่อ อําเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ผมต้องกราบขอบพระคุณเมื่อวานนี้เอง ท่านรัฐมนตรีช่วยฯ ประดิษฐ์ ผมถามในวาระ หารือ ท่านก็ให้ความกรุณาทันที ประสานงานกับอธิบดีกรมศุลกากร อธิบดีกรมศุลกากร ก็โทรศัพท์มาที่ผมว่าได้ประสานงานไปที่ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรแล้ว แต่ประเด็นปัญหา มันไม่ได้อยู่ตรงนั้นว่าไปตั้งที่ตําบลรับร่อที่ตรงไหนก็สุดแล้วแต่ แต่ประเด็นก็คือหลักการใน การดูแลอาณาเขตบริเวณต่าง ๆ ในการทํามาค้าขายระหว่างประเทศไทยกับประเทศ เพื่อนบ้านว่าบริเวณใดบ้างที่ควรจะตั้งจุดผ่อนปรนชั่วคราว ตรงนี้หน้าที่เปึนของ กรมศุลกากรจะต้องดูว่าพื้นที่ตรงไหนที่มันเหมาะสมที่จะตั้งจุดผ่อนปรนชั่วคราว ไม่ใช่รอ ให้เหตุมันเกิดแล้วถึงมาพิจารณากันภายหลังเหมือนกรณีที่เกิดที่ตําบลรับร่อ อําเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ผมต่อสู้เรื่องเหล่านี้มานานพอสมควร แล้วก็เคยพาเข้าในกรรมาธิการ การยุติธรรม เพราะมีการร้องเรียนในเรื่องของฝุ์นละอองที่ขนบรรทุกเรื่องแร่ แล้วก็ไม่ได้ป่ดฝา ให้ดีไม่ได้ป่ดกระบะท้ายรถให้ดี ฝุ์นมันก็ไปตกที่ชาวบ้านก็เกิดโรคภัยไข้เจ็บขึ้นมา ก็เปึน การลิดรอนสิทธิของเขา เขาก็มาร้องเรียนกรรมาธิการการยุติธรรมซึ่งผมเปึนประธานอยู่ เราก็ได้ศึกษาเชิญเจ้าหน้าที่มา แต่เชิญมาแล้วทางกรมศุลกากรบอกจะไปเป่ดจุดผ่อนปรน ชั่วคราว แต่จนเดี๋ยวนี้ครับ ก็เพิ่งได้รับคําชี้แจงเมื่อวานว่ารอให้ภาคเอกชนเข้าไป ดําเนินการก่อน ๑๖ – ๑๗ จุด อะไรก็ไม่ทราบ ผมบอกหลักมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น หลักมันอยู่ ตรงที่ว่าตั้งจุดผ่อนปรนชั่วคราวก็ตั้งไปเลย ไม่ต้องรอให้เหตุมันเกิด ไม่ใช่ตั้งจุดผ่อนปรน ชั่วคราวขึ้นมาเพื่อกิจการอันหนึ่งอันใดโดยเฉพาะ แต่ต้องเอามาดูแลเกี่ยวข้องกับ ความมั่นคงด้วย มีไหมในการเอาของที่ผิดกฎหมายเข้ามา ตรงนี้ก็เปึนที่ทราบกันอยู่ แล้วก็แรงงานพม่าที่เข้ามามันก็ต้องยอมรับว่ามันมีอยู่จริง เพราะฉะนั้นตรงบริเวณรอย ตะเข็บตรงนี้ก็เปึนหน้าที่ของทางกรมศุลกากรที่จะต้องดูว่าน่าจะเหมาะสมในการตั้ง จุดผ่อนปรนชั่วคราวหรือไม่ อันนี้ผมกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีไปแล้ว แต่ว่าอยากจะ ฟังกฎเกณฑ์ กติกา ตรงนี้ว่าทางกรมศุลกากรได้ดูในรอบ ๆ อาณาบริเวณทั่วประเทศนี้ หรือไม่ นี่ก็คือในส่วนของกรมศุลกากรครับ

ส่วนในเรื่องของกรมธนารักษ์ก็คงมี ๒ เรื่องย่อยท่านประธานครับ ที่จะ กราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการว่าในระหว่างที่ท่านไปพิจารณา งบประมาณของกระทรวงการคลัง ท่านได้มีการซักถามใน ๒ ประเด็นต่อไปนี้ให้กับกระผม หรือไม่

ในเรื่องที่ ๑ ในเรื่องที่รัฐบาลมีโครงการในการที่จะปลูกพืชเศรษฐกิจปาล์ม น้ํามันอีก ๑ ล้านไร่ ถ้าผมจําตัวเลขไม่ผิด แล้วก็ผ่าน มติ ครม. ในระหว่างที่กรรมาธิการ งบประมาณชุดนี้กําลังศึกษาในวาระที่ ๒ อยู่ ประเด็นของปัญหามันอยู่ตรงนี้ ที่ดิน ในขณะนี้ทางคณะกรรมาธิการได้ถามทางกรมธนารักษ์ไหมว่ามีที่ดินกรมธนารักษ์ ที่ดินราชพัสดุทั้งหมดทั่วประเทศกี่ล้านไร่ และในจํานวนกี่ล้านไร่ตรงนั้นมีพื้นที่ที่ไม่ได้ มีใครเข้าไปครอบครองอยู่เลยฟังให้ดีนะครับ คือเปึนที่ดินที่เปึนที่ของกรมธนารักษ์อยู่ เหลืออยู่กี่ล้านไร่ และในจํานวนที่เหลืออยู่กี่ล้านไร่ตรงนั้น นโยบายของรัฐบาลชุดนี้ ในการที่จะจัดที่ดินตรงนั้นเพื่อปลูกปาล์มน้ํามันในการเพิ่มกําลังผลิตหรือเพิ่มผลผลิต ทางด้านเศรษฐกิจ เพราะสามารถใช้เปึนพลังงานทดแทน และใช้พืชเศรษฐกิจอย่างอื่นได้อีก ทางกรม ธนารักษ์หรือทางที่ดินราชพัสดุนี้ได้ดูในที่ดินเหล่านี้อย่างไร และมีวิธีการในการจัดสรร ให้กับพี่น้องประชาชนนี้มีกฎเกณฑ์ กติกามารยาทอย่างไรบ้าง ทางคณะกรรมาธิการได้ ซักถามทางอธิบดีผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้หรือไม่ อย่างไร นั่นก็คือในเรื่องที่ ๑ ของกรม ธนารักษ์

ในเรื่องที่ ๒ ในที่ดินของกรมธนารักษ์นี้ที่มีพี่น้องประชาชนได้เข้าไป ครอบครอง ได้เข้าไปจับจอง เข้าไปทําประโยชน์ ไปปลูกอาคารบ้านช่องเปึนหลักเปึนฐาน มีเลขที่บ้านที่ถูกต้อง ในขณะนี้ทั้งหมดทั้งประเทศนี้มีประมาณสักเท่าไร และในจํานวน ที่ดินเหล่านั้นทางกรมธนารักษ์มีกฎเกณฑ์ในการที่จะดูแลพิจารณาอย่างไร ในการที่จะให้ พี่น้องประชาชนได้ครอบครอง ได้ถืออาศัยอยู่ในบ้านช่องของเขาในที่ดินราชพัสดุนี้ อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลชุดของอดีตท่านนายกฯ ทักษิณที่เคยขึ้น ทะเบียนคนจนเอาไว้ ทะเบียนคนจนวันนี้ขึ้นกันทุกอําเภอ แล้วก็ขึ้นแต่ทะเบียนตรงนั้น เขาเรียกว่าทะเบียนคนจน ทางคณะกรรมาธิการเคยซักถามไหม ทะเบียนคนจนตรงนั้น ทางกรมธนารักษ์เคยเอามาดูแลไหม เคยประสานกับท่านผู้ว่าฯ เคยประสานกับ ท่านนายอําเภอ แล้วมาดูแลว่าในพื้นที่ตรงนี้มีที่ดินของกรมธนารักษ์ที่ประชาชนที่ได้เข้า ไปอยู่แล้วเปึนคนยากคนจนที่ขึ้นทะเบียนคนจนไว้กี่เปอร์เซ็นต์ กี่มากน้อย ได้ตรวจสอบ ตรงนี้หรือไม่ ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้แลเห็นสักเรื่องหนึ่งครับ เปึนกรณีที่เกิดขึ้นที่ ตําบลปากตะโก อําเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร ชาวบ้านเขาเข้าไปครอบครองที่ของ กรมธนารักษ์อยู่ในตลาดของปากตะโกเลย อยู่มาชั่วอายุคนแล้วครับ เขาประสงค์ที่จะทํา สัญญาเช่ากับราชพัสดุจากกรมธนารักษ์โดยตรง แต่ธนารักษ์จังหวัดชุมพรไม่ยอมให้ทํา สัญญาเช่าโดยตรงกลับให้ไปอ้อมไปทําสัญญากับคนที่อ้างว่าเปึนผู้ที่เคยเช่าที่ดิน ราชพัสดุตรงนี้ คือนายทุนดี ๆ นั่นเอง แล้วไม่เคยเข้าไปครอบครองทําประโยชน์เลย คนจนจริง ๆ ขึ้นทะเบียนคนจนไว้อยู่ในที่ดินแปลงนั้นจะขอเช่าที่ดินจากราชพัสดุจังหวัด ชุมพรไม่ให้ กลับไปให้คนรวย ลักษณะอย่างนี้ผมตั้งโจทย์เลย ถ้าเปึนลักษณะอย่างนี้ทาง กรรมาธิการได้ซักถามไหม ว่าการเอาที่ดินไปให้คนรวย ๆ เขาอยู่ได้อยู่แล้ว เขามีเงินมีทอง อยู่แล้ว แล้วให้เขาถือครองที่ดินอยู่อีก มันเปึนการเอาเปรียบคนจนไหม มันขัดต่อนโยบาย รัฐบาลไหม อีกที่หนึ่งเรื่องปลูกปาล์มนี้ เหตุเกิดที่ตําบลนาพญา อําเภอหลังสวน จังหวัด ชุมพร ที่ดินเหลืออยู่เยอะแยะ เขามาร้องเรียนครับ เราก็เรียกธนารักษ์ในจังหวัดชุมพรมา ถามว่าที่ดินแปลงนี้ทราบข่าวว่ามีการบุกรุกจากนายทุน จะไปปลูกปาล์มน้ํามันก็ปลูก ไม่ได้ เพราะมีคนอ้างว่าที่ดินของฉันทั้งหมด ทั้ง ๆ ที่เปึนที่ของหลวง คนยากคนจนที่อยู่ใน ตําบลนาพญาที่ขึ้นทะเบียนคนจนเอาไว้จะเข้าไปยังไม่ได้เลย แต่คนที่ไหนก็ไม่รู้นอก พื้นที่เข้ามา ลักษณะอย่างนี้ทางกรรมาธิการนี้ได้ไปซักถามไหม ได้ไปตรวจสอบได้ไปดูแล แทนพวกซึ่งที่เปึนสมาชิกแห่งสภานี้ไหม เพื่อรักษาผลประโยชน์ เพื่อให้เกิดความเปึนธรรม เพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ด้วยเหตุจําเปึนดังกล่าวนี้ ผมจึงได้ปรับลดงบประมาณของกระทรวงการคลังไว้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ขอคําตอบจากทาง คณะกรรมาธิการด้วย ขอกราบขอบพระคุณครับ