วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงเขตแนวกําแพงเมืองคูเมืองในพิษณุโลก โดยเสนอให้ยกเลิกการประกาศเป็นเขตโบราณสถานโบราณวัตถุ และตัดงบประมาณการสำรวจและประกาศพื้นที่ของกรมธนารักษ์ 9 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาโฉนดที่ดินของประชาชน
ประธานครับ ผมสงวนสิทธิของ ผมไว้ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัด พิษณุโลก ผมเปึนกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ได้สงวนคําแปรญัตติไว้เพื่อตัดงบประมาณ ของกระทรวงการคลังไว้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจริง ๆ แล้วในส่วนของรายละเอียด กระทรวงการคลังก็มีปัญหาเยอะ ซึ่งผมเชื่อว่าสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ที่เปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลาย ๆ ท่านก็ได้สงวนคําแปรญัตติไว้ ในภาพใหญ่คงจะมี สมาชิกท่านอื่นที่จะต้องพิจารณา เพราะว่าในช่วงที่เราอยู่ในกรรมาธิการนั้นเรารู้ว่า กระทรวงการคลังหลายหน่วยงานสร้างปัญหาครับ เช่น ท่านก็รับทราบว่าเอ็กซิม แบงก์ (EXIM BANK) lสร้างปัญหาให้กับประเทศชาติไว้เยอะครับ เอ็กซิม แบงก์ มีปัญหาเยอะ แม้กระทั่งกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม ก็สร้างปัญหาไว้เยอะ หลาย ๆ หน่วยงานในกระทรวงการคลังนั้นสร้างปัญหาไว้เยอะจริง ๆ แต่ผมจะไม่ลง รายละเอียดพวกนี้ ผมจะขอลงรายละเอียดไปเฉพาะกรมธนารักษ์ครับ เพราะวันนี้ กรมธนารักษ์กับผมยังมีข้อคาใจกันอยู่ ได้มีการซักถามในที่ประชุมคณะกรรมาธิการก็ยัง ไม่สามารถให้คําตอบได้ ผมมีความจําเปึนต้องลงภาพให้เห็น เพราะว่าเรื่องนี้เคยพูดอยู่ ครั้งหนึ่ง แต่วันนี้จะพูดสั้น ๆ กระชับ กระชับ ขออนุญาตโค้ดภาพนี้ออกมา ภาพนี้เปึน ภาพถ่ายแผนที่ทางอากาศของจังหวัดพิษณุโลก ภาพนี้เปึนภาพของเมืองพิษณุโลก ถ้าท่านสมาชิกทุกท่าน พี่น้องประชาชนดูและจินตนาการภาพว่าเมื่อประมาณ ๗๐ – ๘๐ ป้ที่แล้วความเจริญของเมืองพิษณุโลกไม่เปึนแบบนี้ เมื่อ ๗๐ – ๘๐ ป้ที่แล้ว คงจะไม่มีอะไรมาก แล้วอยู่ ๆ วันดีคืนดีขณะนั้นเขาอ้างว่ากรมศิลปากรได้ประกาศพื้นที่ ให้เปึนเขตแนวกําแพงเมืองคูเมืองขึ้นมา ซึ่งในวันนี้มีการประกาศเขตแนวกําแพงเมือง คูเมืองขึ้นมาแล้วไม่มีใครรู้หรอกครับว่าเขตแนวกําแพงเมืองคูเมืองนั้นอยู่ตําแหน่งไหนบ้าง จนกระทั่งประชนชนคนจังหวัดพิษณุโลกเมื่อ ๗๐ ป้ที่แล้วก็อยู่อาศัยตามปกติ เมื่อมีการ อยู่อาศัยตามปกติประชาชนในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกก็สามารถออกโฉนดที่ดินได้ ตามปกติ ผมกําลังจะชี้ให้เห็นว่านี่คือโฉนดที่ดินที่ประชาชนชาวจังหวัดพิษณุโลกได้รับมา เอกสารนี้ลงวันที่ชัดเจน เปึนโฉนดเก่าโบราณครับ อายุประมาณ ๗๐ ป้เหมือนกัน แล้วก็ โฉนดพวกนี้ก็มีการเปลี่ยนมือของประชาชนที่ทําการซื้อขายไปมานับสิบ ๆ ราย หลักฐาน ภาพที่เห็นนี้ก็คือรายการที่ชี้ให้เห็นว่ามีการซื้อขายกันจริง ๆ โดยที่สํานักงานที่ดินซึ่งถือว่า เปึนหน่วยงานของรัฐนั้นได้ดําเนินการให้มีการซื้อขาย วันดีคืนดีประชาชนก็อยู่อาศัยมา เรื่อย ๆ ในช่วงที่อยู่อาศัยมาเรื่อย ๆ ก็ไม่เกิดปัญหาอะไร แต่ปรากฏว่าจนกระทั่ง ป้ พ.ศ. ๒๕๔๒ คณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติในการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง ผมก็ ไม่ทราบเหมือนกันว่าทําไมวันดีคืนดีนึกอยากจะเห็นภาพว่าแนวกําแพงเมืองคูเมือง โบราณของเมืองพิษณุโลกเปึนอย่างไร ในขณะที่ข้อเท็จจริงภาพที่เกิดขึ้นมันไม่มีร่องรอย เกิดขึ้นมา ก็มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง คือกรมธนารักษ์เปึนเจ้าภาพในการดูแล เรื่องนี้ กรมธนารักษ์ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งและได้มีการประชุมกัน ๒ ครั้ง คือวันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๒ และวันที่ ๒๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๖ โดยตั้ง คณะทํางานขึ้นมาโดยมีนักวิชาการที่ศึกษาเรื่องโบราณคดี และอ้างบอกว่าได้ศึกษา ภาพถ่ายดาวเทียม ประชาชนชาวพิษณุโลกบอกผมว่าเขาไม่รู้เรื่องอะไรเลยว่าเขาได้ทํา อะไรกันมาบ้าง จนกระทั่งหลังจากทําเสร็จปุ็บ ดูต่อนะครับ เส้นแดง ๆ ที่ผมขีดไว้คือเส้นที่ กรมธนารักษ์ คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมากําหนดว่าเส้นแดง ๆ นั้นคือเขตแนวกําแพงเมือง คูเมืองโบราณของเมืองพิษณุโลก ตั้งใจฟังนะครับ ตรงนี้เปึนไฮไลท์ (Hi-light) ครับ แนวแดง ๆ ที่ขีดไว้เปึนเขตแนวกําแพงเมืองคูเมืองของประชาชนชาวจังหวัดพิษณุโลก และบอกว่าตรงนี้ต้องถือว่าเปึนเขตที่ราชพัสดุ เนื่องจากว่าอาศัยพระราชบัญญัติ โบราณสถาน โบราณวัตถุ อาศัย พ.ร.บ. แพ่ง และอาศัย พ.ร.บ. ที่ราชพัสดุ ทําให้เขตแนว แดง ๆ ที่ว่านั้นซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมด ๒๗๓ ไร่ ท่านประธานลองคิดดูนะครับ พื้นที่ ๒๗๓ ไร่ ท่านประธานลองคิดดูนะครับว่าพื้นที่ ๒๗๓ ไร่ อยู่ใจกลางเมืองที่ถือว่าเปึนเมืองใหญ่ อันดับสองของภาคเหนือ พื้นที่ ๒๗๓ ล้านไร่นี้มีประชาชนอาศัยอยู่ทั้งหมด ๔๓๓ ราย จากการสํารวจของเจ้าหน้าที่ธนารักษ์เองพบว่าใน ๔๓๓ ราย ประชาชนนั้นมีโฉนด เปึนของตัวเองหมด ๔๓๐ ราย มีประชาชนเพียง ๓ รายที่ไม่มีโฉนดเปึนของตนเอง ปัญหา จึงเกิดขึ้นครับ ในเมื่อกรมธนารักษ์อ้างบอกว่า กฎหมายกําหนดว่าพื้นที่ที่บอกว่าเปึนเขต แนวกําแพงเมืองคูเมืองนั้นเปึนที่ราชพัสดุ เมื่อประกาศเปึนที่ราชพัสดุก็จะต้องมีการจัดการออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวง นี่จึงเกิดปัญหา ผมกําลังจะชี้ให้เห็นว่า วันนี้ประชาชนบอกผมมาว่าให้มาบอกที่ประชุม ผมจะต้องสู้เรื่องนี้มาตลอด เพราะเคยเอาสู่ที่ประชุมประมาณ ๒ ครั้ง เขาบอกว่า ประชาชนเขาถือว่าเขาไม่ใช่เปึนผู้บุกรุก เขาอยู่อาศัยพื้นที่แห่งนี้มาประมาณ ๗๐ – ๘๐ ป้ แล้วก็มีถนนเปึนของตัวเองถึง ๔๓๐ ราย จุดที่ทําการคือ ขณะนี้พื้นที่ดังกล่าวแทบจะไม่มี ร่องรอยของแนวกําแพงเมืองคูเมือง ผมขออนุญาตให้กล้องเขาทาบให้สมาชิก ให้ประชาชนได้รับทราบ ภาพที่เห็นนี้คือภาพที่ขีดแดง ๆ ในภาพใหญ่ ๒๐๐ กว่าไร่ ภาพนี้ เปึนภาพที่เปึนเขตเมืองทั้งหมด เมื่อไม่นานมานี้ทางท่านกรรมาธิการที่ดินได้ไปศึกษา ปัญหานี้ที่จังหวัดพิษณุโลก ผมและคณะก็ได้นําคณะกรรมาธิการได้ไปเยี่ยมชมพื้นที่ ที่ทางกรมธนารักษ์ได้กําหนดไว้ว่าเปึนเขตแนวกําแพงเมืองคูเมือง ทุกคนรับทราบว่า ไม่มีร่องรอยอะไรหลงเหลือแล้ว เปึนร่องรอยของความเจริญของเมืองพิษณุโลกและพื้นที่ ดังกล่าวนั้นเปึนพื้นที่ที่เขตธุรกิจใหญ่ของเมืองพิษณุโลก หลังจากที่กรมธนารักษ์ขยับ ออกมาได้รูปนี้แล้ว ปัญหาจึงเกิดว่าแบงก์ไม่เกิดความเชื่อมั่น ประชาชนเกิดความสับสน มีพี่น้องประชาชนหลายคนเพิ่งลงทุนซื้อที่เหล่านี้ ลงทุนทีประมาณ ๑๐ - ๒๐ ล้านบาท เนื่องจากว่าที่ดินบางแปลงไร่ละ ๒๐ กว่าล้านบาท ปัญหาเกิดความปัืนป์วนเกิดขึ้น ประชาชนมีความไม่สบายใจไม่มีความมั่นใจ ได้มีการร้องเรียนผ่านท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดมา ๑ ครั้ง มีม็อบประชาชนเปึนม็อบคนชั้นกลาง วันนั้นผมจําได้ เขาบอกเลยว่าเขา พร้อมที่จะเหมารถทัวร์ด้วยตัวเองมาที่กระทรวงการคลัง เพื่อมาร้องเรียนที่กรมธนารักษ์ มาพบกับรัฐมนตรี ผมบอกเลยว่าไม่ต้อง เรามีพ่อเมืองของเรา เราพบผู้ว่าฯ ก่อน ซึ่งต้อง ขอชื่นชมท่านผู้ว่าฯ ท่านก็รับเรื่องไว้ดําเนินการและพิจารณา ผมเองในนาม ส.ส. ของจังหวัดพิษณุโลกก็ได้มาพบกับอธิบดีกรมธนารักษ์ ได้มีโอกาสได้คุยกับท่านรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องในการดูแลกรมธนารักษ์ และเปึนผู้ยื่นญัตติเข้าสู่คณะกรรมาธิการที่ดินในการ แก้ไขปัญหาพวกนี้ หลังจากนั้นข้อสรุปมีหลักการเห็นได้ว่า มติที่ประชุมทุกส่วนข้อสรุป ตรงกันว่า โครงการดังกล่าวต้องยุติ ต้องยุติเพราะว่าประชาชนเดือนร้อน อย่างไร ประชาชนชาวพิษณุโลกก็ไม่ยอม มติต้องยุติ แต่ปัญหามีนิดเดียวอยู่ตรงที่ว่า เจ้าหน้าที่ หลาย ๆ ส่วนของกรมธนารักษ์ที่ผมได้มีโอกาสได้คุยเปึนการส่วนตัวเขาบอกว่า เนื่องจาก กฎหมายกําหนดมาว่า ถ้าคณะกรรมการกําหนดเขตแนวที่ผมโชว์ให้ท่านดู ถ้ากําหนดมา เมื่อไรพื้นที่ตรงนี้จะต้องเปึนพื้นที่ราชพัสดุทันทีกฎหมายกําหนดมาอย่างนั้น โดยส่วนตัว ของเจ้าหน้าที่แม้กระทั่งฝ์ายกฎหมายของกรมธนารักษ์ที่ผมไปนั่งคุยด้วย เขาบอกโดย ส่วนตัวเขาก็มีความรู้สึกไม่สบายใจมันเปึนไปไม่ได้เลยว่าอยู่ ๆ เขตพื้นที่เมืองที่เจริญ ๆ และไม่มีร่องรอยของความโบราณสถานอะไรอยู่เลย เปึนความเจริญทั้งหมดอยู่ ๆ จะมายึดเปึนเขตที่ราชพัสดุแล้วท่านประธานทราบไหมครับว่า กรมธนารักษ์ถามว่า ยึดไปแล้วจะไปพัฒนาไหม ไม่พัฒนา เพราะไม่มีร่องรอยที่จะพัฒนาได้ แต่ยึดไปแล้ว จะบอกให้ประชาชนมาเช่าเปึนสัญญาป้ต่อป้ ซึ่งประชาชนรับไม่ได้ นี่จึงเปึนที่มาที่ผม จะต้องตัดงบประมาณของกรมธนารักษ์ ผมอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรี ผ่านไปยังอธิบดีกรมธนารักษ์ที่รับผิดชอบ เพราะเมื่อไม่นานมานี้ ถ้าผมจําไม่ผิดประมาณ ๒ - ๓ สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการอนุกรรมาธิการที่ดินไปศึกษาปัญหานี้ ทั้งท่านผู้ว่าฯ เอง ทั้งตัวแทนกรมธนารักษ์ก็ได้ไปคุยกันที่จังหวัดพิษณุโลก เพราะว่าจะไปดูพื้นที่แล้วมี การเสนอทางออกว่า อย่างน้อยต้องหยุดก่อน ถ้าไม่หยุดประชาชนไม่ยอม
ข้อที่ ๒ หลังจากหยุดแล้ว กําลังจะหาทางออกที่เหมาะสม หลายคน ก็บอกว่า การหาทางออกที่เหมาะสมจะต้องแก้ไข พ.ร.บ. ซึ่งมันยาก ขั้นตอนมันยุ่งยาก และยาวนาน ก็มีการเสนอทางออกว่าเปึนไปได้ไหมว่า ให้กรมศิลปากรให้ประกาศพื้นที่ ตรงนั้นแทนที่จะประกาศเปึนเขตโบราณสถานโบราณวัตถุ ให้ยกเลิกไปเสีย ซึ่งผมถือว่า เปึนทางออกที่น่าจะเปึนไปได้ เพราะว่าพื้นที่ตรงนั้นมันไม่มีร่องรอยของโบราณสถาน โบราณวัตถุ และท่านประธานก็คงจะถามผมว่า แล้วอยู่ ๆ หมอวรงค์ ส.ส. พิษณุโลก จะมาตัดงบประมาณของกรมธนารักษ์เพราะอะไร ผมเรียนอย่างนี้ว่า วันนี้งบก้อนนี้ ของกรมธนารักษ์มันไม่เยอะ งบก้อนนี้ตั้งไว้ผมดูตัวเลขแล้ว ๙ ล้านบาท ถ้าท่าน เปรียบเทียบงบของกระทรวงการคลัง ๒ แสนกว่าล้าน กับงบ ๙ ล้านบาท มันจิ๊บจ๊อยมาก แต่มันส่งอานุภาพที่ทําเกิดความเดือนร้อนกับประชาชนอย่างสูงส่งมาก ท่านฟังดี ๆ งบก้อนนี้ถ้าผมมองย้อนเมื่อป้ ๒๕๕๐ - ๒๕๕๑ กรมธนารักษ์จัดสรรให้กับหน่วยงาน สํานักงานที่เกี่ยวข้องก็คือที่ดิน จํานวนเงิน ๑๘๕,๕๒๐ บาท ซอยย่อย ผมย้ํานะครับ งบก้อนนี้เปึนงบของหมวดของกรมธนารักษ์ที่อยู่ในหมวดที่ว่าด้วยค่าจ้างกําหนดขอบเขต กําแพงเมือง คูเมือง ป้ ๒๕๕๒ ตั้งไว้ ๙ ล้านบาท ไม่เยอะครับ แต่อานุภาพมันแรงมาก ครับ ผมดูป้ที่แล้วส่งไปที่จังหวัดพิษณุโลก ๑๘๕,๕๒๐ บาท แสนกว่าบาท ท่านประธาน เชื่อไหมครับว่าเงินแสนกว่าบาทลงไปที่จังหวัดพิษณุโลกประชาชนปัืนป์วนทั้งเมือง เลยครับ ประชาชนไม่เกิดความเชื่อมั่นครับ แล้วท่านลองนึกนะครับว่าถ้า ๙ ล้านบาท ถ้ากระจายไปตามจุดเมืองต่าง ๆ ซึ่งธนารักษ์บอกว่าขณะนี้มีอยู่ทั้งหมด ๙๖๓ เมือง ทั่วประเทศไทย ผมย้ําท่านสมาชิกด้วยนะครับ ๙๖๓ เมืองทั่วประเทศไทยที่ธนารักษ์ จะเข้าไปสํารวจและออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวง ดังนั้นเท่ากับว่า ๑ ป้ ตั้ง ๙ ล้านบาท ก็ประมาณ ๕๐ เมืองที่จะปัืนป์วน ป้ต่อไปก็ตั้งอีก ๙ ล้านบาท ๕๐ เมือง ที่จะปัืนป์วน ดังนั้นผมจึงอยากกราบเรียนท่านประธานว่าจําเปึนนะครับ ท่านสมาชิก ที่เคารพทุกท่านครับ เราในฐานะผู้แทนฯ ประชาชนเลือกมาให้ดูแลการใช้จ่ายงบประมาณ งบประมาณก้อนไหนที่ลงไปแล้วประชาชนปัืนป์วนเดือดร้อนเราต้องตัดครับ ผมจึงมีความ จําเปึนต้องตัดงบสํารวจกําแพงเมือง คูเมืองของกรมธนารักษ์ ๙ ล้านบาทนะครับ เพื่อความผาสุกของประชาชนครับ ขอบคุณครับ