วิทวิสิทธิ์ ระบุผลกระทบภาษีสหรัฐ-เสนอ 5 ข้อเรียกร้อง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๘

วิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก อภิปรายผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการขึ้นภาษีของสหรัฐอเมริกาต่อจังหวัดลำพูน โดยเน้นย้ำถึงสถานะเป็นฐานการผลิตหลักที่มีโรงงานจดทะเบียน 411 แห่ง พนักงานกว่า 82,000 คน และมูลค่าการส่งออก 50,000 ล้านบาท พร้อมระบุผลิตภัณฑ์หลักที่ส่งออกไปยังต่างประเทศ รวมถึงความวิตกกังวลของผู้ประกอบการและผลกระทบต่อการสั่งซื้อและการผลิต วิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก ระบุผลกระทบด้านอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์จากการส่งออกที่ลดลง ส่งผลให้กำลังการผลิตในนิคมอุตสาหกรรมลดน้อยลง แรงงานเสี่ยงตกงาน และเศรษฐกิจท้องถิ่นรวมถึงรายได้ภาษีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับผลกระทบอย่างหนัก วิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก ระบุผลกระทบจากการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรไทยไปยังสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะข้าวแต๋นที่ส่งออกไป 100% และเสนอข้อเรียกร้อง 5 ข้อแก่รัฐบาล ได้แก่ การเร่งเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีสูง, การจัดตั้งกองทุนเยียวยาธุรกิจส่งออก, มาตรการทางการเงินดอกเบี้ยต่ำ, การสนับสนุนการขยายตลาดต่างประเทศ และการพัฒนาภาคแรงงาน

นายวิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก ลำพูน

เรียนประธานสภาที่เคารพครับ ผม วิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน เขต ๑ พรรคประชาชน

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปราย ผลกระทบเกี่ยวกับการขึ้นภาษีของสหรัฐอเมริกาครับ ซึ่งเพื่อน ๆ ในสภาแห่งนี้ได้อภิปราย กันได้ครอบคลุมหลายมิติแล้ว ผมจึงจะมาที่ Scope ของผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจ ของจังหวัดลำพูนของผมครับ ซึ่งก็เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจาก จังหวัดลำพูนเป็นฐานการผลิตหลักทางด้านของภาคเหนือ เพราะว่ามีนิคมอุตสาหกรรม ๒ แห่ง มีสวนอุตสาหกรรมอีก ๑ แห่ง และยังมีโรงงานที่อยู่นอกนิคมอีกเป็นจำนวนมากครับ รวมแล้วในพื้นที่ของจังหวัดลำพูนมีโรงงานจดทะเบียนด้วยกันอยู่ ๔๑๑ แห่ง และเป็น บริษัทที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรม เป็นบริษัทขนาดใหญ่อยู่ ๗๓ แห่ง และมีพนักงาน ในภาคอุตสาหกรรมรวมกันมากถึง ๘๒,๕๑๕ คน มูลค่าการส่งออกทางภาคอุตสาหกรรม ในพื้นที่จังหวัดลำพูนอยู่ที่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี โดยมีผลิตภัณฑ์หลักในการ ส่งออกได้แก่ ผลิตภัณฑ์ทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ยานยนต์ เครื่องประดับ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการส่งออกไปยังต่างประเทศ แน่นอนครับ รวมถึงประเทศ สหรัฐอเมริกาด้วย ทำให้เมื่อมีข่าวว่ามีการขึ้นภาษีของสหรัฐอเมริกา ทำให้ผู้ประกอบการ มีความวิตกกังวล ทำให้เมื่อมีข่าวว่ามีการขึ้นภาษีของสหรัฐอเมริกา ทำให้ผู้ประกอบการมี ความวิตกกังวล มีผลกระทบให้ยอดการสั่งซื้อหรือว่ายอดการผลิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เป็นผลกระทบต่อส่วนของจังหวัดลำพูนเป็นอย่างมากครับ ซึ่งผมขอแยกผลกระทบออกเป็น ๓ ด้าน ดังนี้

ด้านที่ ๑ ผลกระทบทางด้านอุตสาหกรรม แน่นอนครับเป็นส่วนผลกระทบ ของโรงงานอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีหลายโรงงานอยู่ที่นิคม อุตสาหกรรม และแต่ละบริษัทมียอดการส่งออกมากกว่า ๒๐๐ ล้านบาทต่อปี และส่วนที่ ๒ เป็นส่วนของอุปกรณ์ยานยนต์ ที่ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีมูลค่าการส่งออกมากถึง ๒๕๐ ล้านบาทต่อปี ถ้าทั้ง ๒ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทเหล่านี้มีผลกระทบทางด้านการสั่งซื้อหรือ ยอดการสั่งซื้อลดลงจะทำให้สายการผลิตในนิคมอุตสาหกรรมลดลงไป เพราะจะมีการลดของ กำลังการผลิตลง

ด้านที่ ๒ ผลกระทบทางด้านแรงงาน ซึ่งแน่นอนครับเมื่อบริษัทลดกำลัง การผลิต ภาคแรงงานก็ย่อมได้รับผลกระทบจากน้อยไปหามาก เริ่มตั้งแต่การลด OT ในการ ทำงาน การลดชั่วโมงการทำงาน รวมถึงการเลิกจ้าง ทำให้ภาคแรงงานมีโอกาสสุ่มเสี่ยงมาก ที่จะเกิดการตกงานขึ้นในจังหวัดลำพูน และส่วนสำหรับนักศึกษาที่มีการจบใหม่ ทางด้าน สายอุตสาหกรรมหรือสายเทคโนโลยี ก็จะทำให้มีโอกาสที่จะว่างงานหรือหางานทำยากมากขึ้น

ด้านที่ ๓ เป็นผลกระทบด้านเศรษฐกิจทางด้านท้องถิ่น เมื่อภาวะเศรษฐกิจ ตกต่ำแบบนี้ภาคแรงงานก็จะมีกำลังซื้อลดลง ซึ่งจะมีผลกระทบต่อธุรกิจโดยรอบของโรงงาน หรือนิคมอุตสาหกรรม ทำให้เกิดการขาดสภาพคล่อง ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร หอพัก ร้านสะดวกซื้อ รวมไปถึงตลาดชุมชนต่าง ๆ แล้วยังรวมไปถึงผลกระทบทางด้านการจัดเก็บ ภาษีของท้องถิ่นจะทำให้สามารถจัดเก็บภาษีได้ลดลง ซึ่งจะมีผลทำให้องค์การบริหาร ส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง

ซึ่งผลกระทบทั้ง ๓ ด้านที่ผมได้กล่าวมาปัจจุบันจังหวัดลำพูนเองก็เริ่มมี ผลกระทบขึ้นแล้วครับ ผมขอยกตัวอย่างอีกผลิตภัณฑ์หนึ่งที่ได้รับผลกระทบขึ้นมาแล้ว ไม่ว่า จะเป็นเรื่องของการแปรรูปสินค้าทางด้านการเกษตร ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้ได้แก่ข้าวแต๋น ข้าวแต๋น อยู่ในโรงงานอุตสาหกรรมในนิคม แล้วก็มีการส่งออก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไปยังประเทศ สหรัฐอเมริกา เมื่อมีข่าวว่าจะมีการเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าของไทยไปยังสหรัฐอเมริกา ทำให้ ยอดการสั่งซื้อจากลูกค้าของสหรัฐอเมริกาลดลงไป ซึ่งปัจจุบันผมสอบถามเมื่อวานนี้เองครับ มียอดการสั่งซื้อลดไปเกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเทียบกับยอด Order เมื่อปีที่ผ่านมามียอดการ สั่งซื้อรวมทั้งปีอยู่ที่ ๔๐๐ ตัน สำหรับผลิตภัณฑ์ข้าวแต๋น ดังนั้นผมจึงมีข้อเรียกร้องไปให้ทาง รัฐบาล ดังนี้ครับ

๑. ช่วยเร่งดำเนินการเจรจากับสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นระบบ ในระยะเวลา ที่จำกัด เพื่อหลีกเลี่ยงการเก็บภาษีที่สูงจนผู้ประการไม่สามารถแข่งขันได้

๒. การตั้งกองทุนเยียวยาและพยุงธุรกิจส่งออก

๓. มาตรการทางการเงินเพื่อช่วยเหลือสำหรับผู้ประกอบธุรกิจ หรือมาตรการ การเงินสำหรับสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับผู้ประกอบธุรกิจรอบ ๆ หรือ SMEs รอบ ๆ ของ โรงงานอุตสาหกรรม

๔. สนับสนุนการขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศอื่น ๆ ซึ่งเพื่อน ๆ สมาชิก ได้นำเรียนมาแล้ว

๕. วางแผนการพัฒนาภาคแรงงานเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงภาคการผลิต ที่เพิ่มมากขึ้น

ทั้งหมดนี้เป็นข้อกังวลที่ผมมีต่อสถานการณ์การขึ้นภาษีของสหรัฐ เพราะไม่ใช่เป็นเพียงแต่ทางด้านเศรษฐกิจอย่างเดียว มันจะลามไปถึงปัญหาสังคม ปัญหา ความเหลื่อมล้ำ ดังนั้นผมจึงอยากจะฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลว่าให้เร่งดำเนินการเจรจา ให้ได้ผลประโยชน์มากสุดของประเทศ ขอบคุณครับ