อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๘

อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เสนอญัตติด่วนเพื่อพิจารณาผลกระทบจากการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา โดยชี้ว่าการทำเอฟทีเอในอดีตทำให้เกษตรกรไทยเสียประโยชน์ จึงเตือนรัฐบาลไม่ให้ทำข้อตกลงที่ซ้ำรอยเดิม พร้อมหารือเรื่องนโยบายกระทรวงอุตสาหกรรมในการสนับสนุน SMEs นวัตกรรม และการส่งออก เพื่อรองรับมาตรการภาษีดังกล่าว โดยเรียกร้องให้เร่งแก้ปัญหาอุปสรรค สนับสนุน Supply chain ในไทย และขอให้จัดตั้งกองทุนเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามทางการค้า

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขตอำเภอบ้านโป่ง พรรครวมไทยสร้างชาติ ผมขออนุญาตเป็นตัวแทนของ พรรครวมไทยสร้างชาติ ในการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ผลกระทบจากการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา เพื่อหามาตรการรองรับผลกระทบต่อ เศรษฐกิจที่มีต่อประเทศชาติ ท่านประธานที่เคารพ ผู้อภิปราย ๒ ท่านที่ผ่านมาในการยื่น ญัตติด่วน แล้วก็วันนี้มีญัตติด่วนหลายญัตติด้วยกันที่เพื่อนสมาชิกจากต่างพรรคมีความเห็น ตรงกันว่า เรื่องดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะว่าการยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาของ สภาผู้แทนราษฎรเรานั้นจะยื่นญัตติด่วนได้เป็นเรื่องที่ต้องเห็นพ้องต้องกันจริง ๆ ว่าเป็นเรื่อง ที่เป็นวิกฤติ เป็นเรื่องที่มีความเร่งด่วน และเป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อประเทศชาติ ในเรื่อง ของญัตติด่วนที่วันนี้เสนอเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎรเป็นเรื่องของภาษีตอบโต้แบบเท่าเทียม ที่ทางสหรัฐอเมริกา โดยท่านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้ประกาศ แล้วก็มีผลกระทบไปทั่วโลก ประเทศไทยเราในฐานะที่เป็นสมาชิกของประชาคมโลก ถือได้ว่า ต้องหามาตรการในการรองรับเพื่อลดผลกระทบที่มีขึ้นต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะ อุตสาหกรรมและพี่น้องเกษตรกร ที่ผมจะอภิปรายในวันนี้อยากจะเรียนกับท่านประธานว่า มีหลายประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว เพื่อประหยัดเวลาของสภาผมคงจะ ไม่พูดซ้ำ แต่จะพูดในประเด็นที่เพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ ท่านยังไม่ได้มีการอภิปราย โดยเฉพาะ เรื่องของเกษตรกรที่ถือว่าในอนาคต ถ้ารัฐบาลไปทำข้อกำหนดหรือไปทำข้อตกลงทางการค้า กับทางสหรัฐอเมริกาแล้ว หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน อยากจะเรียน กับท่านประธานว่า ประเทศไทยเราที่ผ่านมาเราไปทำเอฟทีเอ คือทำข้อตกลงทางการค้า หรือ Free Tax เราทำกับหลายประเทศ ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้รับทราบอยู่อันหนึ่ง แล้วก็จะเป็นกรณีศึกษา และคิดว่าเป็นอุทาหรณ์ของรัฐบาลและท่านรัฐมนตรีด้วยที่ไม่อยาก ให้เกิดขึ้นกับประเทศไทยอีก ก็คือการที่นำผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรไปแลกกับ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ยกตัวอย่างเช่น เอฟทีเอระหว่างไทยกับออสเตรเลีย และไทยกับ นิวซีแลนด์ ซึ่งมีการทำข้อตกลงทางการค้าในการลดภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่มาจากโค ไม่ว่าจะเป็นน้ำนม หรือนมแปรรูป น้ำนมโคแปรรูป เป็นนมผงก็ดี ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้รับ ผลกระทบกับพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ซึ่งที่จังหวัดราชบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง แล้วก็ใน หลาย ๆ จังหวัด ไม่ใช่จังหวัดราชบุรีอย่างเดียว ที่จังหวัดราชบุรีนี่พี่น้องประชาชนจะรู้จักเยอะ เพราะว่ามีสหกรณ์โคนมหนองโพ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งล้นเกล้าฯ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ได้พระราชทานอาชีพให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวจังหวัดราชบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง ปัจจุบัน ผลกระทบจากเอฟทีเอ ไทย-ออสเตรเลีย และไทย-นิวซีแลนด์ ส่งผลกระทบต่อ ทั้งสหกรณ์โคนมหนองโพ และส่งผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ส่งผลกระทบ อย่างไร ส่งผลกระทบคือเราไปทำเอฟทีเอกับต่างประเทศ โดยเอาผลประโยชน์ของพี่น้อง เกษตรกรไปแลก ไปแลกอะไรครับ เราสามารถ Export ส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมไปยัง ประเทศ ๒ ประเทศนี้ได้ด้วยภาษีที่ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าใน ๒ ประเทศนี้ ในขณะเดียวกัน เวลาผู้ประกอบการจากนิวซีแลนด์และออสเตรเลียส่งสินค้าผลิตภัณฑ์จากนมและโคนมหรือ นมแปรรูปเข้ามาในประเทศไทยก็ไม่ต้องเสียภาษีเหมือนกัน แต่สิ่งที่ได้รับผลกระทบก็คือ เกษตรกร แต่ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ คือเป็นอีก Sector หนึ่ง คืออุตสาหกรรมได้ผลประโยชน์ สามารถ Export ได้มากขึ้น แต่พี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมวันนี้ตายสนิท ล่าสุดนี้ลดการผลิต น้ำนมวัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ลดลงเพราะอะไร ลดลงเพราะว่าผู้ประกอบการที่ต้องใช้ น้ำนมดิบในการผลิตหันไปใช้น้ำนมหรือนมผงแปรรูปจาก ๒ ประเทศนี้ เพื่อเอามาผลิต ผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้นม ไม่ว่าจะเป็นไอศกรีม ผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้น้ำนมดิบต่าง ๆ เพื่อแปรรูป เป็นอาหาร นี่คือตัวอย่างที่เกิดขึ้นที่ได้รับผลกระทบ คือการที่เราเอาผลประโยชน์ของพี่น้อง เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไปแลกกับผู้ผลิตในอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก ถ้าเราทำอย่างนี้สิ่งที่เราเป็นห่วงก็คือในอนาคต ถ้าเราไปทำข้อตกลงทางการค้าแบบนี้ กับประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเอาผลประโยชน์ของเกษตรกรไปแลกกับผู้ผลิตอุตสาหกรรม แล้วมีการนำเข้าข้าวโพดเสรีจากต่างประเทศเข้ามา นำเข้าข้าวบาร์เลย์ นำเข้าผลิตภัณฑ์ ปศุสัตว์ไม่ว่าจะเป็นหมู เนื้อวัว หรือกุ้ง หรือผลิตภัณฑ์เครื่องใน อย่างเช่นขาไก่เอาเข้ามา ในประเทศโดยไม่เสียภาษี พี่น้องเกษตรกรที่เป็นเกษตรกรชาวไร่ ชาวนา พี่น้องที่เป็น เกษตรกรที่ประกอบอาชีพปศุสัตว์ตายสนิท แต่ประโยชน์มันไปตกอยู่กับอีก Sector หนึ่ง ก็คือผู้ประกอบการอุตสาหกรรม แล้วถามว่าเกษตรกรไทยจะอยู่อย่างไร วันนี้ผมลงพื้นที่ ที่ราชบุรีก่อนมาประชุมสภา พี่น้องเกษตรกรชาวนาเรียกร้องโอดโอยกันหมด ข้าวเหลือ เกวียนละ ๖,๐๐๐ บาท สมัยก่อน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ประกันรายได้ ที่ ๑๐,๐๐๐ บาท ขายข้าวได้ ๖,๐๐๐ บาท ๔,๐๐๐ บาทไปรับกับรัฐบาลผ่าน ธ.ก.ส. ได้ ๑๐,๐๐๐ บาท ขายข้าวได้ ๗,๐๐๐ บาท ไปรับกับ ธ.ก.ส. อีก ๓,๐๐๐ บาท ได้ ๑๐,๐๐๐ บาท แต่วันนี้ขายข้าวได้ ๖,๐๐๐ บาท ๕,๕๐๐ บาท อีก ๔,๕๐๐ บาท กับอีก ๔,๐๐๐ บาทไปรับที่ใครครับ รัฐบาลไม่จ่ายเลย เพราะไม่มีโครงการประกันรายได้เหมือนเดิม วันนี้เศรษฐกิจมันถึงแย่หมด มันสำปะหลังก็แย่ครับท่านประธาน วันนี้มันสำปะหลังเหลือ ตันละ ๘๐๐ บาท อ้อยก็แย่ครับปีนี้ แย่ทุกอย่าง ผมถามแล้วพี่น้องเกษตรกรไม่มีรายได้ ไม่มีเงินอยู่ในมือเศรษฐกิจจะดีได้อย่างไร เพราะเกษตรกรคืออาชีพหลักของประเทศ เป็นคน ส่วนใหญ่ของประเทศ รัฐบาลต้องปกป้องพี่น้องเกษตรกร การที่เอาผลประโยชน์ของพี่น้อง เกษตรกรไปแลกกับอุตสาหกรรม เพื่อให้ต่างชาติมาลงทุนเยอะ ๆ ให้ต่างชาติมาลงทุน แล้วถามว่าเราจะดูแลพี่น้องเกษตรกรอย่างไรครับ ตอนนี้มันมีอยู่กองทุนหนึ่ง ก็คือกองทุน ดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากการทำข้อตกลงทางการค้าเสรี หรือเอฟทีเอ แต่กฎหมาย พ.ร.บ. ตัวนี้ยังไม่ไปถึงไหนครับ ฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ไปตามด้วยในฐานะที่เป็น เจ้าของร่าง พ.ร.บ. ตรงนี้ ผมในฐานะประธานกรรมาธิการการอุตสาหกรรม ซึ่งได้มีโอกาส เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาติดตามผลกระทบของพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ซึ่งโรงงานผลิตนม หรือสหกรณ์โคนมหนองโพร้องเรียนมา เราถึงรู้ครับว่าวันนี้รัฐบาลไปทำ ข้อตกลงทางการค้าเสรี แต่มาตรการในการรองรับยังไม่มีเลย พ.ร.บ. หรือพระราชบัญญัติ กองทุน ตั้งกองทุน ผู้ได้รับผลกระทบจากการทำข้อตกลงทางการค้า ยังไม่ไปถึงไหนเลยครับ แล้วถามว่าเราไปทำข้อตกลงกับสหรัฐอเมริกาเราจะเอาอะไรไปดูแลพี่น้องเกษตรกร ฉะนั้น ผมจึงขอฝากท่านประธานนำเรียนท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องว่า อย่าเอาผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรไปแลกกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรม แต่ถ้าเรา จะทำเราต้องมีมาตรการในการรองรับว่าเมื่อพี่น้องเกษตรกรได้รับผบกระทบ กองทุนที่ดูแล ผู้ได้รับผลกระทบต้องทำหน้าที่แล้วต้องใช้ประโยชน์ได้ ต้อง Function แล้ว แต่ไม่ใช่ไปทำ ข้อตกลงเสร็จนำเข้ามา วันนี้ท่านประธานรู้ไหมครับ ผมยกตัวอย่าง ไทย-ออสเตรเลีย ไทย-นิวซีแลนด์ วันนี้กำลังในการซื้อภาคอุตสาหกรรมที่ต้องใช้น้ำนมดิบลดลงวันหนึ่ง ๘๐๐ ตัน วันละ ๘๐๐ ตัน กระทบกับพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมขนาดไหนครับ ตอนนี้ มีน้ำนมดิบ น้ำนมที่ทำ UHT แปรรูปแล้วค้างอยู่ในสหกรณ์ต่าง ๆ ทั่วประเทศหลายแสนลิตร แล้ววันนี้หมดอายุเสียหายไปเยอะ ถามว่าวันนี้รัฐบาล ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์จะดูแลอย่างไรครับ วันนี้มันเหมือนเป็นระเบิดเวลาที่รัฐบาลไปทำเอฟทีเอกับ ต่างประเทศแล้วกระทบกับพี่น้องเกษตรกร นี่ผมยกตัวอย่างอันเดียวเท่านั้นเองก็คือเกษตรกร ผู้เลี้ยงโคนม รัฐบาลยังไม่มีมาตรการอะไรในการรองรับเลย ต้องส่งเสียงตรงนี้ ใช้เวทีนี้ในการ ยื่นญัตติด่วนจี้รัฐบาลลงไปดำเนินการ แล้วฝากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร ด้วยครับ วันนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมเดือดร้อนมาก สหกรณ์ ทั่วประเทศตอนนี้น้ำนมค้างอยู่ในระบบเยอะมาก ต้องไปแปรรูปแล้วเก็บไว้ แล้วรอวัน หมดอายุจะดำเนินการอย่างไรครับ อันนี้สิ่งที่ไม่อยากจะเห็น ก็ฝากทางรัฐบาลได้ไป ดำเนินการดูแลพี่น้องเกษตรกรด้วยนะครับ อย่าเอาผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรไปแลก กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรม เราไปเรียกต่างประเทศมาลงทุน FDI ตัวเลขโต จีดีพีโต การจ้างงานโต ถามว่าวันนี้คนไทย ได้อะไรจากการลงทุนต่างประเทศบ้าง วันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ท่านเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เดินหน้าปราบจีนศูนย์เหรียญ ทำไมต้องเรียกจีนศูนย์เหรียญครับ มาลงทุนเมืองไทย ใช้ทรัพยากรไทย อยู่บนแผ่นดินไทย แต่คนไทยไม่ได้อะไรเลยครับ Supplier Supply Chain เอาจากจีนเข้ามา แถมยังมาทิ้ง Waste ทิ้งกากอุตสาหกรรมเป็นพิษ เป็นภัยให้กับพี่น้องประชาชน แม้กระทั่งพ่อครัวที่จะจ้าง หรือซื้ออาหารกินยังเอามาจาก ประเทศจีน แล้วคนไทยพ่อค้าแม่ขายเคยขายอาหารในโรงงานจะได้อะไร วันนี้สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นที่เราดึงเม็ดเงินมาลงทุนรัฐบาลต้องตอบให้ได้ว่า คนไทยได้อะไร ไม่ใช่ดูแต่ตัวเลข การลงทุนอย่างเดียวจากต่างประเทศ ดูตัวเลขของ BOI ดูตัวเลขการส่งออกอย่างเดียว แต่ถามคนไทยได้อะไร สิ่งนี้คือสิ่งที่เราเป็นห่วง แล้วผมก็เห็นด้วยครับว่าวันนี้ถึงเวลาแล้ว ที่ประเทศไทยเราจะต้องมีการปฏิรูปอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง ถ้าเรากลัวอย่างเดียวกลัวการ ขึ้นภาษีตอบโต้แบบเท่าเทียมของสหรัฐอเมริกาหรือโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ท่านประธานาธิบดีของอเมริกา แล้วเราไม่ทำอะไรเลย ผมคิดว่าเราก็เสียโอกาส ฉะนั้นสิ่งที่ สำคัญคือการพลิกวิกฤติเป็นโอกาส ผมได้รับทราบข่าวว่าทางกระทรวงอุตสาหกรรม โดยท่าน เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ท่านรัฐมนตรี ก็มีนโยบายที่จะปรับหรือปฏิรูประบบอุตสาหกรรม เพื่อรองรับมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา ท่านก็มีนโยบาย ๕ ด้านด้วยกันก็คือจัดการกับ อุตสาหกรรมศูนย์เหรียญ อันนี้เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง อธิบายให้ท่านประธานฟังไปแล้วว่า ทำไมต้องจัดการ เพราะว่ามาลงทุนมีแต่ตัวเลขมีเม็ดเงิน แต่คนไทยไม่ได้อะไร การจ้างงาน ไม่เกิดขึ้น Supply Chain ก็ไม่ได้ใช้ในประเทศไทย ภาษีก็ไม่ได้เก็บ เพราะได้ BOI มาสร้าง มลภาวะในประเทศไทยอีก ต้องไปสิ้นเปลืองเจ้าหน้าที่ทีมสุดซอยลงไปตรวจไปจับ ผมถามว่า คนไทยได้อะไร ท่านรัฐมนตรีต้องดำเนินการอย่างนี้ถูกต้องแล้ว

เรื่องที่ ๒ คือการปกป้องการดัมป์ตลาดของสินค้าไม่ได้มาตรฐาน เมื่อไม่กี่วันนี้ ผมในฐานะประธานกรรมาธิการอุตสาหกรรมก็เดินทางขึ้นไปเยี่ยมด่านศุลกากรที่จังหวัด เชียงราย ที่ด่านเชียงของเพื่อติดตามว่าไม่ให้มีการนำสินค้าที่ไม่ได้ มอก. เข้ามาจำหน่าย ในประเทศไทย ซึ่งก็ตรงกับนโยบายของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่กำลังปราบปรามสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม อันนี้จะต้องดำเนินการอย่างจริงจัง แล้วท่านรัฐมนตรีก็ดำเนินการจริงจัง อันนี้ก็คือชื่นชมครับ เพราะว่าวันนี้สินค้าหลายอย่าง กล้าแม้กระทั่งปลอม Logo ครับ ไม่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม แต่ตีตรา มอก. ลงมา อันนี้ ต้องปราบให้หมดแล้วก็ดำเนินคดีโดยเด็ดขาด

เรื่องที่ ๓ คือต้องสนับสนุนให้คนไทยใช้ของในประเทศไทยนะครับ วันนี้ หลายประเทศก็สนับสนุนอุตสาหกรรม แม้แต่เรื่องการท่องเที่ยวก็ไม่ให้คนออกนอกประเทศ เที่ยวในประเทศตัวเองนะครับ ให้ใช้ของในไทย เราก็ต้องดำเนินการสนับสนุนให้คนไทย ใช้ของไทยด้วยกัน

เรื่องที่ ๔ ที่กระทรวงอุตสาหกรรมทำก็คือเรื่องของการสนับสนุน SMEs ในเรื่องของ Innovation นวัตกรรม ในเรื่องของการลดปัญหาอุปสรรคในการที่จะให้ SMEs ได้เติบโต แล้วก็ทำอย่างไรให้ SMEs เราสามารถที่จะเติบโตขึ้นไปในเวทีนานาชาติได้ ก็คือ การส่งออก สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่กระทรวงอุตสาหกรรมริเริ่มทำ แล้วก็จะต้องทำให้เห็นผล โดยเร็ว เพื่อรองรับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากภาษีของทางสหรัฐอเมริกานะครับ แล้วที่สำคัญ ก็คือเรื่องของการสนับสนุนเรื่องของ Supply chain ให้เกิดขึ้น อย่างที่ผมบอกครับ วันนี้ขนกันมาลงทุน Supply chain สมัยก่อนนี้ก็มาใช้ในไทย แต่วันนี้บริษัทแม่มาปุ๊บ ก็เอา Supply chain จากต่างประเทศเข้ามา แล้วก็ไม่ได้ใช้ Supply chainในเมืองไทย แล้วผมถามแล้วคนไทย ผู้ประกอบการไทย SMEs ไทยจะอยู่รอดได้อย่างไรครับ ฉะนั้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงอุตสาหกรรมในการที่จะรองรับมาตรการ ภาษีของสหรัฐอเมริกานั้นถือว่าเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม แล้วก็ขอให้ทางท่านรัฐมนตรีได้ทำ อย่างเร่งด่วน แล้วก็ขอให้ท่านรัฐมนตรีได้ดำเนินการอย่างจริงจัง และผมคิดว่าท่านจริงจัง อยู่แล้ว เพราะว่าท่านเป็นคนออกมาตรการตรงนี้เองก็ขอเป็นกำลังใจให้ แล้วก็ขอฝากทาง คณะรัฐมนตรีว่า การเจรจาภาษีที่มีกับสหรัฐอเมริกานี้ขอให้ยึดประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ ของประเทศเป็นหลัก แล้วก็ดูแลพี่น้องที่เสียผลประโยชน์จากการไปทำข้อตกลงทางการค้าด้วยนะครับ จะต้องมี เงินเยียวยา มีกองทุน มีมาตรการอะไรที่จะดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบเพื่อให้พี่น้องที่ได้รับ ผลกระทบนั้นสามารถที่จะอยู่รอดได้ในภาวะท่ามกลางสงครามทางการค้าในปัจจุบันนี้ ก็ต้อง ขออนุญาตนำเรียนญัตติด่วนดังกล่าวของผมนั้น นำไปสู่ทางท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธาน ขอบพระคุณครับ