เฉลิมชัย ยันเขตห้ามล่าลำปาว พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๘

เฉลิมชัย ศรีอ่อน หารือปัญหาพื้นที่เขื่อนลำปาวและการทับซ้อนของหน่วยงาน โดยเสนอแผนระยะสั้นให้ตรวจสอบการทับซ้อนและระยะยาวพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศเพื่อสร้างรายได้และประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

กราบเรียนท่านประธานประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กราบเรียนท่านสมาชิกด้วยความเคารพ ต้องขอบคุณแทนพี่น้องประชาชนเป็นอย่างสูง เหมือนที่ท่านบอกผมก็เคยเป็น สส. เขตมา ก็รับทราบปัญหาของพี่น้องประชาชนก็คือปัญหา ของผู้แทน แล้วก็โดยหน้าที่แล้วเราก็ต้องมีหน้าที่ที่จะเข้าไปดูแลแก้ไขปัญหาหรือนำส่งต่อ ปัญหาไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการ ปัญหาเหมือนที่ท่านทราบล่ะครับ ปัญหา ของพื้นที่การที่มีหน่วยงานต่าง ๆ ตามกฎหมายของแต่ละกระทรวง แต่ละกรมเข้าไปกำกับ ในส่วนของการบริหารจัดการ ตัวเขื่อนก็เป็นของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ท่าน ทราบไหมพื้นที่ของเขตห้ามล่าเขื่อนลำปาวตรงนี้ จริง ๆ แล้วมันเป็นพื้นที่ที่ผมได้รับทราบ ข้อมูลผมก็ยังแปลกใจมันเป็นเขตพื้นที่น้ำทั้งหมดเลย น้ำทั้งหมดหมายถึงอะไร น้ำทั้งหมด หมายถึงว่า เขื่อนนี่กรมชลประทานจะชี้ระดับน้ำในการเก็บกักน้ำว่าน้ำจะไปถึงระดับที่เท่าไร ในวันนี้ที่มันมีพื้นที่รอบอ่าง รอบเขื่อนที่มันว่าง เนื่องจากเมื่อน้ำลดลงมันก็เกิดเป็นพื้นที่ เกิดเป็นดอน เกิดเป็นอะไรต่าง ๆ ขึ้นมา ซึ่งตรงนี้ทั้งหมดเลยมันมีพิกัดอยู่อยู่ในความ รับผิดชอบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และได้มีการประกาศให้เป็นเขตห้ามล่า ผมเรียนเลยว่าเมื่อเป็นเขตห้ามล่า ผมก็คิดเห็นเหมือนท่านมันไม่มีอะไรที่จะล่าแล้ววันนี้ นอกจากในส่วนของการดูแลเรื่องของ ทรัพยากร เรื่องของสัตว์น้ำ เรื่องของสัตว์บางประเภทที่ยังมีอยู่แค่นั้น สิ่งหนึ่งที่จะดำเนินการ ตรงนี้ผมเห็นด้วยและผมก็ได้ดูในส่วนของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ซึ่งได้มีนโยบายในการที่จะพัฒนาเขื่อนลำปาวตรงนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เหมือนที่ท่านบอก ด้วยจุดประสงค์เขื่อนเมื่อตั้งขึ้นมาต้องมีประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ๒. พี่น้องประชาชนต้องได้รับประโยชน์จากพื้นที่ที่วันนี้หลายท่านก็เสียสละพื้นที่ตรงนี้ มาเป็นการสร้างเขื่อน เพราะฉะนั้นเมื่อมีการกำหนดแผนในการที่จะให้พื้นที่แห่งนี้เป็น แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศแล้วก็ได้มีการวางแผนในการดำเนินการทั้ง ๒ ส่วน ส่วนแรก ก็คือระยะสั้นคือสามารถดำเนินการตรงนี้ คือให้ตรวจสอบการทับซ้อนของพื้นที่ของแต่ละ หน่วยงานให้มีความชัดเจนว่าวันนี้พื้นที่ตรงนั้นมีการทับซ้อนกันตรงไหนบ้าง ซึ่งขณะนี้ เราได้ดำเนินการในส่วนของเราไปแล้ว นี่คือระยะสั้น ส่วนระยะยาวก็คือสิ่งที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้ถามว่าเราจะดำเนินการในการพัฒนาตรงนี้ให้เป็นการท่องเที่ยวแบบเชิงนิเวศ อย่างไร เราได้มีการออกแผนของกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเป็นการอนุรักษ์ และคุ้มครองพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าลำปาว พ.ศ. ๒๕๖๖ ถึง พ.ศ. ๒๕๗๕ เป็นแผน ๑๐ ปี ที่เราได้ดำเนินการร่างขึ้นไว้เพื่อดำเนินการตามแผนนี้ให้ไปสู่จุดหมายของเราคือพัฒนา เขื่อนลำปาวให้เป็นแหล่งพื้นที่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ให้เกิดการจ้างงาน ให้เกิดรายได้ ให้เกิด นักท่องเที่ยวเข้าไปสู่พื้นที่ ทั้งหมดนี้ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่เป็นความตั้งใจของเราที่อยากจะให้เขื่อนตรงนี้พี่น้องประชาชน ในบริเวณนั้นได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง การได้รับประโยชน์เพียงแค่มานั่งดูความสวยงาม อย่างเดียวผมคิดว่ามันไม่พอ ประโยชน์ที่พี่น้องประชาชนควรได้รับคือ ๑. รายได้เขาควรจะ เพิ่มขึ้น เมื่อรายได้เพิ่มขึ้นมีระบบจัดการที่ดีที่สุด สุขภาพ คุณภาพสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ก็ต้อง ดีขึ้น เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าเราได้ดำเนินการ และเหมือนที่ผมบอกแล้วว่าส่วนหนึ่ง มันก็ยังมีสัตว์อยู่ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้มีถึงขนาดเป็นสัตว์ในป่า การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ก็ต้องเป็นการอนุรักษ์สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งเรามีแผนงานที่ชัดเจนว่าเราจะดำเนินการกำหนด โซนแต่ละพื้นที่เป็นอย่างไรบ้าง ยกตัวอย่างเช่น โซนอนุรักษ์ โซนบริการ โซนกิจการพิเศษ เหมือนที่ท่านบอกว่าโซนอนุรักษ์ทำอะไรได้บ้าง โซนบริการทำอะไรได้บ้าง โซนกิจการพิเศษ ทำอะไรได้บ้าง ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าจะเป็นการยืดหยุ่นที่สุดในการที่จะดูแลปัญหาพี่น้อง ประชาชนได้ตรงเป้า อาจจะไม่ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์หรอกครับ เพราะว่ามันเป็นเรื่องของ กฎหมายที่บังคับอยู่ แต่การออกแผนเช่นนี้ กำหนดโซนพื้นที่เช่นนี้ มันจะสามารถ ทำให้เรายืดหยุ่นในการบริหารจัดการในพื้นที่เหมือนที่ท่านบอกว่า เอ๊ะ ทำไมทรัพยากรของ เรามี เราไม่แปลงทรัพยากรตรงนั้นให้เป็นสินทรัพย์ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ให้เป็นแหล่ง ที่พักเลย แต่ว่าผมเรียนว่าภายใต้การอนุรักษ์เราสามารถทำได้นะครับ แล้วก็หน่วยงานอื่น ๆ ที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องนี่ผมคิดว่าทุกหน่วยก็คงจะมีความรู้สึกเหมือนกันนะครับ ไม่ต่างกันว่า ต้องการให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ตรงนั้นได้รับประโยชน์จากสิ่งก่อสร้างที่สร้างจากเงินภาษี ของเราให้เต็มที่ ซึ่งสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ ๑. ชุมชนมีนักท่องเที่ยวเข้าไป ๒. ชุมชนได้รับการ จ้างงานจากคนในพื้นที่ที่อยู่บริเวณนั้นสร้างรายได้ สร้างอนาคต ๓. ที่ผมบอกครับ เมื่อเรามี การบริหารจัดการที่ดีด้วย คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนก็จะดีขึ้นตามไปด้วย นี่คือสิ่งที่ มันจะเกิดขึ้นหลังจากที่เราได้ดำเนินการในส่วนของการกำหนดให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยว เชิงนิเวศครบถ้วน ส่วนการพัฒนาตัวเขื่อนเอง ผมเรียนครับว่าเนื่องจากปัญหาทับซ้อนที่ท่าน บอกว่ามันมีหลายหน่วยงานมากที่เข้าไปดูแล แล้วแต่ละหน่วยงานก็มีกฎหมายในการกำกับ ดูแล ซึ่งทั้ง ๔ หน่วย ๔ กระทรวงที่ท่านบอก ผมคงไม่เอ่ยซ้ำนะครับ แต่ผมก็จะบริหาร แบบบูรณาการ จะบูรณาการการทำงานร่วมกันถ้าติดขัดตรงไหนเราสามารถประสานได้ ผมก็จะดำเนินการ แล้วก็จะสั่งให้เจ้าหน้าที่ของเราดำเนินการตรงนี้เป็นตัวแทนของ พี่น้องประชาชนในการที่จะดูแลด้วย ก็เหมือนที่บอกว่า ผมก็เป็น สส. เขตมาเหมือนท่าน เข้าใจความรู้สึก แล้วก็ฝากไปถึงพี่น้องประชาชนบริเวณนั้นด้วย บริเวณเขื่อนลำปาวด้วยว่า จากกระทู้ของท่าน สส. ผมจะดำเนินการเร่งรัดตรงนี้ให้เร็วที่สุด ไวที่สุดและให้เกิดประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนในบริเวณนั้นให้มากที่สุด ขอบคุณมากครับ