ศุภโชติ ไชยสัจ ชี้แจงประเด็นรับซื้อไฟฟ้าสะอาดรอบ 5,200 และ 3,600 เมกะวัตต์ โดยระบุว่าโครงการดังกล่าวไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่แรกและควรใช้วิธี Direct PPA แทน พร้อมตั้งคำถามถึงผลกระทบต่อค่าไฟประชาชน ศุภโชติ ไชยสัจ ระบุข้อบกพร่องในการคัดเลือกโครงการรับซื้อพลังงานที่ขาดความโปร่งใสและเปิดเผยหลักเกณฑ์ พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์การผูกขาดของกลุ่มทุนและการปิดกั้นการแข่งขันในตลาดพลังงาน นอกจากนี้ ศุภโชติ ไชยสัจ ยังชี้แจงความสับสนจากการประกาศของ กกพ. ให้เอกชนลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าภายในกำหนดเวลา โดยวิพากษ์วิจารณ์การตีความมติที่คลุมเครือซึ่งอาจทำให้ประชาชนเสียหาย และยืนยันว่ายังไม่มีหน่วยงานรัฐใดลงนามในสัญญาดังกล่าว
เรียนประธานสภาที่เคารพครับ ผม ศุภโชติ ไชยสัจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคประชาชน ก่อนอื่น ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานที่ให้เกียรติกับสภาแห่งนี้ในการมา ตอบกระทู้ถามสด ซึ่งประเด็นที่ผมจะถามมีอยู่ ๓ ประเด็นด้วยกัน ล้วนแต่เป็นประเด็นที่จะ ส่งผลกระทบต่อค่าไฟของพี่น้องประชาชนแน่นอน แต่ก่อนอื่นผมอยากจะชี้แจงว่า ในประเด็นแรกผมอาจจะใช้เวลานานสักเล็กน้อย แล้วประเด็นที่ ๒ ประเด็นที่ ๓ จะใช้เวลา ลดลงมาครับ เพื่อควบคุมไม่ให้เกิดการติดขัดในการถามกระทู้ถามสดของผม
ประเด็นแรก เป็นประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องของการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงาน สะอาด ทั้ง ๒ รอบ ไม่ว่าจะเป็นรอบ ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์ หรือรอบถัดมาที่เกี่ยวเนื่องกัน รอบ ๓,๖๐๐ เมกะวัตต์ ประเด็นนี้เป็นประเด็นสำคัญครับ เป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อ พี่น้องประชาชนในวงกว้าง แล้วประชาชนก็ร่วมกันตั้งคำถามต่อทางรัฐบาล ต่อการทำงาน ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า รัฐบาลกำลังทำการบางอย่างที่ ประชาชนไม่อาจรู้เห็นครับ แล้วมันก็อาจจะส่งผลกระทบต่อค่าไฟของพี่น้องประชาชนใน ระยะยาวหรือเปล่าครับ แต่ก่อนอื่นก่อนจะเจาะไปที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุด ผมขอเท้าความ นิดหนึ่งว่า ภาพรวมที่เกิดขึ้นกับการรับซื้อไฟฟ้ารอบนี้มันมีอะไรบ้างครับ การรับซื้อไฟฟ้าสะอาดทั้ง ๒ รอบมีปัญหาหลายประการ ตัวผมเองรวมไปถึงเพื่อน สส. จาก พรรคประชาชนก็ได้มีการอภิปราย ได้มีการแถลงข่าวในประเด็นนี้มาแล้วหลายรอบครับ ถ้ารวม ๆ ตลอด ๒ ปีที่ผ่านมาผมเข้าใจว่าไม่ต่ำกว่า ๒๐ รอบ ซึ่งการรับซื้อไฟฟ้าดังกล่าวมี ปัญหาหลายข้อไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่โครงการรับซื้อไฟฟ้านี้ไม่ควรจะมีตั้งแต่แรก เรามีไฟฟ้าเกิน กันอยู่แล้วพูดกันมาหลายครั้งไม่ควรไปซื้อเพิ่มซ้ำปัญหาเดิมเข้าไปอีก ถ้าบอกว่าประเทศไทย เราจะต้องการพลังงานสะอาดเราก็ย้ำครับ พรรคประชาชนก็ย้ำมาตลอดว่าให้ใช้วิธีการอื่น รัฐบาลไม่ควรจะไปจัดหาเอง ให้ใช้วิธีการอย่าง Direct PPA อันนี้คือข้อแรกไม่ควรจะมี โครงการนี้ตั้งแต่แรกครับ
ข้อที่ ๒ กระบวนการคัดเลือกของการรับซื้อมันก็มีข้อทุจริตหลายข้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไม่ประกาศหลักเกณฑ์ วิธีการให้คะแนนออกมาก่อน ไม่ได้บอกว่า จะคัดเลือกจากหลักเกณฑ์หรือให้คะแนนคนที่เข้าร่วมการคัดเลือกอย่างไร เอกชนที่เข้ามายื่น แต่ละรายเราก็เห็นผลลัพธ์กันได้อย่างชัดเจนว่า มีแค่กลุ่มทุนพลังงานเพียงแค่ ๒ กลุ่มเท่านั้น ที่ได้สัมปทานได้โครงการกันไปเกือบครึ่งหนึ่งของการจัดหาทั้งหมด หรือถัดมาระเบียบ การรับซื้อปิดกั้นการแข่งขันครับ โดยเฉพาะการรับซื้อรอบที่ ๒ ที่มีการล็อกโควตากำหนดว่า ให้คนที่สามารถเข้าร่วมกระบวนการรับซื้อรอบที่ ๒ ต้องเป็นคนที่เคยยื่นโครงการเข้ามา ในรอบแรกเท่านั้น ไม่ได้มีการเปิดให้ผู้เล่นรายใหม่เข้ามาในตลาดพลังงานของประเทศไทย เราเลยครับ
และประเด็นสุดท้ายเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของราคา อย่างแรกเลย คือรัฐบาลไม่ได้มีการเปิดประมูลราคารับซื้อ ให้เอกชนเขาแข่งกันว่าเราจะได้ราคาที่ถูกที่สุด เท่าไร เพื่อลดภาระที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน แต่รัฐบาลเล่นไปกำหนดราคากันเอาเองครับ ไปกำหนดราคากันเอาเองที่มันแพงเกินจริงครับ ซึ่งผมก็ได้เน้นย้ำไปแล้วว่าสิ่งที่ประชาชน จะต้องแบกรับภาระที่มันสูงเกินจริงอาจจะแตะตัวเลข ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็เป็นได้ ซึ่งสิ่งที่ ผมพูดมาทั้ง ๔ ประเด็น ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานท่านก็ได้เห็นด้วยกับผม ในทุก ๆ ข้อ เรามีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันในสภาแห่งนี้กันมาแล้วหลายรอบ แต่ผมต้องขอ พูดแบบนี้ว่าสิ่งที่ประชาชนคาดหวัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รวมไปถึงรัฐบาล ชุดนี้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับพวกเขาได้ครับ ท่านควรจะยกเลิกการรับซื้อไฟฟ้า ทั้ง ๒ รอบ ตั้งแต่ที่เราพูดกันถึงเรื่องว่ามันส่อทุจริตไปแล้วด้วยซ้ำครับอย่างการรับซื้อไฟฟ้า รอบแรก ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์ ท่านควรจะยกเลิกทันที แต่ก็ยังดึงดันที่จะมีการรับซื้อไฟฟ้า ต่อไปครับ ไปอ้างคำพูดของกฤษฎีกาว่าไม่สามารถยกเลิกได้เดี๋ยวมันจะมีปัญหาครับ ผมสงสัยผมก็เลยเรียนเชิญตัวแทนกฤษฎีกาเข้ามาชี้แจงในคณะกรรมาธิการ ซึ่งกฤษฎีกาก็ได้ บอกผมว่า ยังไม่เคยได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการจากกระทรวงพลังงานเลยแม้แต่ครั้งเดียว ถ้าท่านจะเอาสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาเป็นข้ออ้างในการที่จะรับซื้อไฟฟ้าต่อไปผมเห็นว่าเรื่องนี้ มันก็อาจจะไม่ถูกต้องเสียทีเดียวครับ ทั้ง ๆ ที่ระเบียบการรับซื้อ กกพ. เขาก็เขียนไว้ชัดเจนว่า ท่านสามารถยกเลิกได้มันเป็นอำนาจของรัฐบาล เป็นอำนาจของคณะกรรมการนโยบาย พลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. ว่ายกเลิกได้ แต่จะต้องยกเลิกก่อนที่จะมีการลงนามในสัญญา ซื้อขายไฟฟ้า แต่นี่กลับไม่ทำอะไรปล่อยให้มีการลงนามไปเรื่อย ๆ จนล่าสุดลงนามกันไป เกือบทุกรายเรียบร้อย ประชาชนแบกรับต้นทุนกันไปแล้วเรียบร้อยเกือบแสนล้าน หรือจะ เป็นการรับซื้อไฟฟ้ารอบที่ ๒ ๓,๖๐๐ เมกะวัตต์ ผมก็ยืนยันว่าท่านก็ต้องยกเลิกเหมือนกัน ซึ่งโครงการรับซื้อรอบที่ ๒ มันมีปัญหาเหมือนกับการรับซื้อรอบแรกใช้ราคาเดิม ไม่ว่าจะเป็น โครงการที่เกิดขึ้นในปีนี้หรือปี ๒๕๗๓ กำหนดให้ใช้ราคาเดิม ไม่ได้คำนึงถึงเลยว่า ต้นทุนที่เกิดขึ้นมันลดลงสวนทางกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดโลกว่าเทคโนโลยีต่าง ๆ มันดีขึ้น ทำให้ต้นทุนโรงไฟฟ้ามันลดลงทุกปี ท่านก็ไม่ยอมยกเลิกกลับมีมติออกมามติจาก คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ครั้งที่ ๑ ปี ๒๕๖๘ ซึ่งท่านรัฐมนตรีเองท่านก็อยู่ในโต๊ะประชุมในวันนั้นด้วย ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดวันที่ ๖ พฤษภาคม ออกมาอย่างนี้ว่าให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานรวมถึง ๓ การไฟฟ้านี้ไปเจรจาครับ ไปเจรจากับผู้ที่ได้รับการคัดเลือก ได้รับสัมปทานเพื่อขอปรับลดราคารับซื้อไฟฟ้าลง โดยให้ ใช้ราคาอ้างอิงจากโครงการของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตในอดีต มติที่ออกมาสร้างความสับสน หลายประเด็น
ประเด็นแรก สร้างความสับสนให้กับหน่วยงาน เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่า อยู่ดี ๆ หน่วยงานกำกับทางด้านพลังงานของเราคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ก็ได้มีการออกประกาศตัวนี้ออกมา เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ออกมาบอกว่าให้เอกชนผู้ที่ได้รับ การคัดเลือกเข้ามาลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าภายในวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ที่ผ่านมา หรือเมื่อวันอังคารที่ผ่านมานี้เองครับ สิ่งนี้สร้างความสับสนให้กับสังคมอย่างมาก รวมถึง ตัวผมเองด้วย ถ้าผมนั่งดูข่าวรัฐบาลบอกให้ไปเจรจา แต่หน่วยงานกลับบอกว่าให้เข้ามา เซ็นสัญญาได้เลย หมายความว่าอย่างไรครับ จะเอาอย่างไรกันแน่ครับ ผลการเจรจา เป็นอย่างไรไม่มีใครรู้ ไม่ใช่ว่าไปเจรจากันมาแล้ว หรืออาจจะไม่ได้เจรจา ลดกันแค่ ๑-๒ สตางค์แล้วโอเคเลย ลักหลับประชาชนอย่างนี้เลยได้หรือเปล่า สิ่งนี้รัฐบาลต้อง ตอบคำถามให้ชัดเจนว่าท่านกำลังทำอะไรปิดบังประชาชนหรือเปล่าครับ ท่านกำลังปล่อยให้ นายทุนพลังงานต่าง ๆ เข้ามาลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับทางภาครัฐอย่างนี้นะหรือ ท่านจะทำงานกันแบบนี้จริง ๆ หรือครับ ท่านไม่ต้องไปโบ้ยให้ กกพ. ว่าทำงานไม่ดี เพราะว่า ในตัวประกาศก็เขียนไว้ชัดเจนว่า กกพ. เองออกประกาศแบบนี้ก็เพราะตีความจากมติ ของท่านที่มันคลุมเครือ เท่านั้นยังไม่พอครับ ผมได้มีการติดตามเรื่องนี้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แล้วก็การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเช่นกันครับ ซึ่งเป็น ๒ หน่วยงานที่เป็นผู้ที่จะต้องเป็นตัวแทน ของภาครัฐไปลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับเอกชน ผมก็ถามเขาว่าวันที่ ๒๙ ที่ผ่านมา เมื่อวันอังคารได้ลงนามเซ็นสัญญากับเอกชนรายไหนหรือเปล่า โชคดีครับท่านประธาน โชคดี โชคดีที่หน่วยงานบอกว่ายังไม่ได้ลงนามกับใครครับ