สะถิระ ย้ำไทยรักสงบแต่ต้องเตรียมพร้อม ปกป้องโรงเรียน-วัด-มัสยิด

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘

สะถิระ เผือกประพันธุ์ หารือเรื่องความพร้อมในการปกป้องสิ่งก่อสร้างสำคัญทั้งโรงเรียน วัด และมัสยิด เพื่อป้องกันความเสียหายจากสงคราม โดยเน้นย้ำว่าไทยรักสงบแต่ต้องเตรียมพร้อม

นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อำเภอสัตหีบ อำเภอกองทัพเรือ จังหวัดชลบุรี พรรคกล้าธรรม ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะอภิปรายญัตติด่วนด้วยวาจา ผมขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งที่อยู่ชายแดนไทย-กัมพูชา และรวมถึงที่สำคัญที่สุดพี่น้องที่ปกป้องอธิปไทยคือพี่น้อง ทหารไทยทั้ง ๓ เหล่าทัพ ไม่ว่าจะเป็นทั้งทหารอากาศ ทหารบก แล้วก็ทหารเรือ ท่านประธานครับ ผมมั่นใจอย่างที่สุดว่าพี่น้องทหารไทยจะปกป้องอธิปไตยดังคำขวัญของ กองทัพเรือซึ่งผมอยู่พื้นที่กองทัพเรือ ขอให้พี่น้องคนไทยมั่นใจว่ากองทัพเรือที่ประชาชน เป็นกองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นแล้วภาคภูมิใจ ท่านประธานครับ ผมเป็นลูกชายชาติทหาร นาวิกโยธินก็มีคำขวัญอีกเช่นกันครับ คำขวัญของนาวิกโยธินนั้นก็คือ กาย ใจ ชีวิต มอบเป็น ราชพลี เป็น นย. สักครั้งไซร้ จักฝังหฤทัยจนวายปราณ ก็เป็นกำลังใจให้กับพี่น้องทหารไทย ทั้ง ๓ เหล่าทัพ รวมถึงตำรวจตระเวนชายแดนด้วยครับ นอกจากนั้นวันนี้ผมขอโอกาสในการ เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องของการป้องกันและหาทางออกเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ด้านเศรษฐกิจ สังคม และที่สำคัญที่สุดความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนไทยต่อปัญหา ชายแดนไทยและกัมพูชาครับ

ประเด็นแรก ความปลอดภัยของพี่น้องไทย รวมถึงพี่น้องทหาร ตำรวจ ชายแดน และพี่น้องประชาชนคนไทยที่อยู่บริเวณชายแดนนั้น ทางรัฐบาลเตรียมการ ระยะสั้น ระยะยาวไว้อย่างไร แผนอพยพนั้นท่านทำอย่างไร เป็นขั้นตอนดำเนินการ ตามนี้ไหม ขั้นตอนที่ ๑ ท่านทำอย่างไร มีการประเมินสถานการณ์ของเหตุการณ์เช่นนี้ไหม ขั้นตอนต่อไปครับ การกำหนดเส้นทางอพยพ ฝากท่านประธานถึงรัฐบาลด้วย คณะรัฐมนตรี ขั้นตอนต่อไปท่านที่ ๓ การจัดเตรียมจุดรวมพล ในพื้นที่ชายแดนนั้น ๆ ทั้ง ๗ จังหวัด การจัดเตรียมจุดรวมพลแล้ว การจัดการหายานพาหนะและอุปกรณ์ช่วยเหลือทางการแพทย์ ท่านเตรียมไว้แล้วหรือยัง และที่สำคัญที่สุดครับ การให้ความรู้และการฝึกซ้อมของพี่น้อง ชายแดน หรือแม้กระทั่งประชาชนคนไทยทั้งประเทศ นี่คือสิ่งที่พี่น้องประชาชนคนไทย ต้องเตรียมพร้อมโดยมีรัฐบาลเป็นส่วนช่วยเหลือ ยังไม่รวมตรงนี้ ยังมีเรื่องของอาหาร ถ้ามีการกักตุนสินค้า ถ้ามีการกักตุนยา ถ้ามีการกักตุนอาหารอีก บุคลากรทางการแพทย์ เราเตรียมพร้อมแล้วหรือยัง เราจำเป็นจะต้องมีแพทย์อาสาไหม พยาบาลอาสาไหม หรือแม้กระทั่งสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือสิ่งปลูกสร้างที่ป้องกันคนไทยในการเกิดกรณีเกิดข้อพิพาท หรือมีการใช้อาวุธขึ้นมา นี่คือสิ่งที่สำคัญที่ทางพรรคกล้าธรรมและพี่น้อง ผมเชื่อว่าพี่น้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเทศไทยเป็นห่วงที่สุดคือเรื่องนี้ครับ เรื่องของชีวิต เรื่องความ ปลอดภัยของพี่น้องทหารและประชาชนคนไทย อันนี้คือเรื่องของความปลอดภัยครับ ท่านประธาน เราลืมอันนี้เป็นสำคัญเรื่องแรกที่ผมต้องพูดเลย ทีนี้มันมีทั้งระยะสั้น ระยะยาว ระยะสั้นท่านเตรียมอะไรแบบนี้ไว้ ระยะยาวท่านจะเตรียมอย่างไร ถ้าสงครามมันยืดเยื้อ ถ้าข้อพิพาทเยิ่นเย้อเกิน ๑ ปีขึ้นไปท่านจะทำอย่างไร ท่านต้องเตรียมข้อมูล ฝากท่าน ประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีด้วย นี่คือสิ่งที่พรรคกล้าธรรม เพื่อนสมาชิกพรรคกล้าธรรม แล้วก็เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นห่วง

ต่อไปครับท่านประธาน อันนี้ลืมไม่ได้ ถ้าข้อพิพาทมันจบด้วยสันติวิธี ปัญหา ที่จะต้องเตรียมคืออะไร ทั้งระยะสั้น ระยะยาว ด้านเศรษฐกิจ ๗ จังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ ชายแดนยังไม่รวมทั้งประเทศของประเทศไทย เอาแค่ ๗ จังหวัดก่อน ปิดด่านไปแล้ว ๘ แห่ง แบบถาวร แบบผ่อนปรนอีก ๙ แห่ง ๗ จังหวัดนี้มีอะไรบ้าง มีตราด จันทบุรี สระแก้ว บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ท่านประธานครับ มูลค่าการนำเข้าไทย-กัมพูชา ขณะนี้อยู่ที่ ๑๔,๓๘๗ ล้านบาท ระยะสั้นท่านจะเตรียมการอย่างไรในการที่จะต้องเตรียม หรือเยียวยาผู้ประกอบการ หรือพี่น้องไทยที่อยู่บริเวณนั้นเมื่อจบ ข้อพิพาทเราจบแล้ว หรือยังไม่จบ เศรษฐกิจปากท้องพี่น้องประชาชนที่อยู่บริเวณชายแดนจะดำเนินการอย่างไร ในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ มูลค่า ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ระยะยาว ๑๐ ปีก็เป็น ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไหนต้องทวีคูณสิครับ นี่คือสิ่งที่ท่านประธานต้องฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีด้วยว่า เป็นสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีต้องกังวล และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งมันต้องมีการแบนสินค้าไทยอยู่แล้ว ถ้ามีการแบนสินค้าไทยขึ้นมา กัมพูชาแบนสินค้าไทยเราจะเตรียมรับมือระยะสั้น ระยะยาว อย่างไร มังคุดไทยไม่หวาน ทุเรียนเราไม่หอม เราจะทำอย่างไร ตรงนี้คือสิ่งที่ฝากท่าน ประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีด้วยครับ

และเรื่องต่อไปครับท่านประธาน ผมเห็นมาแล้วการยั่วยุ การป้องกัน และรับมือความปลอดภัยและยั่วยุทางไซเบอร์ หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ผมว่าจะต้อง เป็นสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ จะต้องมากรองข้อมูลว่าอะไรจริง อะไรเท็จ อะไรคือข้อมูล ที่เราต้องเผยแพร่ได้ และเผยแพร่ไม่ได้ นี่คือสิ่งที่เป็นสงครามไซเบอร์และรวมถึงสงครามปกติ ด้วยเช่นกัน สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติต้องชี้แจงให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะชายแดน ให้ทราบ และทั้งประเทศได้ทราบว่าอะไรคือสิ่งที่เราต้องทำ อะไรคือสิ่งที่เราโดนกระทำ หรือไม่โดนกระทำจริง ๆ เพราะฉะนั้นถ้าสำนักข่าวกรองแห่งชาติไม่ให้ข้อมูลที่แท้จริงกับ พี่น้องประชาชน หรือไม่มีการประชาสัมพันธ์ทางสื่อ Online หรือสื่อต่าง ๆ ก็ดีที่เป็นสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ ประชาชนจะรับรู้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและไม่เป็นทางการ

และอีกเรื่องหนึ่ง สิ่งที่ผมเป็นกังวลเลย ซึ่งผมได้ทราบมาเร็ว ๆ นี้ ผมขอ อีกเรื่องหนึ่ง ขอฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยว่าเราต้องเตรียมพร้อมในการ ป้องกันสิ่งก่อสร้างที่เป็นศูนย์ราชการ หรือเป็นศูนย์รวมจิตใจของพี่น้องไทย โดยเฉพาะ ชายแดนครับผมฝากเลยเรื่องนี้เราต้องปกป้องครับ ต้องมีหน่วยงานราชการปกป้อง ทั้งโรงเรียน ทั้งวัด ทั้งมัสยิด แล้วก็ส่วนราชการต่าง ๆ ครับท่านประธาน เพราะอันนี้คือ จุดที่เป็นศูนย์รวมทั้งพี่น้องประชาชนทั้งกายและใจของพี่น้องคนไทย ท่านประธานครับ เราไม่อยากให้เกิดสงคราม เราอยากให้ทุกอย่างจบที่สันติวิธี แต่ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นผมขอพูด สั้น ๆ สรุปสั้น ๆ ไม่กี่คำ ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ