ฐิติมา อภิปรายปัญหาภัยแล้ง ชี้คลองแห้งขอด น้ำประปาปนเปื้อน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๘

ฐิติมา ฉายแสง อภิปรายปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตรในเขตอำเภอเมืองและบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยชี้ให้เห็นสภาพคลองแห้งขอดในช่วงหน้าแล้ง น้ำประปาหมู่บ้านที่ปนเปื้อน และผลกระทบที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ฐิติมา ฉายแสง อธิบายปัญหาภัยแล้งในเขตอำเภอเมืองและอำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดสมุทรปราการ โดยชี้ให้เห็นความจำเป็นที่ชาวบ้านต้องรวมตัวกันสร้างเขื่อนทดน้ำชั่วคราวด้วยตนเอง เนื่องจากขาดแคลนงบประมาณ และเสนอรายละเอียดของประตูทดน้ำ 4 จุดที่ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันน้ำไหลทิ้งไปหมด

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สส. ฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้ก่อนอื่น ต้องกราบขอบพระคุณที่ทางสภาได้บรรจุวาระนี้เข้ามาให้ดิฉันนะคะ เป็นเรื่องที่ดิฉันมีปัญหา กับเรื่องน้ำค่ะท่านประธาน ก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้สละเวลามา จริง ๆ แล้วจะต้องอภิปรายกันตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว แต่ว่าท่านยังไม่ได้รับตำแหน่งอย่างเต็มที่ ณ วันนี้เรามา เราก็มาชวนคุยกันถึงเรื่องของน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค แล้วก็เพื่อการเกษตร ในเขตทั้งอำเภอเมืองแล้วก็ใกล้เคียง ซึ่งจริง ๆ ดิฉันเองเป็น สส. เขต ๑ จังหวัดฉะเชิงเทรา ก็จะต้องดูแลพื้นที่ทั้งอำเภอเมือง แล้วก็อำเภอบ้านโพธิ์ เราก็จะพบปัญหา จะขอภาพแรกเลย นะคะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

พบปัญหาว่าอย่างในภาพเป็นช่วงที่ ถ้ามีหน้าแล้งเกิดขึ้นเราจะสังเกตว่าตามคลองต่าง ๆ ของฉะเชิงเทราเอง ในเขตที่บอกถึง มันจะมีหน้าตาประมาณนี้ ก็คือว่ามันไม่มีน้ำ แล้วน้ำเขาเอาไปทำอะไร เขาอาจจะเอาไปทำ ประปาหมู่บ้านหรือไปทำการเกษตร ซึ่งในพื้นที่ก็จะปลูกข้าวกันเยอะ ถ้าเกิดว่าเขาไม่ทำการใด ๆ คำว่าเขาหมายถึงพี่น้องประชาชน ไม่ทำการใด ๆ เลย มันก็จะอยู่ด้วยความยากลำบาก ซึ่งดิฉันเองอภิปรายในสภาหลายครั้ง ท่านประธานก็คงจะได้รับทราบอยู่ว่าทั้งน้ำที่ไปทำ ประปาหมู่บ้านก็จะดำปี๊ดปี๋เลย เหมือนเสื้อดำ ๆ ของท่านเลขาธิการสภานี่ละค่ะ แล้วก็ผื่นคันขึ้น ก็จะมีปัญหาอย่างนี้อยู่ตลอดเวลาเลย แล้วถ้าไม่ทำการใด ๆ อีกครั้งหนึ่ง ก็จะทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนอยู่ร่ำไป

ภาพต่อไปนี้คือภาพที่อยากจะบอกว่าพี่น้องประชาชนเขาจำเป็นต้องรวมตัวกัน ทำเขื่อนทดน้ำกันเอง พื้นที่ที่ดิฉันพูดถึง ภูมิประเทศมันก็คือว่าเป็นคลองหลัก คือ คลองประเวศบุรีรมย์ซึ่งเป็นคลองที่เชื่อมกับจังหวัดสมุทรปราการ แล้วสมุทรปราการ มันต่ำกว่าเขตอำเภอเมือง อำเภอบ้านโพธิ์ น้ำมันก็จะไหลไปหมดเลย ถ้าเขาไม่ทำทดน้ำ เอาไว้เอง น้ำไหลหมด แน่นอนมันก็จะเป็นแห้งแล้งแบบนั้น ทีนี้การทำทดน้ำ เขาต้อง ทำกันเอง ชาวบ้านต้องเรี่ยไรเงินเอง คนละ ๕๐๐ คนละ ๑,๐๐๐ ซื้อข้าวกล่องกินกัน ซื้อน้ำ กระทิงแดงอะไรก็แล้วแต่ ช่วยเหลือกัน อาจจะเป็น ๑๐,๐๐๐ ต่อจุด ต่อที่ ต่อครั้ง แล้วทำทุกปี ถามว่าทำอย่างไร บางทีเขาต้องใช้ฟาง ซึ่งดิฉันเห็นก็ฟางเอาอยู่หรือ เขาก็ใช้กัน นะคะ บางจุดเขาก็ใช้ไม้ไผ่อย่างเดียว บางจุดเขาก็ใช้กระสอบทราย เอามาทำอะไร เอามากั้น กั้นเป็นทดน้ำชั่วคราว เพื่อไม่ให้น้ำมันไหลอย่างที่ดิฉันบอก ทีนี้เขาไม่ได้ทำจุดเดียวถูกไหมคะ พื้นที่มันต่อเนื่องกัน ต่อเนื่องกันจากที่บอกว่าปากทางเป็นคลองประเวศบุรีรมย์ มันก็จะ มีคลองหลายคลองด้วยกัน ทีนี้พื้นที่ที่ดิฉันพูดถึง อำเภอเมือง จะมีตำบลวังตะเคียน เชื่อมต่อกัน ตำบลโสธร ตำบลบางพระ ตำบลบางกะไห ตำบลบางเตย ตำบลหนามแดง ตำบลคลองเปรง นี่คืออำเภอเมือง แล้วก็ยังมีอำเภอบ้านโพธิ์ซึ่งอยู่ติดกันอีก ก็มีตำบลเกาะไร่ ตำบลประเวศ ตำบลเทพราช เอาละ อำเภอเมือง อำเภอบ้านโพธิ์อยู่ติดกันแล้วต้องทำทด หน้าตาของทดเป็นอย่างที่ภาพ เริ่มต้นใหม่ของภาพเลยค่ะ ภาพของประตูทดน้ำที่เขา ต้องทำกันเองอย่างที่บอกเรี่ยไรกันมันก็จะเป็นหน้าตานั้นนี้ ทีนี้ประตูทดน้ำอันแรกที่เขา ต้องทำคือประตูทดน้ำคลองบึงหนามแดง-บางพระ ตำบลหนามแดง ขนาดความกว้าง ๒๕ เมตร เขาอยากได้ประตูน้ำ เขาอยากได้แบบนี้ ประตูถัดไป ประตูทดน้ำเกาะไร่ ก็ ๒๕ เมตร ของตำบลเกาะไร่ ต่อไปก็เป็นประตูทดน้ำบางกะไห คลองบางกะไหของ ตำบลเทพราช ๒๐ เมตร ประตูทดน้ำลัดยายหรั่ง คลองลัดยายหรั่ง ตำบลประเวศ เอา ๔ ประตูนี้ก่อน เป็นประตูที่กั้นไม่ให้น้ำไหลทิ้งไปหมด ถ้าไม่มีประตูนี้เสร็จแน่

ทีนี้เกิดคำถามว่าทำไมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่เคยดูแล ตรงนี้เลย ต้องให้พี่น้องประชาชนมาเรี่ยไรเงิน แล้วก็ทำหน้าตาแบบนี้ แล้วมันก็จะโดนน้ำ อย่างตอนนี้หน้าน้ำ ท่านจะมองไม่เห็นประตูทดน้ำชั่วคราวนี้ ไม่เห็นนะ น้ำมันทับไปหมด แต่พอแล้งมันต้องมีประตูอีกแล้ว ทำกันใหม่อีกแล้ว เป็นอย่างนี้ตลอดซึ่งมันผิดปกติมาก ไม่มีการได้รับการดูแลเลย ทีนี้ดิฉันเองต่อสู้เรื่องนี้มาหลายครั้ง นำผู้นำท้องถิ่น ทั้งฝ่ายปกครอง ฝ่ายการเมือง คืออาจจะเป็น อบต. เป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อะไรก็ได้มา ถามว่าร้องเรียนใคร มาร้องเรียนที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทาง การป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง อันเนื่องมาจากปรากฏการณ์เอลนิญโญ ซึ่งดิฉัน เป็นกรรมาธิการอยู่ มาร้องแล้วเขาพูดกัน โชว์ภาพให้เห็นอย่างนั้นอย่างนี้ ส่งเรื่อง ถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เงียบ งบประมาณ ปี ๒๕๖๘ เงียบ งบประมาณ ปี ๒๕๖๙ เงียบ แล้วเมื่อไรมันจะมี ณ ขณะนี้ ดิฉันอยู่เบื้องหน้ากับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์แล้ว ซึ่งเป็นคนฉะเชิงเทราด้วย แน่นอนคลองเล็ก ๆ ท่านไม่รู้จักหรอก แต่ท่านต้องรู้จักคลองประเวศบุรีรมย์ซึ่งเป็นคลองใหญ่มาก ที่บอกว่าเชื่อมระหว่างจังหวัด สมุทรปราการกับจังหวัดฉะเชิงเทราซึ่งสำคัญมากเลย เพราะฉะนั้นตรงนี้มันจำเป็นต้องให้ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยแล้ว อันนี้คือทำประตูให้มันถาวร ช่วยเขาเถอะ อันนี้คือคำถามว่าท่านจะทำได้ไหม หน้าตาของจุดที่อยากจะได้ จุด ๑ จุด ๒ จุด ๓ จุด ๔ ทีนี้จุดที่ ๕ เป็นจุดที่ไม่ได้ทดน้ำไว้ กลัวน้ำจะไหลไปหมด ภาพอันนี้เป็นต้องการประตู กั้นไม่ให้น้ำท่วม อันนี้ต่างกันนะคะ กั้นไม่ให้น้ำท่วม เพราะตรงนี้ประมาณ ๒,๐๐๐ ไร่ ที่พี่น้องประชาชนทำนาแล้วน้ำท่วมทุกปี มากกว่าการทำนาอีกด้วย มีชาวบ้านอยู่ด้วย ถ้าไม่มีประตูซึ่งกว้างแค่เพียง ๘ เมตรนี่เอง ง่ายมากเลย แต่ไม่เคยทำให้เขา เพราะฉะนั้น พี่น้องตำบลหนามแดง หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๓ ตรงนี้เดือดร้อนมาก อันนี้แตกต่างกันไป จึงขอถามว่าท่านรัฐมนตรีมีแนวนโยบายจะช่วยให้ทำประตูทดน้ำทั้ง ๔ บานนั้น หน้าตา ของประตูหน้าตาแบบนี้ ทำให้เขาได้ไหม และจะทำเมื่อไร อย่างไร ในงบ ปี ๒๕๗๐ จะได้ไหม เพราะ ปี ๒๕๖๘ ปี ๒๕๖๙ ไม่ได้ แล้ว ปี ๒๕๖๙ งบประมาณด้านการเกษตรของ ฉะเชิงเทรา ๐ บาท ของอำเภอเมืองของดิฉัน ๐ บาท ของท่านรัฐมนตรีกี่ร้อยล้านไม่รู้ เพราะฉะนั้นจะต้องการถามว่าท่านจะทำให้ได้ไหม มีแผนอย่างไร คำถามที่ ๑ ขอบคุณค่ะ