พีระพันธุ์ ยันไม่มีกฎหมายผลิตไฟใช้เอง ชี้ต้องขออนุญาตทำโรงงาน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๘

พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ระบุว่าปัญหาหลักคือขาดกฎหมายเฉพาะสำหรับการผลิตไฟฟ้าใช้เองหลังมิเตอร์ ทำให้หน่วยงานต่าง ๆ ออกกฎเกณฑ์ซ้ำซ้อนและขัดแย้งกัน โดยเสนอให้ยกเลิกข้อบังคับที่บังคับให้ต้องขออนุญาตโรงงานเพื่อติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ และชี้ให้เห็นว่ากระทรวงพลังงานยังไม่มีกฎหมายบริหารจัดการโดยตรง

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ก็ต้องขอบคุณท่านอัครเดชนะครับ ประเด็นที่ต้องขอบคุณคือผมทราบมาตลอดว่าในฐานะ ที่ท่านเป็นประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม ท่านก็ติดตามเรื่องของไฟฟ้ามาตลอด แล้วก็มีโอกาสก็ถามผมเป็นระยะ เพราะว่าเรื่องพลังงานไฟฟ้าเป็นปัจจัยต้นทุนของ อุตสาหกรรมด้วย แล้วเมื่อสักครู่ผมมาก็เผอิญเจอท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ก็เลยชวนท่านขึ้นมาด้วย เพราะว่าผมก็ไม่ทราบประเด็นหลัก ๆ เห็นแต่หัวข้อบอกว่า ปัญหาบริหารจัดการเรื่องพลังงาน ที่ผมเชิญท่านมาด้วย เพราะว่าบางทีอาจจะต้องเกี่ยวข้อง เพราะต้องถามความคืบหน้าท่าน พอดีเมื่อสักครู่ท่านพูดไปก็พอดีครับ ท่านประธานที่เคารพ คำถามแรกที่ท่านถามคือการที่เราจะต้องออกกฎหมายใหม่ ซึ่งกฎหมายนี้จะเป็นกฎหมาย เกี่ยวกับเรื่องการสนับสนุน ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เอง ไม่ต้องรอพึ่ง หน่วยงานหลัก แล้วก็ไม่ต้องมากังวลกับเรื่องค่าไฟให้มันมากนัก แต่ว่าที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน มันก็ไม่มีกฎหมาย เรื่องที่ควรจะต้องมีก็ไม่มี พอมันไม่มีกฎหมาย แต่มีการติดตั้งระบบตรงนี้ ขึ้นมามันก็เลยทำให้เกิดประเด็นขึ้นมาว่าทุกหน่วยงานที่พอจะดูกฎหมายตัวเอง หรือกฎระเบียบของตัวเอง แล้วคิดว่าตัวนี้ฉันมีอำนาจ ต่างคนก็เลยต่างออกกฎเกณฑ์ กติกา ออกอะไรมาจนจะต้องไปขออนุญาตทีหนึ่ง เหมือนที่ท่านได้กรุณาสอบถามว่า ๔-๕ หน่วยงาน หนึ่งในนั้นที่ท่านพูดก็คือของกระทรวงอุตสาหกรรม ถามว่าทำไมจะต้องไป กระทรวงอุตสาหกรรม เราจะติดตั้งระบบ Solar หรือเราเรียกว่า Solar คือผลิตไฟฟ้าจาก พลังงานแสงอาทิตย์ใช้ในบ้าน แล้วเกี่ยวอะไรกับกระทรวงอุตสาหกรรม เพราะอย่างที่ ผมเรียนทุกหน่วยงานก็เลยต้องพยายามดูกฎหมายของตัวเองว่าฉันมีอำนาจอะไรบ้าง กระทรวงอุตสาหกรรมก็เลยไปบอกว่าอย่างนี้ถือว่าเป็นการผลิตไฟฟ้า แปลว่าเข้าข่าย เป็นโรงงาน โรงงานผลิตไฟฟ้า ก็เลยไปออกกฎเกณฑ์ของกระทรวงอุตสาหกรรมว่า ใครจะติดตั้งระบบตัวนี้ที่บ้านต้องขออนุญาตทำบ้านให้เป็นโรงงาน มันตลกไหมครับ ต้องไปขอออกใบอนุญาต รง.๔ โรงงานเหมือนโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป ท่านประธาน ที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผมเชื่อว่าเวลานี้พวกเราทุกบ้านก็มี เครื่องปรับอากาศ แล้วไม่ได้ผลิตความเย็นหรือครับ แล้วไม่ต้องเป็นโรงงานผลิตความเย็นหรือ แล้วเวลาเราเอาพัดลมเสียบปลั๊ก เราผลิตลมไหมครับ แล้วไม่ต้องขอเป็นโรงงานผลิตลมหรือครับ ระบบพลังงานแสงอาทิตย์นี้ก็เช่นเดียวกัน ทั้งหมดเป็นกระบวนการเขาเรียกหลังมิเตอร์ บ้านทุกบ้านจะมีไฟฟ้าเข้ามาจากสายหลักก็มาผ่านมิเตอร์ หลังจากมิเตอร์ถึงจะเข้าบ้าน หลังมิเตอร์เข้าบ้านเราไม่เกี่ยวกับการไฟฟ้าหรือเกี่ยวอะไรหรอกครับ มันเป็นเรื่องที่เรา ต้องใช้งาน เพราะฉะนั้นการที่เราไปติดแอร์ เปิดแอร์ มันหลังมิเตอร์ จึงไม่เกี่ยวแล้ว พัดลม ก็เหมือนกัน ตู้เย็นเหมือนกันครับ ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ก็แบบเดียวกันครับ แต่ทำไม เฉพาะอันนี้ต้องไปขอ รง.๔ ท่านประธานเห็นไหมครับ ปัญหานี้พยายามทำมา ที่ท่านถามผม ต้องบอกเรื่องที่ ๑ ก็คือผมก็ได้ประสานกับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ตอนที่ท่านเข้ารับตำแหน่งว่าช่วยจัดการเรื่องนี้ให้ที สุดท้ายท่านก็ได้กรุณาทำเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรียกเลิกไปเรียบร้อย อันนี้ก็เลยทำให้ไม่ต้อง ขออนุญาตเหมือนที่ท่านได้พูดเมื่อสักครู่ เพราะฉะนั้นปัญหาพลังงานซึ่งเป็นนโยบายหลัก ของคณะรัฐมนตรีคือ ๑. ทำอย่างไรจะให้ประชาชนลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ๒. ทำอย่างไร จะให้ประชาชนได้รับความสะดวกในการติดต่อราชการ ๓. ทำอย่างไรจะให้เกิดความรวดเร็ว ในการขออนุญาตหรือติดต่อหน่วยราชการต่าง ๆ นี่คือนโยบายสำคัญหลักของรัฐบาล เรื่องนี้ครบทุกอย่างที่ผมบอกท่านเลย เพราะว่าเหตุที่ต้องเป็นปัญหาเหมือนที่ท่านพูด เพราะเราไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องของการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้ไฟได้เอง เป็นการเฉพาะครับ กระทรวงพลังงานตั้งมา ๒๐ กว่าปี มีกฎหมายของกระทรวงพลังงาน ที่ใช้คำว่าเกิดขึ้นมาในช่วงกระทรวงพลังงานแท้ ๆ ฉบับเดียวเองครับท่านประธาน คือ พระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓ ก่อนหน้านั้นเป็นกฎหมายที่ออกมา ก่อนตั้งกระทรวงพลังงาน เช่น พระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง อำนาจหลักอยู่กับ มหาดไทย อีกฉบับหนึ่งก็เกิดมาก่อน เกิดมาตั้งแต่ปี ๒๕๑๔ คือพระราชบัญญัติ การปิโตรเลียม ทั้ง ๆ ที่วันนี้คนก็เข้าใจว่าไฟฟ้าก็มากระทรวงพลังงาน น้ำมันก็มากระทรวง พลังงาน แก๊สก็มากระทรวงพลังงาน แต่กระทรวงพลังงานไม่มีกฎหมายอะไรเลย เรื่องบริหารจัดการแก๊สก็ไม่ได้มีกฎหมายโดยตรงของกระทรวงพลังงานอีก เรื่องนี้ ก็เหมือนกันครับ ตอนนี้เราต้องการส่งเสริมให้ประชาชนผลิตไฟได้เองเพื่อลดค่าใช้จ่าย แต่ก็ไม่มีกฎหมายเรื่องนี้ครับท่านประธาน มันเลยจึงเป็นปัญหาแบบที่ผมเรียนท่านประธาน ไปเมื่อสักครู่ อันนี้คือเหตุผลที่มาว่านอกจากบริหารจัดการในทางบริหาร เช่น ให้กระทรวง อุตสาหกรรมไปยกเลิก รง.๔ แล้ว หน่วยงานอื่น ๆ ที่ท่านขึ้นจอเมื่อสักครู่นี้ เขากลายเป็นว่า ต้องขออนุญาตอีก เช่น หน่วยงานท้องถิ่น อบต. หรือในกรุงเทพฯ ก็ กทม. ก็บอกว่า ต้องขอไปตรวจสอบก่อนว่าโครงสร้างหลังคาแข็งแรงพอไหม แต่ถามว่าเมื่อไรคุณจะมาตรวจ คนยังไม่มี คนไม่ว่าง ท่านประธานครับ ไม่มีใครอยากให้บ้านพังหรอกครับ ทำไมไม่ให้ เขาตรวจเองครับ ตรวจแล้วให้วิศวกรรับรองให้ แค่นี้มันก็ไม่ต้องรอหน่วยราชการแล้ว แต่ทำไม่ได้เพราะว่าไม่มีกฎหมาย นี่คือเหตุผลที่เมื่อสักครู่ที่ท่านพูดว่าทางของสมาชิก ท่านก็เสนอกฎหมายตัวนี้เข้ามาเรียบร้อย ในส่วนรัฐบาลซึ่งผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงานอยู่ด้วย ผมก็ต้องเสนอร่างในส่วนของรัฐบาลเข้ามา ซึ่งร่างกฎหมายฉบับนี้ เสร็จเรียบร้อยผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นในซีกของรัฐบาลเรียบร้อย ผมนำส่งไป ที่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อรอบรรจุระเบียบวาระ เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ที่ผ่านมา แต่จนวันนี้ยังไม่ได้บรรจุ เหตุผลหนึ่งก็คงจะต้องไปเร่ง สำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกาไม่เห็นด้วย บอกว่าทำไมไม่แก้กฎหมายที่มีอยู่เดิม ท่านประธานครับ กฎหมาย ที่มีอยู่เดิมคือฉบับไหนครับ มันไม่มีสักฉบับหนึ่งที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ กฎหมายที่มีอยู่เดิม ก็ที่ท่านสมาชิกยกมา ๔ หน่วยงาน มีกฎหมายฉบับไหนของหน่วยงานนั้นเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ซึ่งตอนนี้ผมก็กำลังชี้แจงไป แล้วก็ประหลาดอีกอย่างหนึ่งครับ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมามีการพิจารณาร่างกฎหมายของรัฐบาล กระทรวงการคลัง พระราชบัญญัติที่จะจัดตั้งให้มีศูนย์กลางทางการเงินของประเทศเพื่อจะดึงธุรกิจทางการเงิน เข้ามาก็เป็นกฎหมายใหม่ ถามว่าทำไมไม่ไปแก้กฎหมายที่เกี่ยวกับอำนาจของธนาคาร แห่งประเทศไทยหรือไปแก้กฎหมายที่มีอยู่คือสถาบันการเงิน ทำไมต้องออกกฎหมายใหม่ ก็เพราะว่าหลักการหรือวิธีการทั้งหมดมันคนละแบบ คนละเรื่อง เช่นเดียวกันครับ กฎหมาย ฉบับนี้ก็เหมือนกัน ผมเสนอเข้าไปมันไม่เกี่ยวอะไรกับหน่วยงาน ๔ หน่วยงานที่ท่านพูดเลย แล้วไม่มีกฎหมายไหนของ ๔ หน่วยงานนั้นที่เกี่ยวข้องด้วยเลย แต่ถามบอกว่ายังไม่เห็นด้วย เพราะว่าทำไมไม่ไปแก้อันโน้น แก้อันไหนครับ อันนี้ที่ท่านสมาชิกหลายท่านเจอผมก็ถาม ผมก็เร่งแล้ว ตอนนี้ก็ส่งหนังสือชี้แจงกลับไปเรียบร้อย ผมก็คาดหวังว่าจะไม่มีปัญหา อะไรอีก แล้วจะสามารถนำกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่คณะรัฐมนตรีได้ พยายามให้เสร็จภายใน เดือนนี้ครับ ซึ่งในส่วนของที่ท่านถามมาเมื่อสักครู่ว่าในส่วนของสมาชิกที่เสนอ ผมก็ได้ นำเรียนท่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรีไปเรียบร้อย ผมก็ได้ทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรี ได้ลงนามอนุมัติเห็นชอบไปแล้ว ก็จะพยายามไปเร่งให้ทำจดหมายส่งมาที่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ท่านประธานสภาได้ดำเนินการต่อไปในส่วนนั้น ในส่วนของรัฐบาลก็จะพยายาม แก้ไขข้อขัดข้องที่มีผู้ไม่เห็นด้วยอยู่ แล้วก็จะนำเข้าที่ประชุม ครม. ให้ได้ภายในเดือนนี้ครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ