สรวงศ์ เทียนทอง ขอโทษประชาชนเรื่องความผิดพลาดโครงการไทยเที่ยวไทย ชี้แจงว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจคนละครึ่งต่างหาก และแจ้งว่ามีคดีทุจริตค้างอยู่ ๑,๓๐๐ กว่าคดี พร้อมอธิบายปัญหาทางเทคนิคของระบบลงทะเบียนที่ล่มและถูกปิดกั้นจาก Google ทำให้ต้องแก้ปัญหาหลังบ้านจนมีผู้ยืนยันสิทธิ ๑.๘ ล้านคน และยืนยันว่าโครงการนี้ต้องเริ่มตั้งแต่เดือนที่แล้วแต่ล่าช้าเพราะความล่าช้าในการอนุมัติงบประมาณ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ สรวงศ์ เทียนทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระแก้ว เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมชาติจากจังหวัดภูเก็ต ที่ได้ตั้งกระทู้ถามในข้อห่วงใย ขออนุญาตใช้เวทีสภาแห่งนี้ กราบขอโทษพี่น้องประชาชนอีกครั้งในเรื่องของความผิดพลาดที่เกิดขึ้น แต่ต้องยอมรับว่า การที่ท่านสมาชิกเองได้เอาตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนมาผูกพันกับคำถามของท่าน อย่างแรกคือมันคนละเรื่องกันเลย เที่ยวไทยคนละครึ่งเป็นนโยบายที่ออกมาเพื่อจะกระตุ้น ไทยเที่ยวไทย คนที่จะใช้สิทธิได้ต้องมีบัตรประชาชนคนไทยเท่านั้น คนละเรื่องกับตลาดจีน แต่ไม่เป็นไร ก่อนอื่นต้องบอกว่าโครงการที่ผ่านมาการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ณ ปัจจุบัน ยังมีคดีค้างกับผู้ประกอบการ พี่น้องประชาชน ที่ได้รับหมายในเรื่องของการทุจริตเกิดขึ้น ๑,๓๐๐ กว่าคดี สิ่งที่พวกเราอยากที่จะให้ทำ อยากที่จะให้เกิด คือเราต้องมีฐานข้อมูลของ นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไทย เพื่อการวางแผน การวางยุทธศาสตร์ในการ ท่องเที่ยวต่อไปในอนาคตอย่างยั่งยืน ที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ถามมา ทำไมไม่ใช้ App เก่า ทำไมไม่ใช้ฐานข้อมูลจากกรุงไทย อย่างแรกคือ MOU ที่ผ่านมา ในโครงการเก่า ผมไม่ทราบว่าทำอย่างไร แต่ ณ ปัจจุบันธนาคารกรุงไทยไม่ได้มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจแล้ว เพราะฉะนั้นการที่จะไปผูกพันอะไรกับธนาคารธนาคารหนึ่งที่ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ ผมว่า เป็นการปิดกั้นธนาคารต่าง ๆ ที่เป็นธนาคารพาณิชย์ด้วยกันเอง อย่างที่ ๒ ก็คือวันที่เปิดให้ ลงทะเบียนวันแรก แน่นอนครับพี่น้องประชาชนยังสับสน อันนี้ผมได้มีการต่อว่า แล้วก็ มีการตั้งคณะกรรมการสอบขึ้นมาแล้วว่าทำไมพี่น้องประชาชนถึงสับสน เพราะโครงการนี้ ไม่ได้เหมือนกับโครงการที่ผ่านมา ที่ผ่านมาเราเปิดให้พี่น้องประชาชนลงทะเบียน ใช้สิทธิ ๕๐๐,๐๐๐ สิทธิ ปิดการลงทะเบียนทันที แล้วต้องมีการจองภายใน ๓ วัน ไม่จอง ถือว่าหมดสิทธิ แต่ครั้งนี้เราต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจจริง ๆ เราต้องการที่จะให้คนที่มีแผน และพร้อมที่จะเที่ยวทันทีได้มีการซื้อ ได้มีการจอง ได้มีการจ่ายเงิน นั่นคือสิ่งที่แตกต่าง ๕๐๐,๐๐๐ สิทธิลอยอยู่บนอากาศครับ จริง ๆ แล้วผมได้มีการบอกกับทาง ททท. ไปด้วยซ้ำ ว่าถ้าใช้ระบบนี้ จริง ๆ แล้วพี่น้องประชาชนไม่ต้องเสียเวลามานั่งยืนยันหรือว่าแสดงตัวตน กับสิทธิ หรือว่าเข้าระบบเลย มาเน้นในเรื่องของปลายทางก็คือผู้ประกอบการ แล้วก็ การจ่ายเงินของ ททท. ไปให้ผู้ประกอบการ เพราะคนไทยทุกคนควรมีสิทธิครับ ทุกคนมีบัตรประชาชนอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ผมเรียนให้ทราบว่ามีคดีค้างอยู่ ๑,๓๐๐ กว่าคดี แน่นอนครับ ทุกกระทรวง ทุกทบวง กรม ทุกหน่วยงานต่าง ๆ ต้องการที่จะปกป้อง แล้วก็ป้องกันตัวเองไม่ให้เกิดการทุจริตเกิดขึ้น นี่คือที่มาของว่าทำไมเราต้องลงทะเบียน ทำไมเราต้องไปผ่าน ThaID ซึ่งจริง ๆ แล้ว ผมก็ต้องบอกว่า ThaID เองวันนั้นล่ม ตั้งแต่ ๗ โมง เราเปิดให้ลงทะเบียน ๘ โมงเช้า พอรู้ปัญหาก็สั่งให้ Bypass ทันที พี่น้องประชาชนที่จองโรงแรมก็ไปยืนยันสิทธิ แล้วก็ยืนยันตัวตนใน ThaID ภายหลัง ต้องบอกอย่างนี้ว่า พอผ่านมามันก็มีปัญหาในเรื่องของการส่ง OTA กลับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชน ที่ใช้ Google ใช้ Gmail เราไม่ได้แจ้ง Gmail ไว้ก่อนว่าจะมี Traffic เข้าไปขนาดนี้ พอเข้าไปเยอะ ตัวเอไอของ Google เอง เขาก็ Detect ว่ามันเป็น Scam เขาก็เลยปิดระบบ แล้วก็ ค่อย ๆ ทยอยปล่อยออกมาเรื่อย ๆ เราก็มีการประสานไปยัง Google ทันที แล้วก็วันแรก ที่มีการเปิดลงทะเบียน มีผู้ที่ใช้ Gmail ผ่านการลงทะเบียนมาได้แค่ ๑๐,๐๐๐ กว่าคน วันที่ ๒ เกือบ ๒๐๐,๐๐๐ คน แล้วก็แก้ปัญหาเรื่อย ๆ จนกระทั่งสุดท้ายผมลงไปสั่งการ ด้วยตนเองในการที่จะขอปิดระบบการลงทะเบียน ณ วันที่ปิด มีคนลงทะเบียนแล้ว ๑,๔๐๐,๐๐๐ คน มีการจองแล้ว เที่ยววันแรกแล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้น เราแก้ปัญหาหลังบ้าน ของเราในการเพิ่ม Space ของ Cloud ในการเพิ่มช่องทางให้พี่น้องประชาชนเข้าได้มากขึ้น จนปัจจุบันนี้ ตัวเลขที่ยืนยันแล้วตอนนี้คือมีผู้ใช้สิทธิลงทะเบียนที่ประสงค์จะใช้สิทธิ ๑,๘๑๘,๐๐๐ กว่าคน มีผู้ที่จองแล้ว เสียสตางค์แล้ว จ่ายเงินแล้ว ๑๖๔,๐๐๐ กว่าคน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้น ผมว่ามันเป็นช่วงระยะเวลา เราเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชน สามารถเที่ยวได้ถึง ๓๑ ตุลาคม ซึ่งจริง ๆ แล้วโครงการนี้จริง ๆ จะต้องเริ่มตั้งแต่เดือนที่แล้ว แต่ว่ามีความล่าช้าในการของบประมาณผ่านสำนักงบประมาณ สิ่งที่เกิดขึ้นพอ ครม. อนุมัติ โครงการเสร็จ เราก็ประกาศทันที พร้อม Kick Off อันนี้ผมต้องกราบขออภัยพี่น้องประชาชน อีกครั้งในความไม่สะดวก แต่ต้องกราบเรียนว่าทุกสิ่งทุกอย่าง มันเป็นขั้นตอนของการทำงาน ผมมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนไม่ได้ทราบเหมือนที่คนในกระทรวงหรือว่าคนใน ททท. ได้รู้ว่า มันมีสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งเราพยายามจะอุดรูรั่วนั้น งบประมาณที่ผ่านมา ทาง ททท. ได้ทำโครงการนี้ ของบประมาณ ๑,๗๕๐ ล้านบาท เพื่อจะดูแลพี่น้องประชาชน ๕๐๐,๐๐๐ สิทธิ ก็อย่างที่ ท่านสมาชิกได้กล่าวไปสักครู่ ในเรื่องของการเที่ยววันธรรมดา วันหยุด รวมถึงเมืองหลัก และเมืองรอง นี่คือสิ่งที่รัฐบาลนี้มองเห็นถึงความสำคัญในการที่จะกระจายนักท่องเที่ยว ไปสู่เมืองรอง แต่ละคนที่ลงทะเบียนใช้สิทธิ มีสิทธิ ๕ สิทธิ เป็นเมืองหลัก ๓ เมืองรอง ๒ ผมไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ท่านสมาชิกได้กล่าวมาเมื่อสักครู่ว่ามีการจองสิทธิเข้าไป แล้วระบบ Reject แล้วเขาเสียสิทธิ อันนี้จะรับไปตรวจสอบ ก็ขอบพระคุณที่ให้ข้อมูล
อีกอย่างหนึ่งครับ งบประมาณในการจัดทำ Application ที่ใส่มาในเอกสาร คือ ๑๐ ล้านบาท แต่อย่างที่ผมเรียนให้ทราบครับ ด้วยความล่าช้าของการอนุมัติงบ อนุมัติโครงการ ททท. เอง ซึ่งมีพันธมิตรอยู่แล้ว แล้วก็มีระบบที่จะทำโครงการนี้พอสมควร ก็เลยทำเองก่อน โดยการที่งบ ๑๐ ล้านบาทนั้น ได้มีการแจ้งต่อสำนักงบว่าไม่ขอใช้งบ พูดง่าย ๆ ก็คือคืนงบให้กับรัฐบาล เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ผมเรียนว่า เราอยากที่จะรู้พฤติกรรมการท่องเที่ยวของคนไทย เพื่อจะตอบสนองต่อพฤติกรรม การเปลี่ยนแปลงของการท่องเที่ยว อันนี้คือสิ่งที่เราอยากที่จะให้เป็น แต่ว่าในอนาคตจะมี เฟส ๒ เฟส ๓ หรือไม่ ต้องขอดูในสิ่งที่เป็นที่กังวล จริง ๆ แล้วเป็นที่กังวลตั้งแต่เริ่มแล้ว ตั้งแต่กราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีแล้ว ว่าโครงการนี้จริง ๆ แล้วมันถูกออกมา เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในการท่องเที่ยวช่วงหลังโควิด เป็นที่มาของว่าทำไมถึงแค่ ๕๐๐,๐๐๐ สิทธิแรก เพราะเราต้องการจะดูอย่างไรครับ เพราะ ณ ปัจจุบันนี้มีผู้ใช้ไป ๑๖๐,๐๐๐ กว่าคน มีสิทธิคงเหลืออยู่ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าสิทธิ เพราะฉะนั้นก็ถือโอกาสนี้ประชาสัมพันธ์ กับพี่น้องประชาชนครับว่าท่านยังมีโอกาสที่จะเข้ามาแล้วก็จองสิทธิของท่านในการเที่ยว จนถึงวันที่ ๓๑ ตุลาคมนี้ ผมไม่แน่ใจว่าตอบคำถามทุกคำถามหรือเปล่านะครับ แต่ว่ายินดี ที่จะตอบเป็นเอกสารต่อไปหรือว่ายินดีที่จะให้ข้อมูลกับพี่น้องประชาชนต่อไปครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ