ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๘

ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ ระบุปัญหาการท่องเที่ยวไทยซบเซาจากการลดลงของนักท่องเที่ยวจีนและเสนอให้รัฐบาลปรับปรุงระบบโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง พร้อมทั้งวิจารณ์นโยบายด้านการท่องเที่ยวโดยชี้ขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องนิยามวันหยุด กลไก Dynamic Pricing ของโรงแรม และข้อผิดพลาดของระบบจองที่พักและการรั่วไหลของข้อมูลส่วนตัว จึงขอเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาชี้แจงประเด็นดังกล่าว รวมถึงการใช้งบประมาณสร้างแอปพลิเคชันของรัฐที่ไม่มีประสิทธิภาพ เสนอให้ใช้แอปพลิเคชันที่มีอยู่แล้วอย่างเป๋าตังเพื่อประหยัดงบ และร้องขอให้ชี้แจงเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่โปร่งใส

ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ ภูเก็ต

ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๑ พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ สภาพการท่องเที่ยวในปีนี้ของประเทศไทยซบเซาลงมากเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เหตุก็เพราะ นักท่องเที่ยวจีนไม่มั่นใจในความสามารถของรัฐบาลในการบังคับใช้กฎหมายปราบปราม แก๊งค้ามนุษย์จนจำนวนนักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นตลาดหลักของเรา ลดลงไปไม่ถึงครึ่ง จนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้จัดสรรงบประมาณจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ วงเงิน ๑๕๗,๐๐๐ ล้านบาท มาดำเนินการโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง จำนวน ๑,๗๕๐ ล้านบาท จวบจนถึงวันนี้ ผ่านมา ๑๖ วันแล้ว มีการใช้สิทธิห้องพักไปแล้ว ๑๕๘,๓๘๓ สิทธิ หรือเฉลี่ยตกวันละ ไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ สิทธิ ซึ่งต่ำกว่าที่คาด เหตุก็เพราะอะไรครับ เหตุจากรัฐบาลทำงานไม่เป็น ขาดความรู้ความสามารถในการออกแบบโครงการ การสร้าง Application ให้ใช้งานได้ ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เป็นโครงการที่รัฐบาลไม่เคยทำมาก่อน จึงไม่ควรที่จะก่อให้เกิดปัญหามากมาย ขนาดนี้ เพราะโครงการนี้จริง ๆ แล้วมีลักษณะคล้ายคลึงกับโครงการที่ผ่านมา ก็คือโครงการ เราเที่ยวด้วยกันของรัฐบาลที่แล้ว แต่รัฐบาลกลับเลือกที่จะพัฒนา Application ใหม่ ตัวใหม่ โดยอ้างว่าเพียงเพื่อต้องการข้อมูลนักท่องเที่ยว ทั้ง ๆ ที่ ททท. อย่าลืมนะครับว่า ททท. เป็นผู้ว่าจ้าง ในการพัฒนา Application สามารถระบุเงื่อนไขให้ผู้รับจ้างส่งมอบข้อมูล นักท่องเที่ยวได้อยู่แล้วใน TOR ข้ออ้างนั้นจึงฟังไม่ขึ้นครับ สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร หลังจาก การเปิดตัวโครงการไปเมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา พบว่าทั้งภาคประชาชนผู้ใช้สิทธิ ทั้งผู้ประกอบการต้องประสบเจอปัญหามากมายจากการที่รัฐบาลวางแผนการทำงานกันไม่เป็น เช่น การลงทะเบียนของประชาชนมีขั้นตอนเยอะแยะ ลงทะเบียนยาก เว็บไซต์ล่ม การสื่อสาร ชื่อ Domain Web Site ผิดพลาด ประชาชนไม่ได้รับรหัส OTP ทาง e-Mail ติดต่อ Call Center ก็ไม่ได้ รวมถึง App ค้างบ่อย เพราะอะไรครับ ก็เพราะระบบ ThaID นี่เอง ของกรมการปกครอง ที่ไม่รองรับผู้ใช้งานจำนวนมากพร้อม ๆ กัน จนประชาชนหลายท่านหมดความพยายาม หมดความอดทน จนล้มเลิกความตั้งใจในการเข้าร่วมโครงการไปเลยก็มี และเมื่อโรงแรม ทำการจองผิดพลาด ประชาชนจึงไม่ได้โอนชำระเงินให้กับโรงแรม แต่ระบบกลับไม่คืนสิทธิ ให้ประชาชนไปใช้สิทธิจองใหม่อีกครั้งหนึ่ง คือเสียสิทธิไปเลย การอนุมัติผู้ประกอบการ เข้าระบบและการอนุมัติแก้ไขราคาก็เป็นไปอย่างล่าช้า ทำให้ผู้ประกอบการหลายราย ต้องสูญเสียโอกาสในการขายห้องพัก

ถัดมาครับ ผมต้องเน้นย้ำ รัฐบาลขาดความรู้ ขาดความเข้าใจตลาดการท่องเที่ยว ภายในประเทศอย่างสิ้นเชิง จนถึงกระทั่งมีการนิยามความหมายของคำว่า วันหยุด กับวันธรรมดาที่ไม่มีความเหมาะสมเลยครับ เนื่องจากอะไรครับ เนื่องจากช่วงที่ มีนักท่องเที่ยวคนไทยเข้าพักโรงแรมเป็นจำนวนมากนั้น ปกติแล้วเราทราบกันดี คือ คืนวันศุกร์และวันเสาร์ แล้วรัฐบาลต้องไปเร่งกระตุ้นการเข้าพักที่คืนวันอาทิตย์ถึง วันพฤหัสบดี แต่รัฐบาลกลับไปเร่งกระตุ้นการเข้าพักที่คืนวันจันทร์ถึงวันศุกร์

ถัดมาครับ รัฐบาลขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องการตั้งราคาขายของโรงแรม ไม่มีความเข้าใจ เนื่องจากปัจจุบันการกำหนดราคาขายโรงแรมจะเป็นราคาตามขั้นบันได ตามอัตราการเข้าพัก เหมือนกับสายการบินหรือที่เราเรียกกันว่าการทำ Dynamic Pricing แต่ Application ของโครงการบังคับให้โรงแรมล็อกราคาไว้คงที่ตามชนิดของห้องพัก สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาจากการล็อกราคาและการให้คำนิยามวันธรรมดากับวันหยุดที่ไม่เหมาะสม ก็คือเกิดการร้องเรียนจากประชาชนว่าราคาขายห้องพักในโครงการสูงกว่าที่โรงแรม Application จองห้องพักอื่น ๆ ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าโรงแรมตั้งราคาขายในโครงการ สูงเกินจริงและไม่คุ้มค่า

ถัดมาครับ Application ของโครงการผิดพลาด อนุญาตให้จองห้องพักครั้งละ ๒-๓ ห้องในคืนเดียวกันได้ แต่เงื่อนไขโครงการนั้นจริง ๆ แล้วไม่อนุญาตให้จองเกินกว่า ๑ ห้อง ในคืนเดียวกัน จนทำให้ประชาชนถูกยกเลิกการจองห้องพักในเวลาต่อมา เป็นการสร้างความสับสน ให้กับพี่น้องประชาชน รวมถึงผู้ประกอบการโรงแรม ไม่รู้ว่าได้รับเงินจากรัฐครบถ้วนหรือไม่ ในกรณีที่ลูกค้าได้ Check Out ออกจากโรงแรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และยังพบว่ามีการโพสต์ ลง Social Media ว่ามี Password ของผู้ใช้งานหลุดออกมา ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริง หรือไม่ ผมจึงขอตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ดังต่อไปนี้

ข้อที่ ๑ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๙ ปีเดียว รัฐบาลชุดนี้ขยันทำ App ออกมามากครับ โดยมีคำของบประมาณทำ App ใหม่จากหน่วยงานรัฐมากกว่า ๔,๒๐๐ ล้านบาท แต่ App รัฐที่คนไทยรู้จัก กลับมีไม่ถึง ๑๐๐ ตัว App ส่วนมากไม่มีคนใช้ ถูกทิ้งร้างกลายเป็น App ผี ทั้งที่ใช้งบจริง ทำจริง ตรวจรับจริง แต่ที่แย่ไปกว่านั้น คือประชาชนไม่เคยได้ใช้จริง จึงขอสอบถามท่านรัฐมนตรีครับว่าเหตุใดท่านจึงไม่ไปใช้ ธนาคารกรุงไทยทำโครงการนี้ต่อ ซึ่งมันมี Application นี้อยู่แล้ว รวมทั้งประชาชน และผู้ประกอบการเอง ต่างก็เคยติดตั้ง Application เป๋าตังและถุงเงินอยู่ในมือถือพวกเรานี้ เรียบร้อยแล้ว และมันทำให้เกิดความสะดวกประกอบกับรัฐบาลจะได้ประหยัดงบประมาณ ในการพัฒนา Application ได้เป็นจำนวนมหาศาลหรือหากท่านรัฐมนตรีกังวลเรื่องการส่งต่อ ข้อมูล ท่านก็สามารถไประบุใน TOR ได้อยู่แล้วครับ

คำถามข้อที่ ๒ ผมได้มีโอกาสเข้าไปค้นข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างทำ Application โครงการนี้ ใน www.tat.or.th/th/procurement รวมถึงของกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาก็ไม่พบการจัดซื้อจัดจ้างโครงการนี้หรือเว็บไซต์ไม่ได้ Update หรือเป็นเพราะ ใช้ชื่อโครงการเป็นอย่างอื่นหรือใช้หน่วยงานภาครัฐอื่นเป็นผู้จัดซื้อจัดจ้างหรือให้ผู้รับจ้าง ทำงานไปก่อนแล้วไปดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างย้อนหลังหรือไม่ อย่างไร ผมขอให้ท่านรัฐมนตรี ช่วยตอบและช่วยชี้แจงด้วย รวมทั้งขอทราบด้วยครับว่าเม็ดเงินงบประมาณในการจัดซื้อ จัดจ้างทำ Application สำหรับโครงการนี้ว่าใช้เงินไปจำนวนทั้งสิ้นกี่บาท

คำถามข้อที่ ๓ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงหน่วยงานภายใต้ การกำกับมีการสร้าง Application ไปแล้วทั้งหมดกี่ App ลงเงินงบประมาณรวมทั้งหมด ไปแล้วเป็นเงินกี่บาทและมีการใช้งานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ มีผู้ใช้งานมากขนาดไหน

คำถามข้อที่ ๔ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหาย กรณี Application ทำงานผิดพลาด โดยเฉพาะที่อนุญาตให้จองโรงแรมได้เกินกว่า ๑ ห้องต่อคืนและลูกค้า ได้ทำการเข้า Check In เข้าพักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมหวังว่าท่านรัฐมนตรีจะไม่โยนภาระ ความเสียหายนี้ไปให้กับผู้ประกอบการและประชาชนผู้ใช้สิทธิโดยทุจริตเป็นผู้รับผิดชอบ ความผิดพลาดของพวกท่านนะครับ

คำถามข้อที่ ๕ มีการกำหนดวิธีชำระเงินของประชาชนโดยให้โอนผ่าน App ธนาคาร แล้ว Upload สลิปโอนเงินเข้ามาในระบบ ปรากฏว่าผมไปตรวจพบว่า เราสามารถที่จะ Upload รูปภาพหรือกระทั่งไฟล์อะไรก็ได้เข้ามาแทนที่สลิปได้เลย โดยที่ระบบไม่มีการตรวจสอบแม้แต่นิดเดียว ตรงนี้ละครับ ทำให้เป็นช่องว่างที่จะทำให้เกิด การทุจริตโดยฮั้วกัน ส่งสลิปปลอมเข้าไปในระบบ เพื่ออะไรครับ ก็เพื่อรับเงินอุดหนุน จากภาครัฐโดยที่แท้จริงแล้วไม่ได้มีการโอนเงินกันจริง ๆ เลย ผมจึงขอตั้งคำถาม และสอบถามท่านรัฐมนตรีถึงมาตรการการป้องกันการทุจริตของโครงการและผู้ที่จะออกมา รับผิดชอบที่ไม่ปกปิดช่องโหว่ของระบบหากเกิดการทุจริตขึ้นว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น

คำถามข้อที่ ๖ Application นี้ จะใช้งานได้อย่างเสถียรเมื่อไร สามารถขยาย ขีดความสามารถระบบ ThaID ของกรมการปกครอง จนรองรับผู้ใช้งานจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงเทศกาลได้อย่างเพียงพอหรือไม่ อย่างไร ผมขอทราบรายละเอียด ขอบคุณครับ ท่านประธาน