ประสิทธิ์ เตือนรัฐบาลเซ็น MOU แรร์เอิร์ธโดยไม่แจ้งประชาชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๕ · ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๘

ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ชี้ปัญหาเด็กใช้บัตรเครดิตแม่ซื้อของเล่น เปรียบเทียบกับการเซ็น MOU แร่หายากโดยรัฐบาลโดยไม่แจ้งประชาชน และเตือนถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจหากยกเลิกสัญญา ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ หารือความโปร่งใสของ MOU แร่หายากกับสหรัฐอเมริกา โดยตั้งข้อสังเกตถึงความเสี่ยงด้านกฎหมาย การสูญเสียทรัพยากร และผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์ต่อความสัมพันธ์กับจีน ประสิทธิ์ ปัดมผดุงศักดิ์ หารือถึงผลกระทบระยะยาวจากการบริหารจัดการแร่แรร์เอิร์ธผิดพลาด และตั้งคำถามต่อรัฐบาลเกี่ยวกับการเซ็น MOU โดยไม่ปรึกษาภาคประชาชน นักวิชาการ หรือช่วยกันคิดก่อน เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการสูญเสียสมบัติของชาติ

นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ปทุมธานี

เรียนท่านสภาที่เคารพครับ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน คนปทุมธานีครับ ท่านประธานครับ มีข่าวว่าเด็กนำบัตรเครดิตของแม่ไปซื้อของเล่นหลายแสนบาท ตรงนี้ พอของมาส่งแม่ถึงกับตกใจคืนของแทบไม่ทัน ผมจะยกตัวอย่างนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี อนุทินมีอำนาจในมือเหมือนเด็กมีบัตรเครดิต จู่ ๆ ก็ไปเซ็น MOU แรร์เอิร์ธกับต่างชาติ แล้วก็อุ๊บอิ๊บไม่บอกคนไทย สุดท้ายพอสหรัฐอเมริกาประกาศออกมาก็ตกใจกันทั้งประเทศ ตกใจว่าเราจะคืนได้ไหม MOU ฉบับนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีอนุทินก็บอกว่าอำนาจของ ท่านนายกรัฐมนตรีมันมาพร้อมกับความรับผิดชอบ ท่านก็อย่าสร้าง Surprise ให้กับคนไทย บ่อย ๆ ขนาดนี้นะครับ เพราะอำนาจมันจะสั่นคลอนได้ คนทักท้วงเรื่อง MOU ที่ทำไปเซ็นมา ท่านบอกว่า MOU นั้นจะยกเลิกเมื่อไรก็ได้ ไม่ใช่หนังสือสัญญา ไม่ใช่สัมปทาน อันนี้ผมว่า หนักเข้าไปอีก หนักอย่างไร MOU ท่านเซ็นระดับประเทศ ไม่ใช่ของเล่น แล้วท่านเซ็นกับ มหาอำนาจด้วย กลับบอกว่ายกเลิกเมื่อไรก็ได้ ใช่ครับท่านประธาน MOU นั้นปกติแล้วก็เป็น แค่หนังสือที่ไม่ผูกมัด แต่ในทางปฏิบัติแล้วถ้าท่านยกเลิกจริง ๆ จะเกิดอะไรขึ้น ภาษี Tariff ของสหรัฐอเมริกาปัจจุบัน ๑๙ เปอร์เซ็นต์อาจจะกลายเป็น ๑๙๐ เปอร์เซ็นต์ก็ได้ แล้วเครดิตบูโรของประเทศไทยก็อาจจะขึ้นตัวแดงโล่เลย เครดิตไม่เหลือ จะไปเซ็นกับใคร อีกหน่อยเขาก็บอกว่าเซ็นกับประเทศไทยได้อย่างไรเดี๋ยวก็ยกเลิกเหมือนเด็กเล่นขายของ อันนี้คือเครดิตของประเทศชาตินะครับ เพราะฉะนั้นในทางปฏิบัติแล้วมันยกเลิกไม่ได้ และยุคนี้ใคร ๆ ก็รู้ว่าแรร์เอิร์ธนั้นเป็นสงคราม อย่างหนึ่ง เป็นยุทธศาสตร์ในเวทีโลก แล้วสหรัฐอเมริกากับประเทศจีนเองกำลังแข่งขันกัน ในเรื่องนี้ แร่หายากเหล่านี้เป็นวัตถุดิบที่เป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต นำไปผลิตยานยนต์ไฟฟ้า ยุทโธปกรณ์ทางทหาร อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เครื่องมือแพทย์ เช่น เครื่องเอ็มอาร์ไอ การรักษาโรคมะเร็ง ท่านสมาชิกในสภาแห่งนี้ได้พูดไปหลายท่านแล้วว่าแร่แรร์เอิร์ธ ในประเทศไทยนั้นมีอยู่เบาบาง ไม่คุ้มค่าในการทำเหมือง แต่เราก็เป็นประเทศที่นำเข้า แต่งแร่แล้วก็ส่งออก ซึ่งยอดส่งออกของเราก็เป็นอันดับต้น ๆ ของโลกอยู่นะครับ บางปีก็ ๓,๐๐๐ ตัน บางปีก็ ๑๓,๐๐๐ ตัน แล้วแต่ ในสิ่งเหล่านี้ผมก็จึงขอถือโอกาสนี้สอบถาม ประเด็นต่าง ๆ ไปยังท่านนายกรัฐมนตรี

ประเด็นแรก คือความโปร่งใสและความได้เปรียบเสียเปรียบของเรา เป็นอย่างไร MOU ฉบับนี้เป็นสัญญาที่ไม่ผูกพันทางกฎหมายจริงหรือเปล่า หรือเป็นประตู บานแรกที่เปิดทางให้มหาอำนาจเข้ามาใช้ทรัพยากรของไทยในอนาคต ตามที่มีการเปิดเผย ทางสหรัฐอเมริกาจะต้องเข้าถึงพิกัดแหล่งแร่ของเรา มีสิทธิเข้ามาลงทุนก่อนรายอื่น แล้วเรา ก็พร้อมจะอำนวยความสะดวกทางกฎหมายอย่างรวดเร็วและคล่องตัว ท่านนายกรัฐมนตรี จะอธิบายได้อย่างไรว่าสิทธิพิเศษเหล่านี้จะไม่ใช่การเสียเปรียบตั้งแต่ยกแรก และความรวดเร็ว คล่องตัวนี้จะไม่นำไปสู่ทางรัฐและการลดทอนความสำคัญ ความเข้มงวดทางกฎหมาย เกี่ยวกับการดูแลทรัพยากรของประเทศชาติ

ประเด็นที่ ๒ ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของไทยที่จะได้รับ มีความชัดเจน แค่ไหน ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าเป้าหมายคือการพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน แร่หายากตั้งแต่ ต้นน้ำถึงปลายน้ำ แล้วก็มีการถ่ายทอดเทคโนโลยี และอะไรคือหลักประกันที่ชัดเจนว่า ไทยจะไม่เป็นเพียงแหล่งวัตถุดิบของต่างชาติ MOU ไม่มีเงื่อนไขผูกมัดเรื่องการถ่ายทอด เทคโนโลยีที่ชัดเจน เรื่องการสร้างบุคลากร การจัดตั้งโรงงานแปรรูปมูลค่าสูง อันนี้ไม่มี ความชัดเจน และ MOU นี้ถ้าเป็นเรื่องผลประโยชน์ของประเทศชาติจริงนะครับ ทำไม จึงไม่ระบุสัดส่วนผลตอบแทนแล้วก็พันธะการลงทุนให้ชัดเจน เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า ทรัพยากรล้ำค่าของไทยจะไม่ถูกแลกมาด้วยผลประโยชน์ที่ไม่สมดุลตรงนี้นะครับ

ประเด็นที่ ๓ ก็คือเรื่องของ Geopolitics หรือภูมิรัฐศาสตร์ ผลกระทบ ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับประเทศจีน แร่หายากเป็นความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ของโลก เราก็รู้กันอยู่แล้ว MOU นี้ก็ถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันห่วงโซ่อุปทานตรงนี้ ซึ่งมันไม่เกิดขึ้นระหว่างเรากับจีน แต่เราสร้างระหว่างเรากับสหรัฐไปแล้ว รัฐบาลได้ ประเมินผลกระทบในอนาคตหรือเปล่าครับ ประเทศจีนเป็นประเทศที่เป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด ของไทยตอนนี้ เราคิดได้ถี่ถ้วนหรือยัง

เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ แล้วก็เพื่อนสมาชิกในสภา แร่แรร์เอิร์ธนี้คือ ทองคำแห่งอนาคต การบริหารจัดการที่ผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจส่งผลกระทบไปถึง ชั่วลูกชั่วหลาน ผมจึงมีคำถามถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่าทำไมจึงต้องรีบเซ็น MOU ฉบับนี้ ทำไมเราไม่มาถามภาคประชาชน นักวิชาการ ทำไมเราไม่มาช่วยกันคิดก่อนให้ตกผลึก แล้วจึงค่อยกลับไปเซ็น MOU ก็ยังไม่สาย ท่านสร้าง Surprise แบบนี้ ท่านจะมั่นใจ ได้อย่างไรว่า MOU ฉบับนี้จะเป็นการรักษาสมบัติของชาติ ไม่ใช่การขายสิทธิในการเข้าถึง สมบัติชาติภายใต้ MOU ที่ท่านบอกว่ายกเลิกเมื่อไรก็ได้ ขอบคุณครับ