ละออง เตือนภัยสารหนูแม่น้ำสาย-กก เหมืองแร่พม่ากระทบอีสาน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๕ · ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๘

ละออง ติยะไพรัช แสดงความกังวลต่อการลงนามบันทึกความเข้าใจด้านแร่ธาตุสำคัญระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา โดยชี้ให้เห็นถึงวิกฤตสารหนูในแม่น้ำสายและแม่น้ำกกที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน และเรียกร้องให้รัฐบาลใช้โอกาสนี้ในการเจรจาต่อรองเพื่อสร้างบรรทัดฐานการทำเหมืองแร่ที่มีความรับผิดชอบ แก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดน และตระหนักถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นกับภูมิภาค

นางสาวละออง ติยะไพรัช แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย แบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดเชียงราย วันนี้ดิฉันขอเป็นตัวแทนของคนจังหวัดเชียงรายที่มีความวิตกกังวลมาก ๆ ต่อการลงนามบันทึกความเข้าใจ ด้านแร่ธาตุสำคัญระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๘ จังหวัดเชียงรายคือวิกฤติที่สุดตอนนี้ก็คือเรื่องของแม่น้ำกกกับแม่น้ำสาย แล้วหลายเดือนที่ผ่านมา ทั้งสื่อมวลชน ทั้งนักวิชาการหลายคนก็บอกว่าค่ามาตรฐาน ของสารหนูในแม่น้ำสายกับแม่น้ำกกนี้เกินค่ามาตรฐาน แต่สิ่งที่นักวิจัยและพวกเราพยายาม ที่จะค้นหาก็คือว่าตอนนี้ค่าของสารหนูที่เมียนมาก็ประมาณ ๐.๐๕ มิลลิกรัมต่อลิตร แต่ในประเทศไทยเราในกรมอนามัยก็คือ ๐.๐๑ มิลลิกรัมต่อลิตร อันนี้คือสิ่งที่มีค่ามาตรฐาน ที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นวันนี้การเจรจาหรือทำอะไร ตามวิชาการที่เราคุยกันมันเป็นเรื่องที่ ยุ่งยาก มันไม่สามารถทำอะไรได้ มีแต่เราที่จะต้องหา เขาเรียกว่าหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ คือว่าการสะสมของสารหนูในแม่น้ำ ตามริมน้ำมีมากเพิ่มขึ้นทุกปีหรือเปล่า อันนี้คือสิ่งกังวล ของเราในตอนนี้ แล้วก็อยากบอกพี่น้องชาวจังหวัดเชียงรายแล้วก็พวกนักท่องเที่ยวทั้งหลาย ก็คือตอนนี้ค่ามาตรฐานในเรื่องของสัตว์น้ำ ค่ามาตรฐานของน้ำอุปโภคบริโภค ของประปานะคะ ไม่ใช่ในแหล่งน้ำก็ยังปลอดภัยและยังอยู่ในค่ามาตรฐาน แต่สิ่งที่เรากังวลใจที่สุดก็คือเรื่องของ การทำเหมืองแร่ที่ประเทศจีนก็คือเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ แร่หายาก มีประมาณ ๒๐ เหมือง เหมืองแร่ในพม่าที่ทราบก็คือมันเป็นดินร่วน สามารถฉีดน้ำเข้าไปแล้วก็สามารถได้แร่ออกมา แล้วก็เอาไปแปรธาตุของแร่ออกมาอีกครั้งหนึ่ง อันนี้คือสิ่งที่เราได้รับทราบข้อมูล แล้วก็ใน ๒๐ เหมืองแร่ที่เกิดในประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นน้ำต้นของประเทศไทยคือแม่น้ำกก ใน ๑ เหมืองแร่ รัฐบาลไม่สามารถจัดการได้สักเหมือง อันนี้ก็คือในอนาคตการสะสมสารหนูในแม่น้ำ ไม่ใช่ว่า เฉพาะจังหวัดเชียงรายนะคะ เมื่อสารหนูมันเจอออกซิเจน หรือว่าธาตุบางธาตุมันจับตัวกัน แล้วก็เป็นตะกอนมันก็จะตกอยู่ในดินของลำน้ำแต่ละที่ ถ้าเวลาน้ำไหลผ่านมันก็พัดพาไปทาง อีสาน วันนี้อีสานไม่เกิด ปีหน้าอาจจะเกิดก็ได้ในภาคอีสานที่อยู่ตามลำแม่น้ำโขง แล้วไม่ใช่ ภาคอีสานอย่างเดียว ทั้งประเทศลาว กัมพูชามันก็จะเจอสารหนูกันหมด อันนี้มันไม่ใช่เรื่อง ของประเทศไทย มันเป็นเรื่องของภูมิภาคของเรา มันเป็นเรื่องของโลก เพราะฉะนั้นวันนี้ ที่รัฐบาลไปทำ MOU อยู่กับอเมริกาในเรื่องของเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ ดิฉันรู้สึกกังวลและตกใจ มากว่าท่านไม่ได้ฟังเสียงสะท้อนของพี่น้องประชาชนเลยหรือว่าประเทศไทยของเรามันมี ปัญหาอะไรอยู่ แล้วการทำ MOU ครั้งนี้ดิฉันกังวลก็คือว่าเมื่อเราอ่านเนื้อหาของความเข้าใจ ฉบับนี้ ดิฉันไม่พบแม้แต่บรรทัดเดียวที่แสดงถึงความห่วงใย ความเข้าใจ หรือความตระหนัก ต่อปัญหามลพิษข้ามพรมแดนที่ประชาชนไทยกำลังประสบอยู่ มันเป็นข้อตกลงที่มุ่งแต่เรื่อง ของเงิน ๆ และผลประโยชน์ แต่เราไม่ดูว่าโลกนี้เป็นอย่างไร แล้วดิฉันอ่านบทความของ อาจารย์ธนพล เพ็ญรัตน์ ท่านบอกว่าในกรณีตัวอย่างประเทศผู้ผลิตแร่หายากรายใหญ่ที่สุด ของโลกคือประเทศจีน เมื่อปี ๒๐๑๐ คนในประเทศจีนเจอมลพิษกระทบสุขภาพของชุมชนและเด็ก จีนจึงต้อง ออกกฎหมายเข้มงวดลดการส่งออกและจำกัดการผลิต ทำให้บริษัทจำนวนมากย้ายฐานการผลิต ที่เมียนมาก็คือประเทศที่เป็นต้นน้ำของพวกเรา วันนี้ดิฉันอยากเห็น MOU ที่ท่านทำกับ สหรัฐอเมริกา เราอยากเห็น MOU เป็นข้อเสนอว่าเราควรใช้โอกาสนี้ในการต่อรองเพื่อให้ MOU ฉบับนี้ช่วยแก้ปัญหาให้กับประเทศไทยด้วย ควรกำหนดให้มีการสร้างบรรทัดฐาน การทำเหมืองแร่หายากที่มีความรับผิดชอบในภูมิภาคร่วมกัน ควรกำหนดเงื่อนไขว่า หากประเทศใดทำให้เกิดมลพิษข้ามพรมแดนมายังไทย ต้องแก้ปัญหานั้นให้เสร็จสิ้นก่อน จึงจะสามารถทำกิจกรรมเกี่ยวกับแร่หายากในประเทศไทยได้ อันนี้คือสิ่งที่ควรทำ แล้ววันนี้ รัฐบาลก็ยังบอกว่า MOU ฉบับนี้ไม่มีผลผูกพัน จะไม่ทำให้เหมืองเกิด แต่ดิฉันถามว่าถ้าไม่มี ผลผูกพัน ไม่มีความหมายจริง ๆ แล้วทำไมประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาต้องมาลงนามด้วยตัวเอง ท่านคิดว่ามหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาจะมาลงนาม MOU เล่น ๆ กับท่านหรือค่ะ ดิฉัน ข้องใจมากและกังวลใจมากกับเรื่องนี้ อันนี้ดิฉันสะท้อนใจแล้วก็เห็นใจพี่น้องประชาชนนะคะ ข้อตกลงทางยุทธศาสตร์ที่มีนัยสำคัญและจะนำไปสู่การดำเนินการที่เป็นรูปธรรมในอนาคต อย่างแน่นอน ดังนั้นไทยควรใช้โอกาสนี้ในการต่อรองเพื่อแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและ คุณภาพชีวิตของประชาชน ไม่ใช่ลงนามโดยไม่มีการตระหนักถึงปัญหาที่มีอยู่แล้วเลยค่ะ สุดท้ายนี้ดิฉันอยากจะขอเน้นย้ำว่าปัญหาการปนเปื้อนจากเหมืองแร่หายากที่กระทบกับ แม่น้ำกกของเราไม่ใช่แค่ปัญหาของประเทศไทย มันเป็นปัญหาของทั้งภูมิภาค มันเป็นปัญหา ของโลกด้วยซ้ำไป วันนี้ระดับนานาชาติควรที่จะมาช่วยกันรณรงค์และช่วยกันแก้ปัญหา ในเรื่องของเหมืองแรร์เอิร์ธนี้ ไม่ใช่ท่านทำ MOU โดยที่ท่านไม่ศึกษา ถึงแม้ท่านจะบอกว่า เอาอันนั้นมา Recycle ทำอะไรก็ตาม แต่ดิฉันอ่านเนื้อหาวันนี้แล้วก็รู้สึกสะท้อนใจว่า เรากำลังทำอะไรอยู่ในประเทศไทยเรา เรารักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติด้วยหรือไม่ ต้องขอบคุณท่านประธานค่ะ