รังสิมันต์ โรม ระบุว่าปัญหา Scammer

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๕ · ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๘

รังสิมันต์ โรม ระบุว่าปัญหา Scammer เป็นภัยร้ายแรงระดับโลกที่สร้างความเสียหายมหาศาลทั้งในไทยและทั่วโลก จึงเสนอญัตติให้รัฐบาลยกระดับการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติให้เป็นวาระแห่งชาติอย่างจริงจัง โดยชี้ให้เห็นถึงฐานปฏิบัติการขนาดใหญ่ในเมียนมา กัมพูชา และเวียดนาม รวมถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจในประเทศไทยที่รุนแรง เพื่อเรียกร้องให้ดำเนินการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมแทนการพูดลอยๆ เท่านั้น รังสิมันต์ โรม ระบุว่าแก๊ง Scammer ย้ายฐานจากเมียวดีมาฝั่งกัมพูชาและขยายตัวขึ้น โดยชี้ว่าไทยไม่สามารถดำเนินการได้จริงแม้มีอำนาจรัฐเกี่ยวข้อง และยกตัวอย่างกรณี Prince Group ที่ถูกอายัดเงินมูลค่าสูงโดยต่างประเทศแต่ไทยยังไม่มีหน่วยงานใดขยับตัวจัดการ ทำให้เขามองว่าไทยกำลังสูญเสียเกียรติภูมิในฐานะผู้นำภูมิภาคในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ รังสิมันต์ โรม ระบุว่ารัฐบาลขาดความเชื่อมั่นเนื่องจากรองนายกรัฐมนตรีถูกเชื่อมโยงกับ

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตามที่ได้มีการเสนอญัตติในเรื่อง ของแนวทางการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทาง ไซเบอร์ การค้ามนุษย์และการฟอกเงิน เพื่อส่งให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีพิจารณา เพื่อแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนในฐานะวาระแห่งชาติ สำหรับหลักการและเหตุผลก็ต้องเรียน ต่อท่านประธานด้วยความเคารพว่าปัญหาในเรื่องของ Scammer เป็นปัญหาที่มีความร้ายแรง เป็นปัญหาที่สร้างความเสียหายทั่วโลก ถ้าคิดเป็นเงิน U.S. Dollar เป็นเงิน U.S. สหรัฐอเมริกา ความเสียหายทั่วโลกมันจะอยู่ที่ประมาณ ๖๔-๖๕ แล้วอาจจะไปสูงถึง ๗๕ Billion U.S. Dollar หรือถ้าคิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำไปกว่า ๒ ล้านล้านบาท ซึ่งรายงานบางฉบับได้มีการระบุว่ารายได้ ของแก๊ง Scammer ที่ตั้งอยู่ในประเทศต่าง ๆ สำหรับบางประเทศ ยกตัวอย่างเช่นประเทศ กัมพูชา รายได้ของ Scammer มีมากสูงถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีรวมทั้งประเทศของ กัมพูชา นี่แสดงให้เห็นว่าความร้ายแรงของ Scammer วันนี้เป็นความร้ายแรงระดับโลก ที่ผ่านมาถ้าเราไปดูในข้อมูลของรายงานหลาย ๆ ฉบับเราจะพบว่าฐานที่ตั้งของ Scammer ประกอบไปหลายที่ หลายประเทศ หลัก ๆ ก็จะอยู่ในภูมิภาคของเรา นั่นก็คือภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ โดยที่ไม่ว่าจะเป็นประเทศอย่างเมียนมาที่ก็มีการตั้งฐาน Scammer โดยเฉพาะบริเวณริมชายแดนระหว่างไทยและเมียนมา ประเทศกัมพูชาก็มีการตั้งฐาน Scammer ซึ่งกระจายตัวไปทั่วทั้งประเทศ ไม่เฉพาะเจาะจงแค่เฉพาะตามแนวชายแดน ระหว่างไทย-กัมพูชาเท่านั้น แต่ว่าแม้กระทั่งชายแดนเวียดนาม-กัมพูชา หรือแม้กระทั่ง ในเมืองหลวงอย่างพนมเปญก็ปรากฏว่ามีฐาน Scammer จำนวนมากเช่นเดียวกัน โดยข้อมูล ที่เราได้มาอย่าง Amnesty International ระบุว่าฐานปฏิบัติการของ Scammer ที่สามารถ ยืนยันได้ ณ วันนี้ในประเทศกัมพูชามีมากถึง ๕๓ ฐาน แล้วก็มีข้อมูลที่อาจจะยืนยันไม่ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่เป็นสถานที่ที่ต้องสงสัยอีก ๔๐ กว่าฐาน เกือบ ๆ ๕๐ ฐาน นั่นหมายความว่า เรากำลังพูดถึงอุตสาหกรรม Scammer เรากำลังพูดถึงเครือข่าย Scammer ที่มีความร้ายแรง มีขนาดใหญ่ มีความเกี่ยวพันกับคนจำนวนมาก มากไปกว่านั้นสามารถสร้างความเสียหาย ให้กับคนทั่วโลกได้อย่างมากมายมหาศาล เรียนท่านประธานที่เคารพครับ เราพูดเรื่องนี้ เราต้องยอมรับว่าเรื่อง Scammer ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เป็นเรื่องใกล้ตัว ถ้าเราดูจากข้อมูลของ ประเทศไทย หน่วยงานอย่างกาซาซึ่งเป็นรายงานที่เขาทำร่วมกันกับ Whoscall ข้อมูลล่าสุด จนถึงเดือนมีนาคมของปีนี้ย้อนหลังไป ๑๒ เดือน พบว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นในประเทศไทย จาก Scammer ไม่ว่าจะเป็นการหลอกให้รัก หลอกให้ลงทุน โทรศัพท์หลอกลวง มีการ Click Link อะไรต่าง ๆ รูปแบบต่าง ๆ ที่มีการหลอกลวงเอาเงินของคนไทย เราพบว่าวันนี้ ตัวเลขมันไปไกลถึง ๑.๑๕ แสนล้านบาทแล้ว นี่แสดงให้เห็นว่าความเสียหายวันนี้เป็นส่วนสำคัญ ที่ทำให้คนไทยจนลง เป็นส่วนสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาบ้านเมือง เป็นปัญหาสังคม เป็นปัญหา ความแตกร้าวที่เกิดขึ้นในหลาย ๆ ครอบครัว เป็นปัญหาที่เป็นวิกฤติที่หน่วยงานต่าง ๆ ไม่สามารถที่จะหาคำตอบหรือวิธีการในการที่จะแก้ปัญหาได้อย่างชัดเจน นี่คือเรื่องใหญ่ นี่คือเรื่องสำคัญ ถ้าเราพูดให้เห็นภาพที่ชัดเจนผมดีใจอยู่อย่างหนึ่งว่าวันนี้รัฐบาลนี้ได้มีการ ประกาศว่าเรื่อง Scammer ได้เป็นวาระแห่งชาติ เป็นเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลจะให้ความสำคัญ แต่คำถามก็คือการพูดว่ามันเป็นวาระแห่งชาติ การพูดว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องเข้าไป ดำเนินการ แต่การพูดเหล่านั้นจะไม่มีทางมีความหมายเลยถ้าสุดท้ายมันดีแต่พูด ไม่ได้นำไปสู่ การแก้ปัญหาอย่างแท้จริง ย้อนหลังไปตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วครับ รัฐบาลที่แล้วได้มีการเริ่ม ปฏิบัติการในการทลายแก๊ง Call Center หรือแก๊ง Scammer ที่พื้นที่บริเวณเมืองเมียวดี ซึ่งติดอยู่กับจังหวัดตากของประเทศไทย พื้นที่ดังกล่าวประกอบไปด้วยแก๊ง Scammer ที่นับได้อยู่ที่ประมาณ ๓๕ แห่ง แหล่งใหญ่สุด อย่างชเวโก๊กโก่มีผู้ที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลจากภาคประชาสังคมยืนยันว่ามีประชาชนที่ถูกหลอก ไปเป็น Scammer ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่เต็มใจก็แล้วแต่ รวม ๆ กันอยู่ที่ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คน เคเคพาร์กซึ่งวันนี้เป็นข่าวใหญ่ที่มีการใช้ระเบิดเพื่อทำลาย Scammer โดยกองกำลังของรัฐบาลทหารเมียนมาก็สามารถรองรับเครือข่ายแก๊ง Scammer ได้นับแสนคน เช่นเดียวกัน ในตอนนั้นที่มีการทลายเป็นสัญญาณที่ดี เป็นสัญญาณที่ดีที่นำไปสู่การตัดไฟ ตัดอินเทอร์เน็ตแล้วก็หยุดยั้งในเรื่องของการส่งน้ำมัน มากไปกว่านั้นเป็นสัญญาณที่ดีในการ ที่จะควบคุมการเข้าออกชายแดนให้เกิดผลอย่างมีนัยสำคัญ แต่ความน่าเสียดายในเหตุการณ์ วันนั้นปราการที่มันเกิดขึ้นเลยก็คือเราทำอยู่แค่นั้นแล้วเราก็หยุดลง วันนั้นที่เราพูดกันว่า มันคือการนับหนึ่งในการทลายเครือข่าย Scammer แต่สุดท้ายเราก็นับอายุแค่หนึ่งแล้วก็ ไม่ได้มีการจัดการ ไม่ได้มีการดำเนินการต่อ ทั่วโลกรู้ว่าแก๊ง Scammer มันไม่ได้อยู่แค่เฉพาะ ในเมียนมา แต่มันอยู่อีกหลาย ๆ ที่ อยู่ในฝั่งลาวก็มี ในฝั่งกัมพูชาก็มี โดยเฉพาะกัมพูชา ซึ่งเป็นแหล่งใหญ่แต่น่าเสียดายว่าการขยายผลเพื่อนำไปสู่การทลายเครือข่ายมันไม่เกิดขึ้น นั่นคือความผิดพลาดประการที่ ๑ ที่เกิดขึ้น

ความผิดพลาดประการที่ ๒ ในยุคเวลานั้น เราต้องยอมรับว่าแก๊ง Scammer ที่เขามีการเดินทางไปยังพวก Scam Center ที่ตั้งอยู่ตามแนวชายแดน เขาใช้ประเทศไทย เป็นทางผ่าน สิ่งที่เราเรียกร้องมาโดยตลอดในสภาแห่งนี้ก็คือจะมีวิธีการที่เป็นรูปธรรม อย่างไรในการจัดการกับไทยเทา สิ่งที่เราเห็นก็คือมีการย้ายผู้กำกับบ้าง มีการย้ายตำรวจบ้าง แต่เราทำแค่นั้น ไม่ได้นำไปสู่การขยาย นำไปสู่การดำเนินคดีกับบรรดาไทยเทาอย่าง จริงจังเลย ถามว่าภาครัฐไม่รู้ข้อมูลหรือ ถามว่าเจ้าหน้าที่รัฐไม่รู้หรือว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง ผมยืนยันกับท่านประธานว่าเจ้าหน้าที่รู้อย่างแน่นอน แต่ถามว่าสุดท้ายทำไมถึงไม่มีการ ดำเนินการอะไร ทำไมถึงไม่มีการดำเนินคดีอย่างจริงจัง ไม่แม้แต่จะดำเนินคดีกับคนที่ชื่อ หม่อง ชิต ตู่ ซึ่งวันนี้ถูกทางการสหรัฐอเมริกาคว่ำบาตรไปแล้ว ไม่มีครับ DSI ส่งเรื่องไปที่ อัยการสูงสุดแล้วก็ค้างอยู่ตรงนั้น ไม่มีการดำเนินการอะไรต่อ มันเกิดอะไรขึ้น ทำไม การขยายผลเพื่อนำไปสู่การปราบปราม โดยเฉพาะพวกไทยเทาหรือการออกหมายจับบรรดา อาชญากรรายสำคัญ ๆ มันถึงหยุดอยู่แค่นั้นเอง ถ้าเรื่องนี้ใหญ่จริง ถ้าเรื่องนี้สำคัญจริง ทำไม ถึงไม่มีการดำเนินการอย่างเอาจริงเอาจัง เราบอกว่านับหนึ่ง แต่การนับหนึ่งก็อาจจะถูกสงสัยว่า เป็นการนับหนึ่งแค่เพียงเพื่อเอาใจบางประเทศเท่านั้น แต่ไม่ได้ใส่ใจถึงการที่จะแก้ปัญหา หรือระงับยับยั้งความเสียหายที่จะเกิดขึ้น แล้วจากการนับหนึ่งวันนั้น วันเวลาผ่านมาจนถึง ตอนนี้ก็อย่างที่เราเห็น ความเสียหายมันก็เกิดขึ้นเหมือนเดิม และเผลอ ๆ ร้ายแรงกว่าเดิม ด้วยซ้ำ

ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสถานการณ์มันไม่ได้รับการแก้ไขอย่างแท้จริง สิ่งที่เราเห็นก็คือบรรดาแก๊ง Scammer จำนวนไม่น้อยก็ย้ายจากเมียวดีมาอยู่ที่ฝั่งกัมพูชา ฝั่งกัมพูชาที่มีอยู่แล้วมันก็เติบโตขึ้นไปอีก นี่ถ้าเราไม่มีความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา ผมสงสัยจริง ๆ ว่าเราจะมีการเอาจริงเอาจังในเรื่องของแก๊ง Scammer หรือเปล่า ผมเองในฐานะ ที่อีกหมวกหนึ่งคือผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ผมเองติดตามเรื่องนี้ มาโดยตลอด แล้วผมก็ติดตามจนมารู้ว่าแม้กระทั่งในช่วงเวลาไม่นานมานี้ การตัดไฟฟ้า การตัดอินเทอร์เน็ต หรือแม้แต่การระงับยับยั้งไม่ให้น้ำมันทั้งระบบของเราไปที่ Scammer มันก็ไม่เกิดขึ้นจริง สุดท้ายคนที่ตัดกลายเป็นกัมพูชาเอง แล้ววันหนึ่งถ้าเกิดเขากลับมาต่อใหม่มันก็กลับไปสู่ สภาพเดิม แล้วถามว่าอาชญากรตัวหลัก ๆ ตัวสำคัญวันนี้เรารู้ไหม เรารู้ แต่ถามว่าเราได้มีการ ดำเนินการเพื่อเอาจริงแค่ไหน เหมือนเดิมครับ ไม่มี วันนี้เราต้องยอมรับว่าเรื่อง Scammer ไม่ได้เป็นเรื่องเล็ก ไม่ใช่เป็นเรื่องแค่ระหว่างกัมพูชากับประเทศไทย ไม่ได้เป็นแค่เรื่องระหว่าง ไทยกับภูมิภาค Southeast Asia หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่เป็นอาชญากรรมข้ามชาติ ที่มีความร้ายแรง มีความสลับซับซ้อน แล้วไม่ได้มีความร้ายแรงแค่เฉพาะการหลอกลวง เอาเงินของคน ไม่ว่าจะเป็นคนไทย คนสหรัฐอเมริกา หรือคนจีน เพื่อเข้าไปสู่แก๊ง Scammer เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงมีการฟอกเงินเพื่อเอาเงินเหล่านี้ เปลี่ยนเงินดำเป็นเงินขาว แล้วเอาเงินขาว สามารถไปซื้อธุรกิจ ไปดำเนินการต่าง ๆ เพื่อแข่งขันกับคนไทย แข่งขันกับคนทั่วโลกได้ นี่คือสิ่งที่เรากำลังเจอ แล้วประเทศไทยในวันนี้กำลังเป็น Hub แบบนี้ ท่านประธานครับ ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ณ เวลาที่ผมได้มีโอกาสติดตามท่านประธานเพื่อไปประชุมที่มาเลเซีย ในเวทีประชุม AIPA ผมเองมีโอกาสได้พูดคุยกับเพื่อน สส. จากประเทศอื่น ไม่ขอเอ่ยชื่อ แล้วกันว่าเป็นประเทศไหน บางประเทศเขายืนยันกับผมว่าเขามีคนของเขาที่ถูกหลอก ไปทำงานเป็น Scammer มากสูงถึง ๑๒๐,๐๐๐-๑๖๐,๐๐๐ คน เอาว่าเกินแสน แล้วถามว่า การเดินทางแบบนี้เป็นการเดินทางบินตรงไปกัมพูชาเท่าไร หรือเขาถูกหลอกมาว่าเดี๋ยวจะได้ มาเป็นครูสอนที่โรงเรียนในประเทศไทย เดี๋ยวได้มาทำงานในประเทศไทย แต่สุดท้ายเพราะมี ขบวนการค้ามนุษย์ เพราะมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยว เพราะมีผู้มีอำนาจเข้าไปเกี่ยว สุดท้าย เลยนำไปสู่การพาคนเหล่านี้ไปหลอกเป็น Scammer ที่กัมพูชา ถามว่าชื่อเสียงของประเทศ จะร้ายแรงขนาดไหน ถ้าเรายังปล่อยให้เรื่องแบบนี้ยังเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ไม่แค่นั้น พอมาดูในเวทีที่ใหญ่ขึ้นอย่างเวที IPU หรือสหภาพรัฐสภาซึ่งมีประเทศต่าง ๆ เขาส่ง สส. ประธานสภาของประเทศต่าง ๆ มาร่วมประชุม ทันทีที่ประเทศไทยเสนอเรื่องนี้ แค่เสนอนะ เราเองก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากหลายประเทศและนำไปสู่การพูดคุยยกระดับ ไม่ว่าจะเป็น ฝั่งละตินอเมริกา ฝั่งยุโรป จนได้รับการสนับสนุนอย่างท่วมท้น ตลอด ๕ ปีที่ผ่านมาสหภาพ รัฐสภาเขาไม่สามารถที่จะผ่านสิ่งที่เรียกว่าวาระเร่งด่วนได้ ครั้งนี้คือครั้งแรกในรอบ ๕ ปี ที่ประเทศไทยเป็นผู้เสนอแล้วได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นจากสหภาพรัฐสภา ประเทศ ส่วนใหญ่บนโลกใบนี้เห็นว่าเรื่องนี้มีความสำคัญและเป็นเรื่องใหญ่ของมนุษยชาติ คำถามก็คือ แล้วเราทำอะไรครับ เราทำอะไรเพื่อที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาเรื่องเหล่านี้ ผมเห็นบทบาท ของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านไปประชุมที่มาเลเซีย ท่านไปประชุมหลาย ๆ ที่ ท่านก็ให้สัมภาษณ์ ให้ข่าวตลอดเวลาว่าตัวท่านพร้อมที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพต่อการกวาดล้างแก๊ง Scammer ประเทศไทยจะขออาสาในเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีพูดแบบนั้น แต่ความจริง ที่โหดร้ายคืออะไร ทางการสหรัฐอเมริการ่วมปฏิบัติการกับทางการอังกฤษ ยึดอายัด Crypto เหรียญ Crypto มูลค่า ๑๕ Billion U.S. Dollar หรืออยู่ที่ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สหรัฐอเมริกาอยู่ที่ไหน อยู่คนละฟากโลกกับเรา อังกฤษอยู่ที่ไหน อยู่คนละทวีป ประเทศไทย อยู่ตรงนี้ติดกับกัมพูชาเรากลับทำอะไรไม่ได้ ต้องรอให้ประเทศอื่นมาจัดการให้เรา สำหรับผมนี่คือความน่าอับอายของเกียรติภูมิของชาติของเราที่เราไม่สามารถที่จะเป็นผู้นำ ในการจัดการเรื่องนี้ได้ มากไปกว่านั้นแม้ว่าเราจะเห็นตัวอย่างถึงความร้ายแรงว่าแค่อายัด บริษัทเดียว ยึดอายัดกัน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วประเทศไทยทำอะไรครับ บริษัทที่ถูกยึด อายัดชื่อ Prince Group เป็นชื่อตามข่าวเอ่ยได้ ไม่มีอะไรจะเสียหายไปมากกว่าสิ่งที่ปรากฏ ในข่าวอยู่แล้ว เกาหลีใต้เริ่มดำเนินการ เท่าที่ผมทราบทางการสิงคโปร์ก็เริ่มดำเนินการ วันนี้ ผมประชุมคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ผมถามหน่วยงานอย่าง ปปง. ว่าตกลงแล้ว เรื่อง Prince Group ได้มีการขยับอะไรบ้าง คำตอบที่ผมได้รับคือไม่มี ยังไม่มีหน่วยงานไหน ส่งมาเพื่อให้ ปปง. ทำ ขอโทษท่านประธาน นี่คือความจริงอันโหดร้าย ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น กับประเทศเรา ท่านนายกรัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง เอารัฐมนตรีหลายคน หลายกระทรวงไปดำเนินการ แบ่งเป็นอนุกรรมการต่าง ๆ แต่ความจริงอันโหดร้ายก็คือ เราไม่สามารถที่แม้แต่จะจัดการกับเคสที่ใหญ่ระดับโลกอย่าง Prince Group ได้เลยด้วยซ้ำ พูดอยู่ได้ว่าต้องรอให้เป็นคดีมูลฐานถึงจะดำเนินการได้ ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงกฎหมาย แค่เขียนเอาไว้ว่าแค่เพียงคุณสงสัยคุณก็ดำเนินการได้แล้ว แต่ไม่ทำ ผมนึกไม่ออกเลยว่า ประเทศของเราถ้าไม่ได้ประโยชน์อะไรจากแก๊ง Scammer ทำไมเราถึงไม่ดำเนินการอะไร ส่วนตัวผมผมคิดว่าสิ่งที่เป็นเขื่อนกั้นไม่ให้กลไกของรัฐสามารถดำเนินการได้ ผมถึงสงสัยว่า จะต้องมีนักการเมืองเทา จะต้องมีเจ้าหน้าที่รัฐเทาที่ทำให้เรื่องเหล่านี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ แล้วอย่างที่ท่านประธานเห็นข่าวครับ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทคือบริษัทเดียว มากไปกว่านั้น ผมเคยอภิปรายไปแล้วตั้งแต่ช่วงแถลงนโยบายว่าอย่าง Huione Group ข้อมูลของทางการ ก็มีว่า Huione Group มีความสำคัญอย่างไร ถูกเฝ้าจับตามองจากสหรัฐอเมริกาอย่างไร หน่วยงานอย่าง FinCEN เขาดำเนินการอย่างไรกับบริษัทนี้ แต่แม้ว่าเราจะมีข้อมูล แต่ ปปง. ทำอะไรครับ ไม่ต้องตอบให้ยืดยาว เหมือนเดิมครับ ไม่ทำอะไร วันนี้เราพยายามถามฝ่าย เลขานุการของคณะกรรมการที่ท่านนายกรัฐมนตรีตั้งขึ้นมา ท่านบอกว่าจะต้องเป็นวาระ ระดับชาติ เราพยายามถามว่าตกลงมีความคืบหน้าอะไร เราไม่ได้อะไรสักอย่างครับ ท่านประธานด้วยความเคารพครับ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีอยากที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้ อยากที่จะ เป็นเจ้าภาพ อยากที่จะดึงสหรัฐอเมริกาเข้ามาร่วมปฏิบัติการ อยากที่จะดึงอังกฤษ สหราชอาณาจักร ดึงออสเตรเลีย ดึงญี่ปุ่น ดึงเกาหลีเข้ามาร่วมปฏิบัติการ มันไม่ใช่แค่เดินไปคุย แล้วบอกว่า You มาร่วมกับ I แต่ต้องมีรูปธรรมของการทำงานที่มากกว่านี้ ซึ่งในโอกาสนี้ ผมก็อยากจะเสนอเป็นแนวทางอยู่ ๔-๕ ข้อ

อย่างแรก เอาในเรื่องของระดับนโยบายก่อน ในเรื่องของระดับนโยบาย แน่นอนว่าเราต้องการรูปธรรมที่มีความชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นข้อตกลง อาจจะเป็นปฏิญญาร่วม อาจจะเป็น MOU กับประเทศต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ต้องทำครับ แล้วท่านต้องกำหนดประกาศ ให้สาธารณชนได้ทราบว่าท่านจะใช้เวลาเท่าไรในการที่จะร่วมมือกับทุกประเทศในระดับ นโยบาย ออกมาให้ชัดเจนเลยครับ ๙๐ วันจะมีประเทศไหนมาร่วมกับเราบ้าง

ประการที่ ๒ ท่านต้องมีแผนปฏิบัติการออกมา แผนปฏิบัติการจะมีอะไรบ้าง ประชาชนชาวไทยจะได้เห็นความคืบหน้าอย่างไรบ้าง นี่คือสิ่งที่ระดับนโยบาย ในประเด็น ระดับนโยบายที่ผมอยากเห็น

ประการที่ ๓ คือในเรื่องของระดับปฏิบัติการ ผมคิดว่าเราต้องมีสิ่งที่เรียกว่า ศูนย์ยุทธการบูรณาการ ซึ่งศูนย์ยุทธการนี้อาจจะต้องมีการ Monitor ๒๔ ชั่วโมงตลอด ๗ วัน ร่วมมือแชร์ข้อมูลไม่ว่ากับหน่วยงานอย่าง Interpol ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานที่เขาทำเรื่องนี้ อย่างสิงคโปร์ แลกเปลี่ยนข้อมูลตลอดเวลา กำหนด Target เป้าหมายให้มีความชัดเจน มากไปกว่านั้นผมเสนอเป็น ๓ แกน แกนที่ ๑ คือปิดแหล่ง ปิดแหล่งคืออะไร วันนี้เรารู้อยู่แล้วว่า แก๊ง Scammer มันอยู่ที่ไหนบ้าง เรามีละติจูด มีลองจิจูด เรามีครบ กำหนดให้ชัดเจนว่า ตรงไหนต้องปิด ปิดภายในเวลาเท่าไร คุยกันให้ชัด กัมพูชาไม่ทำแปลว่าอะไร กลไก ICC เพื่อลากกัมพูชาขึ้นไปสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศก็ต้องดำเนินการ ขอโทษครับ แก้เป็น ศาลอาญาระหว่างประเทศ มากไปกว่านั้นเรื่องปิดสัญญาณ วันนี้แก๊ง Scammer ใช้ในเรื่องของ Starlink ซึ่ง Starlink เป็นเครื่องมือที่ขึ้นกับบริษัทของสัญชาติอเมริกัน ถ้าท่านนายกรัฐมนตรี มีการประสานงานไปที่บริษัทอย่าง SpaceX บอกเขาไปเลยว่าละติจูดนี้ ลองจิจูดนี้เป็นละติจูด ลองจิจูดที่เป็นแก๊ง Scammer ใช้อยู่มันปิดได้ทันที ไม่มีเน็ตพวก Scammer จะเดินต่อไม่ได้ นั่นคือสิ่งที่เราต้องทำในการปิดสัญญาณ มากไปกว่านั้นคือเรื่องของการปิดเงิน การปิดเงินก็คือ จะต้องมีการยึดอายัด ปปง. จะต้องทำงานเชิงรุกร่วมมือกันกับบริษัทเอกชน วันนี้ผมได้ทราบว่า มีความพยายามแล้วคือศูนย์ IAC ที่มีการดึงธนาคารต่าง ๆ เข้ามา อันนี้เป็นสัญญาณที่ดี แต่ถ้าจะให้ดีกว่านั้นมันต้องรวมเอกชนให้มากขึ้นแล้วออกเป็นปฏิบัติการเชิงรุกเลยครับ วันนี้ สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือทุก ๆ มาตรการจะต้องนำไปสู่การทำลายโครงสร้างอาชญากรรม ถ้าไม่มี โครงสร้างอาชญากรรมเราสามารถแก้ปัญหาได้

ประการที่ ๔ ระดับกฎหมาย การเงิน และการกำกับดูแล Travel Rule คือหนึ่งในเครื่องมือที่สำคัญที่จะทำให้เราสามารถมั่นใจว่าบรรดา Cryptocurrency ต่าง ๆ เราจะสามารถพิสูจน์และรู้ได้ว่าใครเป็นเจ้าของ และถูกโอนย้ายถ่ายเทไปตรงไหน การควบคุม Cryptocurrency ก็จะสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้เรามีการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ. ของ ปปง. ผมเข้าใจว่ามีการเสริมเข้าไปในเรื่องนี้แล้ว แต่ประเด็นก็คือเราต้อง ยอมรับว่าสถานการณ์การเมืองของเรามันไม่ปกติ เราจะไปพึ่งหวังว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ จะเสร็จทันในสภาชุดนี้ผมคิดว่าเป็นไปไม่ได้ และในความเป็นจริงไม่มีความจำเป็นต้องรอ ผมคิดว่ากระทรวงดีอีสามารถแก้ไขกฎกระทรวงเพื่อให้รองรับเรื่องนี้ได้เลย ทำได้ทันที นี่คือ หนึ่งในมาตรการที่สามารถดำเนินการได้ มากไปกว่านั้นเวลาที่เราพูดถึงการดำเนินการ ทางกฎหมาย วันนี้เรามีตัวละครอยู่แล้ว ประเทศของเราเริ่มยึดอายัดทรัพย์สินอย่าง ลี ยงพัต (Ly Yong Phat) อย่าง ก๊ก อาน (Kok An) แต่คนเหล่านี้ยังมีบทบาท มีอำนาจอยู่ในประเทศ กัมพูชา ประกาศให้ชัดเอาให้ชัดว่าเราจะจับกุมคนเหล่านี้ ประสานงานเลยครับ ผมคิดว่า สามารถทำได้เพื่อให้มีการดำเนินคดีกับบุคคลที่เป็นอาชญากรข้ามชาติ

ประการที่ ๕ เรื่องโครงสร้างและการทำงาน วันนี้ผมถามว่าในรัฐบาลปัจจุบัน ใครคือแม่ทัพของการแก้ปัญหาเรื่องนี้ ใครคือผู้ที่จะเอานโยบายของรัฐไปดำเนินการให้เป็นจริง ถ้าท่านบอกว่าเป็นตำรวจ ผมถามว่าจากปัญหาที่เราเจอตำรวจอย่างเดียวพอหรือครับ ท่านจะมีกลไกอย่างไร วันนี้เราต้องการมือปราบที่จะไปปราบเรื่องนี้ ใครคือเบอร์หนึ่ง ท่านนายกรัฐมนตรีคนเดียวเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วครับ ท่านมีอีกไม่รู้กี่เรื่องที่จะต้องดำเนินการ แต่วันนี้เราต้องการ Chief of Staff เราต้องการคนที่จะเป็นหัวหน้าในการที่จะนำไปสู่การ รับผิดรับชอบแล้วแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรม รวมไปถึงงบประมาณ เรื่องนี้ต้องใช้ เงินงบประมาณ เอาแค่เครื่องมือ Software ในการติดตาม Cryptocurrency ก็ต้องซื้อแล้ว ดังนั้นสิ่งที่เรามีอยู่ในวันนี้มันไม่เพียงพอ

ประการสุดท้าย ที่ผมคิดว่ามีความจำเป็นคือในเรื่องของกรอบเวลา แล้วก็ เรื่องของเคพีไอ ท่านต้องแถลงต่อประชาชนให้ชัดครับ เดือนนี้เราจะเห็นอะไร เดือนหน้า เราจะเห็นอะไร จะยึดทรัพย์เท่าไร กี่พันล้าน กี่หมื่นล้าน อาชญากรตัวเอ้จะถูกจับไหม บางคนไปเอาเงินมาจากไหน อยู่ ๆ มีเงินเป็นหมื่นล้าน และอยู่ ๆ สามารถไปซื้อธุรกิจได้ นี่คือสิ่งที่ประชาชนอยากเห็น

และผมก็ต้องเสริมเป็นข้ออีกข้อหนึ่งเมื่อสักครู่เกือบลืมพูดไป ทั้งหมดที่ผมพูดมา ข้อนี้จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลยครับ มันคือข้อในเรื่องของความเชื่อมั่น ด้วยความเคารพ ผมเข้าใจดีว่าการตั้งรัฐบาลนี้เป็นการตั้งมาด้วยวิธีการที่เราต้องยอมรับว่ามันไม่ใช่วิธีการที่เรา เคยเห็นมาก่อน เรามีรัฐบาลเสียงข้างน้อย และผมเข้าใจว่าเมื่อท่านอนุทินได้รับเลือกเป็น นายกรัฐมนตรี ท่านก็ต้องพยายามไปรวบรวมเสียงให้มากที่สุด ผมเข้าใจครับ แต่วันนี้ เมื่อข้อมูล หลักฐานมันชี้ชัดว่ามีนักการเมือง มีคนระดับรองนายกรัฐมนตรี พูดได้ครับ ร้อยเอก ธรรมนัส ถูกเชื่อมโยงไปกับแก๊ง Scammer และทุกวันนี้ในฐานะเป็นรองนายกรัฐมนตรี เราเห็นรองนายกรัฐมนตรีหนีสื่อ หนีการตอบคำถามของกรรมาธิการ ไม่ออกมาพูด ไม่ออกมาชี้แจง ไม่กล้าที่จะเผชิญหน้ากับฝ่ายค้านเพื่อที่จะ Clear ความจริงว่าท่านไปเกี่ยวข้อง กับคนอย่างเบน สมิธ (Ben Smith) ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของสมเด็จฮุนเซนได้อย่างไร ท่านไม่กล้าที่จะ เผชิญหน้ากับความจริงเรื่องนี้ นั่นหมายความว่าอะไรครับ หมายความว่าความเชื่อมั่นที่ประชาชน เขามองอยู่ เขาก็ตั้งคำถามครับ แล้วรัฐบาลนี้มันจะแก้ปัญหาเรื่อง Scammer ได้อย่างไร ต่างชาติเผลอ ๆ เขารู้จักคุณธรรมนัสดีกว่าพวกเราอีกครับ ถามว่าประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ ในการปราบปราม Scammer มององค์ประกอบแบบนี้มันจะเอาความเชื่อมั่นตรงไหน ผมต้องให้เครดิตท่านประธานวิปรัฐบาลที่มองออกว่าใครเป็นโจรบ้าง เรื่องนี้ต้องขอบคุณ เป็นเครดิตควรสร้างอนุสาวรีย์ให้เลย แต่คำถามก็คือว่าประธานวิปรัฐบาลรู้ว่าใครคือโจร แต่นายกรัฐมนตรีไม่รู้หรือครับ มันเกิดอะไรขึ้นกับประเทศของเรา ถ้าเรื่องนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ไม่สามารถ Clear ให้จบได้ ท่านไม่มีทางที่จะถูกเชื่อมั่นจากพี่น้องประชาชนในการแก้ปัญหา และทั้งหมดมันจะนำไปสู่อะไร ถ้าปัญหาเหล่านี้ไม่ถูกแก้ไขสิ่งที่เราต้องเตรียมตัวเตรียมใจ คือทุนเทายึดประเทศครับ ท่านประธานครับ ผมกำลังพูดถึงตัวเลขเงินมหาศาล หลายแสนล้าน เงินเหล่านี้ถูกฟอกที่ประเทศไทยผ่านธุรกิจต่าง ๆ บางธุรกิจอาจจะขนาดเล็ก อาจจะเป็น ร้านอาหาร แม้กระทั่งมูลนิธิ สมาคม ไปจนถึงบริษัทใหญ่ ๆ เงินเหล่านี้บางส่วนก็อาจจะถูกใช้ ผสมปนเปไปกับเงินสีขาว บางส่วนก็คือนำไปสู่การขยายกิจการเพื่อให้มีพื้นที่ของการฟอกเงิน มากยิ่งขึ้น แล้วด้วยความที่ประเทศไทยเราไม่ได้อยู่ในประเทศที่เป็น Garrett เราไม่ได้ถูก เฝ้ามองว่าเป็นประเทศที่อันตรายขนาดนั้น และมีความน่าเชื่อถือทางการเงินในระดับหนึ่ง การที่ประเทศไทยกลายเป็นสวรรค์แห่งการฟอกเงิน ในท้ายที่สุดมันจะสร้างปัญหาต่าง ๆ มากมาย ทั้งในแง่ภาพลักษณ์ของประเทศ ความเชื่อมั่นเวลาที่เขามองมาที่ประเทศไทย ท่านประธานลองนึกสภาพ วันนี้ธุรกิจห้างร้านที่ไปลงทุนโดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการเงินอยู่ใน กัมพูชา เวลาเราพูดถึงปุ๊บเราจะมีต่อมหรือมีความรู้สึกน่าสงสัยไว้ก่อน ท่านประธานลองนึกดู ถ้าเราปล่อยไว้แบบนี้ ภาพลักษณ์ของประเทศเราอาจจะไม่แตกต่างจากกัมพูชาก็ได้ มากไปกว่านั้นครับ สิ่งที่เราต้องยอมรับกันตรงไปตรงมา เมื่อมันเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ภาคธุรกิจ ของประเทศไทยก็จะเจอกับการแข่งขัน แต่การแข่งขันนี้เป็นการแข่งขันที่ไม่ธรรมดา เพราะเราต้องแข่งขันกับธุรกิจที่มีเงินไม่จำกัด เป็นเงินสีเทา แล้วส่วนหนึ่งเวลาเขาเอาไปซื้อ ห้องชุด ไปซื้อคอนโด ไปซื้ออะไรต่าง ๆ มันก็ทำให้ค่าครองชีพโดยรวมของประเทศสูงขึ้นด้วย ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้น มากไปกว่านั้นกิจการของคนไทยก็จะค่อย ๆ ถูกซื้อโดยบรรดากลุ่มทุนเหล่านี้ แล้วคนไทยเหลืออะไร วันนี้ประเทศไทยเรากำลังถูกทุนเทา ยึดประเทศ แล้วคนพวกนี้ก็ต้องการการปกป้องจากอำนาจรัฐ เขาจะซื้ออะไรอีกครับ เขาจะซื้อ ข้าราชการไทย เราต้องยอมรับกันตรงไปตรงมาว่าข้าราชการของเราจำนวนไม่น้อยก็ไปเกี่ยวข้อง กับการทุจริตคอร์รัปชันอยู่แล้ว เจอทุนเทาที่มีเงินไม่จำกัดหวานหมูครับ ข้าราชการก็ถูกซื้อ ไปด้วย จนสุดท้ายก็คือซื้อนักการเมืองไทย เผลอ ๆ เลือกตั้งรอบนี้พรรคการเมืองที่แข่งขัน อาจจะมีอยู่ ๔ พรรค มีสีส้ม มีสีแดง มีสีน้ำเงิน และมีสีดำ เผลอ ๆ เงินเหล่านี้ก็ลงสู่การเลือกตั้ง ทั้งระบบแล้วทำลายประเทศ ยึดอำนาจรัฐของประเทศไป หน่วยตรวจสอบทั้งหมดก็จะ ทำอะไรไม่ได้ พวกผมก็ไม่รู้จะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน เจอนิติสงครามทุกรูปแบบอยู่แล้ว แล้วเดี๋ยว เผลอ ๆ เจอทุนเทาใช้นิติสงครามด้วย ไปกันใหญ่ครับ วันนี้เราต้องยอมรับกันตรงไปตรงมาว่า พวกแก๊ง Scammer กำลังจะซื้อประเทศไทยของเราแล้วครับ นั่นคือความจริงอันโหดร้าย ท่านประธานครับ ผมอยากจะเน้นย้ำว่าวันนี้สิ่งที่ทางรัฐบาลทำ ท่านกำลังซื้อเวลาโดยที่ท่าน ไม่คิดจะทำอะไร เท่าที่ผมทำหน้าที่เช้าวันนี้ผมเห็นอย่างชัดเจนว่าเราไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย กรณีเบน สมิธ (Ben Smith) เราพูดถึงเรื่องนี้มาโดยตลอด มีร่างกฎหมายของสภาคองเกรส ที่มีการเสนอ ระบุชื่อของ นายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ (Benjamin Mauerberger) เอาไว้อย่างชัดเจน ระบุชื่อ ยิม เลียก (Yim Leak) ระบุชื่อ B.I.C. ซึ่งเป็นธนาคารที่เราเชื่อว่า น่าจะเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน สิ่งที่เราเห็นเหล่านี้มันคือสิ่งที่มีความร้ายแรงแล้วชาติ หลาย ๆ ชาติเขาก็กำลังเฝ้าดู แต่สิ่งที่รัฐบาลทำคือแค่ตั้งคณะกรรมการ แล้วก็ไม่ได้มี Action Plan ไม่ได้มีความพยายามในการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ผมก็อยากจะถาม คำถามว่าตกลงแล้วรัฐบาลอยากจะปราบ Scammer จริง ๆ หรือเปล่า ถ้าท่านอยากปราบ ผมคิดว่าสิ่งที่รัฐบาลต้องทำ ขั้นตอนแรกที่สุดคือการร้อยเรียงทุกหน่วยงาน กำหนดเคพีไอให้ชัด กำหนดโครงสร้างให้ชัด กำหนดมือปราบให้ชัด เงินงบประมาณต้องใส่ลงไป แล้วยิ่งไปกว่านั้น ผมเข้าใจว่ามันมีกฎหมายบางฉบับที่ค้างอยู่ในกระทรวงการคลัง กฎหมายฉบับนี้จะทำให้ อำนาจของ ก.ล.ต. ในการเข้าถึงผู้ที่ได้รับประโยชน์ที่แท้จริงของบริษัทต่าง ๆ ซึ่งบางครั้ง ใช้บริษัทบังหน้า ผมอยากให้กระทรวงการคลังเสนอครับ เราอาจจะประกาศใช้เป็น พ.ร.ก. ในช่วงปิดสมัยประชุมนี้ก็ได้ แล้วผมยืนยันว่าสิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่การปราบปรามแก๊ง Scammer อย่างแท้จริง มีพี่น้องประชาชนคาดหวังครับ คาดหวังจริง ๆ ว่ามันจะนำไปสู่ การแก้ไขปัญหา แล้วผมก็คาดหวังกับท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านจะทำหน้าที่ให้สมกับ ความคาดหวังของพี่น้องประชาชน อย่าให้พี่น้องประชาชนต้องสูญเสียความคาดหวัง ซ้ำแล้วซ้ำอีก มิฉะนั้นประเทศไทยของเราก็คงจะตกอยู่ภายใต้อาณาจักรสีเทา อาณาจักร แห่งเงามืดที่ยึดประเทศของเรา ขอบคุณครับ