ปวิตรา จิตตกิจ ชี้แจงปัญหาความซับซ้อนในการเบิกจ่ายงบประมาณของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้สิทธิบัตรทอง โดยเรียกร้องให้แก้ไขระบบใบส่งตัวที่ยุ่งยาก ปวิตรา จิตตกิจ วิจารณ์ระบบสิทธิบัตรทองที่ซับซ้อนและสร้างความเหลื่อมล้ำ พร้อมชี้ให้เห็นปัญหาการขอใบส่งตัวจากคลินิกปฐมภูมิ การเบิกจ่ายที่ไม่ทั่วถึงของคลินิกชุมชนอบอุ่น และเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขเร่งแก้ไขปัญหาความล้มเหลวของระบบเพื่อรองรับผู้ป่วยจำนวนมหาศาล
เรียนประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน ลูกเกด ปวิตรา จิตตกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตบางกอกใหญ่ ธนบุรี ภาษีเจริญ แขวงศิริราชและแขวงบางเชือกหนัง กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ท่านประธานคะ ตอนนี้ประชาชนผู้ใช้สิทธิบัตรทองหรือว่าบัตร ๓๐ บาทรักษาทุกโรคกำลังได้รับความเดือดร้อน อย่างยิ่งจากสถานการณ์การเบิกจ่ายงบประมาณที่มีปัญหาของสำนักงานหลักประกันสุขภาพ แห่งชาติ ซึ่งดิฉันขอเรียกสั้น ๆ ว่า สปสช. ประชาชนได้รับผลกระทบในการขอใบส่งตัว ที่ซับซ้อน เปลืองเวลา เปลืองใช้จ่าย แล้วก็เพิ่มภาระทั้งประชาชนแล้วก็คนปฏิบัติงาน ดิฉัน ขอยกตัวอย่างภาพนะคะ ขอภาพขึ้นที่สไลด์ด้วยว่ามันซับซ้อนเพียงใด
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
จากภาพจะเห็นว่าผู้ป่วย ที่ใช้สิทธิบัตรทองจะต้องไปขอใบส่งตัวจากหน่วยปฐมภูมิ ซึ่งจะสามารถไปรักษาตัวต่อได้ที่ โรงพยาบาลซึ่งจะเป็นหน่วยทุติยภูมิ จะเห็นว่าเหมือนมันจะง่าย ไม่ได้ซับซ้อนอะไร แต่ดิฉัน ขอเปรียบเทียบกับสิทธิรักษาอื่น ๆ เช่น สิทธิการเบิกจ่ายตรงของข้าราชการ สิทธิประกันสังคม ซึ่งส่วนใหญ่ก็มุ่งเป้าไปที่โรงพยาบาลโดยตรงหรือหน่วยทุติยภูมิโดยตรงเลย แทบจะไม่ต้องผ่าน หน่วยปฐมภูมิ ไม่มีกระบวนการอะไรแบบนี้ ท่านประธานคะ ดิฉันนำเสนอคณิตศาสตร์ง่าย ๆ เกี่ยวกับปัญหาเรื่องของใบส่งตัวที่เป็นเรื่องจริงอยู่ตอนนี้ ถ้าประชาชนป่วยอยู่สัก ๕ โรค คลินิกปฐมภูมิรักษาไม่ได้ แล้วจะต้องไปรักษาที่โรงพยาบาลที่เป็นหน่วยทุติยภูมิเท่านั้น ท่านประธานรู้ไหมว่าประชาชนที่เจ็บป่วยเขาจะต้องไปคลินิกปฐมภูมิเพื่อขอใบส่งตัวทั้งหมด ๕ ใบ เพราะมี ๕ โรค ๑ โรค ๑ ครั้ง ประชาชนผู้มีสิทธิไปรักษาที่โรงพยาบาลจะต้องถือ ใบส่งตัวนี้ไปรักษาตามแต่ละรอบที่หมอนัดแต่ละโรค แล้วใบส่งตัวนี้แต่ละใบมีอายุไม่เกิน ๖๐ วัน นั่นหมายความว่าใน ๙๐ วันนั้นถ้าเกิดว่าอาการไม่หายดีหรือหมอต้องนัดรักษาเพิ่ม เช่น จำพวกโรคอัลไซเมอร์ โรคกระดูกเสื่อม โรคหัวใจหรือกลุ่มโรคเรื้อรังต่าง ๆ ซึ่งคลินิกรักษา ไม่ได้ ประชาชนก็ต้องเทียวมาเทียวไประหว่างคลินิกปฐมภูมิเพื่อขอใบส่งตัวแล้วก็ไปที่ โรงพยาบาล ซ้ำไปซ้ำมาวนเวียนแบบนี้ไม่รู้จบ น่าสงสาร ดูสิคะประชาชนตาดำ ๆ เขาไม่สามารถ ไปหาหมอได้ง่าย ๆ เหมือนสิทธิรักษาอื่น ๆ เหมือนที่ท่านประธานมีหรือว่าท่านรัฐมนตรีมี เพราะว่าท่านเจ็บป่วยท่านก็หาหมอได้เลย ดิฉันชวนตั้งคำถามเล็ก ๆ ว่ากลุ่มผู้ใช้สิทธิบัตรทอง ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้เยอะที่สุด มีผู้ใช้สิทธิประมาณ ๓,๕๐๐,๐๐๐ คน ถ้าทั่วประเทศก็ประมาณ ๔๗ ล้านคน ก็น่าแปลกใจที่สวัสดิการพื้นฐานของคนไทยทุกคน กำลังประสบปัญหา เป็นสิทธิที่สร้างความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงโรงพยาบาลได้ยากมากที่สุด มากกว่ากลุ่มอื่น ๆ อย่าลืมว่ากลุ่มสิทธิบัตรทองคือกลุ่มของประชาชนรากหญ้าจริง ๆ ค่ะ พวกเขาเหล่านี้ได้รับความเจ็บป่วย เกิดการเจ็บป่วยขึ้น เขาต้องเสียทรัพย์ เสียเงินสำหรับ การไปหาหมอ เรียกว่าถ้าล้มทั้งทีก็ล้มไปเลยบนพื้นไม่มีฟูกมารองรับ จากความซ้ำซ้อน ที่กล่าวมาดิฉันเข้าใจว่าทางกระทรวงสาธารณสุขก็พยายามแก้ไข พยายามหาทางแก้ผ่านการ ให้ประชาชนไปใช้สิทธิผ่านหน่วยนวัตกรรม ๓๐ บาทรักษาทุกที่ อาทิเช่น หน่วยบริการ เทคนิคการแพทย์ชุมชนอบอุ่น ทันตกรรมชุมชนอบอุ่น แพทย์แผนไทยชุมชนอบอุ่น คลินิก พยาบาลชุมชนอบอุ่น เวชกรรมชุมชนอบอุ่น กายภาพบำบัดชุมชนอบอุ่น และร้านยาคุณภาพ ซึ่งตอนนี้กลุ่มที่มีปัญหาเรื่องการเบิกจ่ายเงินมากที่สุดก็คือกลุ่มคลินิกชุมชนอบอุ่น เป็นเรื่องหนี้ กับ สปสช. ดิฉันก็ไม่รู้ว่าคลินิกนวัตกรรมที่กล่าวมาพอเปิดไปนาน ๆ จะประสบปัญหา เหมือนกันกับคลินิกชุมชนอบอุ่นรุ่นพี่ที่เปิดไปแล้วหรือเปล่า เพราะว่า สปสช. ก็ไม่ได้มีอะไร เป็นหลักประกันว่าจะบริหารได้ดีกว่าเดิมหรือว่าจะสามารถปิดหนี้ต่าง ๆ ได้ ที่ดิฉันพูดมา ไม่ได้อยากผลักดันให้คนไปใช้โรงพยาบาลอย่างเดียวหรือว่าไปให้โรงพยาบาลมีคนไข้จำนวน เยอะ ๆ จนบุคลากรทางการแพทย์เองก็ทำงานไม่ทันแล้วก็ล้นมืออย่างมาก เจ้าหน้าที่ สาธารณสุขก็รับมือกันหนักมาก ส่วนใหญ่ทำงานนอกเวลา เกินเวลากันทั้งนั้น ซึ่งจริง ๆ เรื่องนี้ ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่กระทรวงสาธารณสุขผ่านไปกี่สมัยก็ไม่เคยแก้ค่ะ ประชาชนเขาก็ไม่ได้ อยากพบหมอ เขาไม่ได้อยากเจ็บป่วยค่ะ ซ้ำร้ายช่วงนี้มีข่าวว่าคลินิกชุมชนอบอุ่นใน กรุงเทพมหานครหลายแห่งกำลังจะทยอยปิดตัวค่ะ เพราะการเบิกจ่ายที่มีปัญหากับ สปสช. เรื่องนี้ดิฉันเคยตั้งกระทู้ถามสดไปแล้วกับอดีตท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขออนุญาตเอ่ยชื่อ ท่านชลน่าน แต่ว่าฝ่ายบริหารของกระทรวงสาธารณสุขก็ยังทำเรื่องนี้ให้ดี ไม่ได้เลยค่ะ เปลี่ยนมากี่รัฐมนตรีแล้วก็แก้ไม่ได้สักทีค่ะ นั่นก็หมายความว่าตอนนี้ระบบ สาธารณสุขของกรุงเทพมหานครกำลังจะล่มค่ะ และศูนย์บริการสาธารณสุขทั้ง ๖๙ แห่ง กำลังจะต้องเตรียมรับมืออย่างหนักกับการใช้งานที่มากขึ้น ซึ่งสภาพศูนย์บริการสาธารณสุข ของ กทม. เป็นไปตามภาพที่ขึ้นในสไลด์ ไม่รู้ว่าสถานการณ์สภาพแบบนี้จะรับรองคนป่วย ได้จำนวน ๓,๕๐๐,๐๐๐ คนบวก ๆ เฉพาะใน กทม. ไหวไหม ท่านประธานดูสภาพสิคะ อาคารเล็ก ๆ มาถึงคำถามค่ะ จากปัญหาที่ประชาชนจะต้องขอใบส่งตัวจากคลินิกปฐมภูมิ ที่ยุ่งยากซับซ้อน ตลอดจนตอนนี้คลินิกชุมชนอบอุ่นกำลังทยอยปิดตัว จากปัญหาการเบิกจ่าย เงินต่าง ๆ ระหว่างคลินิกกับ สปสช. และปัญหาความไม่เพียงพอ ไม่เชื่อมโยงข้อมูลกัน ท่านในฐานะเจ้ากระทรวงสาธารณสุขจะแก้ไขปัญหาทั้งหมดนี้ให้กับประชาชนได้อย่างไร ดิฉันขอทราบรายละเอียดค่ะ ถ้าท่านมีรายละเอียดสามารถบ่งบอกได้ว่าอย่างไร เมื่อไร ดิฉันขอทราบด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ