นเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ หารือมาตรการรักษาเสถียรภาพข้าวเปลือกปีการผลิต ๒๕๖๘/๒๕๖๙ จำนวน ๓ โครงการ วงเงินรวมกว่า ๖๑,๐๐๐ ล้านบาท พร้อมชี้แจงรายละเอียดโครงการสินเชื่อชะลอการขายและโครงการชดเชยดอกเบี้ย รวมถึงรายงานผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาที่เพิ่มขึ้นในหลายด้าน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่า การกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขออนุญาตตอบคำถามของท่านชัชวาลผ่านท่านประธานไป รัฐบาลมีแนวทางการแก้ไขปัญหาในช่วงนี้ก็คือตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๘ ได้อนุมัติตามความเห็นของสำนักงบประมาณ เห็นชอบในหลักการมาตรการรักษา เสถียรภาพข้าวเปลือก ปี ๒๕๖๘/๒๕๖๙ จำนวน ๓ โครงการ ก็คือโครงการสินเชื่อชะลอ การขายข้าวเปลือกนาปี และ ๒. โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยสถาบันการเกษตร แล้วก็ ๓. โครงการชดเชยดอกเบี้ยผู้ประกอบการข้าวเปลือก เก็บ Stock วงเงินทั้งสิ้น ๖๑,๖๙๔.๙๘ ล้านบาท แยกเป็นวงเงินสินเชื่อ ๕๑,๐๐๐,๒๓๒.๕๐ ล้านบาท วงเงิน จ่ายขาด ๑๐,๔๖๒.๔๘ ล้านบาท และเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการในการเก็บ Stock โดยเป้าหมายรวม ๘.๕๐ ล้านตันข้าวเปลือก โดยขอแจ้งผ่านท่านประธานไปในคำตอบก็คือ โครงการที่ ๑ โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต ๒๕๖๘/๒๕๖๙ วงเงิน ๔๕,๓๙๖.๗๓ ล้านบาท จำแนกเป็นวงเงินสินเชื่อ ๓๖,๒๓๒.๕๐ ล้านบาท วงเงินจ่ายขาด ๙,๑๖๔.๒๓ ล้านบาท โดย ธ.ก.ส. จะให้สินเชื่อกับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรในพื้นที่ ทั่วประเทศเพื่อรอการขายผลผลิตในยุ้งฉางเป้าหมาย ๓ ล้านตัน ทั้งนี้กำหนดให้ผู้เข้าร่วม การได้รับข้าวฝากเก็บรักษาคุณภาพข้าวในอัตรา ๑,๕๐๐ บาทต่อตัน โดยเกษตรกรที่เก็บ ข้าวเปลือกในยุ้งฉางของตนเองได้รับจำนวนเต็ม แต่สำหรับสถาบันเกษตรที่รับซื้อข้าวเปลือก ในโครงการได้รับในอัตรา ๑,๐๐๐ บาทต่อตัน และเกษตรกรผู้ขายข้าวได้รับ ๕๐๐ บาท สำหรับโครงการที่ ๒ โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบัน การเกษตรปีการผลิต ๒๕๖๘/๒๕๖๙ วงเงิน ๑๕,๖๕๖.๒๕ ล้านบาท จำแนกเป็นวงเงินสินเชื่อ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท และวงเงินจ่ายค่าชดเชยดอกเบี้ย ๖๕๖.๒๕ ล้านบาท โดย ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อแก่เกษตรกร ประกอบด้วยสหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และศูนย์ข้าวชุมชน เพื่อรวบรวมข้าวเปลือกเพื่อจำหน่ายหรือเพื่อการแปรรูปวงเงินสินเชื่อ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท หรือคิดเป็นข้าวเปลือก ๑.๕ ล้านตันข้าวเปลือก ต่อไปโครงการที่ ๓ เป็นมาตรการที่รัฐบาลจะเข้ามาแก้ไขเพื่อรักษาศักยภาพราคาข้าว ก็คือโครงการชดเชยดอกเบี้ยผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บ Stock ปี ๒๕๖๘/๒๕๖๙ ดำเนินการโดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์และสมาคมโรงสีข้าวเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ให้กับผู้ประกอบการค้าข้าวสามารถรับซื้อและเก็บ Stock ข้าว ๒-๖ เดือนมีเป้าหมายปริมาณ ข้าวเปลือก ๔ ล้านตัน โดยภาครัฐชดเชยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๓ ต่อปี วงเงินงบประมาณ จ่ายขาด ๖๔๒ ล้านบาท จากกองทุนรวมเพื่อช่วยเกษตรกร โดยจะเริ่มรับซื้อตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ ถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๙ สิ้นสุดโครงการเมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๗๐ จะตอบว่ามาตรการนี้กับมาตรการเดิมปีนี้จะแตกต่างอย่างไร ผมขออนุญาตนำเรียน โดยอย่างยิ่งในมาตรการรักษาเสถียรภาพข้าวเปลือกที่ดำเนินการโดยกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ซึ่งท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ได้สั่งการให้ผมเข้าไปดูแลในส่วนปัญหาข้าว เรามีการประชุมกัน ติดตามสถานการณ์ทุกวันพุธของสัปดาห์ในช่วงนี้ ตอนนี้ถามว่าแตกต่างจากเดิมอย่างไร ในปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ ก็คือสหกรณ์ที่เข้าร่วมมาตรการรักษาศักยภาพข้าวเปลือก ปีการผลิต ๒๕๖๘ และปี ๒๕๖๙ รวม ๔๒๑ แห่ง พื้นที่ ๕๗ จังหวัด ปริมาณข้าวเปลือก ๔ ล้านตัน มูลค่า ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท แยกเป็นโครงการชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ๒๕๖๘/๒๕๖๙ จำนวน ๑๓๓ แห่ง เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ๗ แห่ง คิดเป็น ๕.๕ เปอร์เซ็นต์ พื้นที่ ๓๗ จังหวัด เพิ่มขึ้น ๔ จังหวัด เป็น ๑๒.๑๒ เปอร์เซ็นต์ ปริมาณข้าวเปลือก ๑ ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ๐.๖๒ ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ๑๖๖ เปอร์เซ็นต์ มูลค่ารวบรวม ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้น จากปีก่อน ๘,๐๐๒.๖๘ ล้านบาท คิดเป็นประมาณ ๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ โครงการสินเชื่อเพื่อ รวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันการเกษตรปี ๒๕๖๘/๒๕๖๙ จำนวน ๒๙๕ แห่ง เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ๒๔ แห่ง คิดเป็น ๘.๘๖ เปอร์เซ็นต์ พื้นที่ ๕๗ จังหวัด เพิ่มขึ้น ๓ จังหวัด ปริมาณข้าวเปลือก ๓ ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ๘๐,๐๐๐ ตัน แล้วก็มูลค่า ๒๘,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ๕๗๒ ล้านบาท คิดเป็น ๒.๐๙ เปอร์เซ็นต์ ทุน ธ.ก.ส. ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท และทุนสหกรณ์ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดย กรมส่งเสริมสหกรณ์ก็ได้เข้าไปดูรายละเอียด ผมได้มีการประชุมสหกรณ์ทั่วประเทศที่ทั้งหมด ๔๒๘ แห่ง เพื่อเข้าไปสอบถามปัญหาอุปสรรคของแต่ละสหกรณ์ ซึ่งในภาพรวมต้นทุนของ สหกรณ์จะไปเพิ่มในเรื่องของการวิเคราะห์สินเชื่อ บางสหกรณ์ค่าวิเคราะห์สินเชื่อ ๒-๓ ล้านบาท ในส่วนของสหกรณ์ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างผ่านท่านประธานไปหาท่านชัชวาล ซึ่งท่านอยู่ จังหวัดร้อยเอ็ด ก็ได้เข้าไปช่วยสหกรณ์เกษตรวิสัยในวงเงินที่ท่านมีอยู่เดิม ๕๐๐ ล้านบาท ตอนนี้เบิกเพื่อเข้าไปอันนี้แล้ว ๓๐๐ ล้านบาท พรุ่งนี้จะอีก ๒๐๐ ล้านบาท เราให้ติดตามว่า อีก ๒๐๐ ล้านบาท ทางสหกรณ์จะเข้ามาช่วยรับซื้อ ตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วในส่วนของ เกษตรวิสัยที่รับซื้อ จากมาตรการทั้งหมดที่ผมกล่าวเราได้ช่วยในเรื่องของการ Wave ค่าวิเคราะห์สินเชื่อให้สหกรณ์ โดยในที่ประชุม ธ.ก.ส. ก็ได้เห็นชอบและได้อนุมัติในการที่จะ Wave ค่าวิเคราะห์สินเชื่อ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นต้นทุนในการรวบรวม ต้นทุนในการชะลอการขาย ของสถาบันการเกษตร ฉะนั้นตอนนี้อีกประเด็นหนึ่งที่เราคิดว่าปีนี้ที่ต่างจากปีก่อนก็คือ ๑. โครงการนี้เราเริ่มเร็วขึ้น จากปีก่อน ๒. เราลดต้นทุนในเรื่องของการวิเคราะห์สินเชื่อให้สถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร ๓. เราเพิ่มจุดรับซื้อ แล้วเรา Monitor ตลอดว่าพื้นที่ไหนที่มีปัญหา ท่านธรรมนัสก็ได้สั่งการขอความร่วมมือโรงสีซึ่งได้มีการประชุม แล้วก็ได้ขอความร่วมมือ ให้ท่านช่วยข้ามไปซื้อในเขตที่กำลังมีปัญหาอยู่ ด้วยมาตรการที่ท่านชัชวาลได้นำเรียนมาว่า แนวทาง ซึ่งตรงนี้เป็นแนวทางที่เรากำลังจะเริ่มปฏิบัติ โดยจะ Kick off วันที่ ๑ แต่จริง ๆ แล้ว บางสหกรณ์ได้เริ่มมาก่อนแล้ว ก็คิดว่ามาตรการทั้ง ๓ มาตรการจะทำให้ศักยภาพข้าวน่าจะ ดีขึ้นจากที่ผ่านมา เบื้องต้นขอตอบคำถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติผ่านท่านประธาน เท่านี้ก่อนนะครับ ขอบคุณครับ