ชวน หลีกภัย หารือกรณีวัดพระบาทน้ำพุและผลกระทบต่อกฎระเบียบบริหารเงินของสงฆ์ โดยชี้ว่าแม้หน่วยงานรัฐออกมาตรการควบคุมแต่สถานการณ์จริงยังทำให้วัดหลายแห่งขาดแคลนทรัพยากร และยกตัวอย่างปัญหาหนี้สินค่าน้ำค่าไฟที่วัดต้องเผชิญ ชวน หลีกภัย หารือปัญหาขาดแคลนรายได้ของวัดทั่วประเทศและเสนอให้รัฐบาลเร่งหามาตรการช่วยเหลือด้านงบประมาณ ประสานหน่วยงานเจ้าหนี้เพื่อผ่อนปรนการตัดน้ำไฟ และสนับสนุนนโยบายคุ้มครองสถาบันศาสนา
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ขอขอบพระคุณ ที่ท่านประธานอนุญาตให้กระผมได้กระทู้ถามสดด้วยวาจา ซึ่งได้พยายามมา ๓ สัปดาห์แล้วครับ แต่ด้วยวาระของประชาธิปัตย์ได้วันนี้ กระทู้ถามที่กราบเรียนท่านประธานเพื่อซักถามรัฐบาล เป็นเรื่องที่เห็นว่าอยู่ในเงื่อนไขของข้อบังคับ ข้อ ๑๕๖ คือเป็นเรื่องสำคัญที่อยู่ในความสนใจ ของประชาชน และเป็นเรื่องที่กระทบต่อประโยชน์ของประเทศชาติ กระผมจึงเห็นว่าควรจะ ได้ใช้โอกาสนี้ทำให้เกิดความกระจ่างขึ้นในหมู่ผู้ที่เกี่ยวข้อง กระทู้นั้นไม่ได้มีข้อลึกลับซับซ้อน อะไรครับ เป็นเรื่องตรงไปตรงมา คือผลกระทบที่เกิดขึ้นจากกรณีของสีกากอล์ฟกับ วัดพระบาทน้ำพุ อันมีผลที่ทำให้กระทบต่อความรู้สึกของชาวพุทธทั่วประเทศตอนที่เป็นข่าวนั้น คนไม่คิดหรอกครับว่าผลอันนี้จะมีผลกระทบรุนแรงขนาดไหน แต่บัดนี้สิ่งนี้ได้ปรากฏ ความจริงแล้วเมื่อเกิดขึ้นใหม่ ๆ นั้นหน่วยงานทั้งหลายก็ดูแลรับผิดชอบด้วยดีนะครับ มหาเถรสมาคมก็ดี สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติก็ดี ต่างก็ออกระเบียบเพื่อกำหนด กฎเกณฑ์ในการบริหารเงินของวัดให้มีระเบียบมากขึ้น ผมเองได้ทำหนังสือถวายสมเด็จ พระสังฆราช เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ด้วยข้อความว่าสืบเนื่องจากข่าวคราวอันเกิดแก่ พระภิกษุกลุ่มหนึ่ง ซึ่งกระทบกับความรู้สึกของพุทธศาสนิกชนต่อวงการสงฆ์ในช่วงนี้ แม้กระนั้นเกล้ากระหม่อมรวมทั้งชาวพุทธทั้งหลายตระหนักดีว่าพระสงฆ์ที่ปรากฏเป็นข่าว ในทางเสื่อมเสียเป็นเพียงส่วนน้อย ขณะที่พระสงฆ์ส่วนใหญ่ยังมีวัตรปฏิบัติอันน่าเลื่อมใส ศรัทธา ซึ่งเป็นสัจธรรมความจริงว่าในทุกวงการมีทั้งผู้ประพฤติดีและร้ายละคนกันไป เกล้ากระหม่อมจึงขอเป็นหนึ่งตัวแทนชาวพุทธถวายกำลังใจแด่พระภิกษุสงฆ์ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบด้วยพระธรรมวินัยในการศึกษาปฏิบัติศาสนกิจ เผยแพร่หลักธรรมคำสอนของ พระพุทธเจ้า อันนี้ก็เป็นข้อความที่กราบทูลสมเด็จพระสังฆราชไป กราบเรียนท่านประธานว่าแม้ว่าหน่วยงานรัฐจะให้ความเอาใจใส่ออกระเบียบ แต่สถานการณ์นั้น มันไม่ได้เป็นอย่างที่กำหนดไว้ กล่าวคือไม่ได้มีเงินมากที่จะบริหารดังที่คิดคือมีผู้ทำบุญน้อย พูดง่าย ๆ ก็คือมีคนเกือบจะไม่ทำบุญ เรื่องนี้ตั้งเป็นกระทู้ถามขึ้นมาด้วยสำนึก ผมเคยไปอยู่ วัดนะครับ ผมอยู่วัดยาวนานถึง ๘ ปีระหว่างเรียนหนังสือ เป็นหนี้บุญคุณพระศาสนามาก แล้วก็มีอะไรที่ปกป้องศาสนาได้ก็อยากจะปกป้อง วันหนึ่งเมื่อประมาณ ๑ เดือนที่แล้ว ผมได้รับโทรศัพท์จากเจ้าอาวาสที่วัดในกรุงเทพฯ ท่านโทรศัพท์ไปว่าวัดอาตมากำลัง เดือดร้อน เป็นหนี้น้ำประปาอยู่ ๒๐,๐๐๐ บาท ๓-๔ เดือนแล้ว จะต้องจ่ายภายใน ๑๐ วัน มิฉะนั้นจะถูกตัดมาตรวัดน้ำ ท่านเป็นหนี้ค่าไฟอยู่ ๔๐,๐๐๐ บาท ขอให้ผมช่วยเหลือ ต้องกราบเรียนว่าโดยทั่วไปเนื่องจากเคยอยู่วัด ซึ่งสนิทสนมกับพระแล้วก็มีอะไรที่พระไม่กล้า พูดกับผู้ใหญ่ ก็มักจะผ่านทางกระผม กระผมก็ขอพรรคพวกช่วยกันครับ ในที่สุดก็สามารถ ชำระหนี้ค่าน้ำประปา ซึ่งประปาไม่ได้คิด ๒๐,๐๐๐ บาทครับ คิด ๒๘,๐๐๐ บาท เจ้าอาวาส เล่าให้ฟังว่าเขาเตรียมถอดมาตรวัดน้ำไปแล้ว เพราะฉะนั้นก็ต้องชดเชย ส่วนค่าไฟก็จ่ายได้ ๔๐,๐๐๐ บาทครบถ้วน เดือนต่อไปก็เกิดปัญหา เมื่อปัญหานี้เกิดขึ้น กราบเรียนท่านประธานครับ เขาก็เลยลองสอบถามวัดอื่นปรากฏว่ามีปัญหาเช่นเดียวกัน ไปที่นครศรีธรรมราชร่วมกับ ท่านผู้ว่าราชิต สส. นครศรีธรรมราช วัดพระพรหม คนมาวัดวันพระ ๑๐๐ คน ก็เหลือประมาณ ๔๐ คน ผมก็สอบถามวัดที่ผมเคยอยู่ วัดอมรินทรารามว่าเดือดร้อนไหม หลวงพ่อก็บอกว่า การทำบุญที่โบสถ์น้อยลดลงเหลือประมาณร้อยละ ๔๐ แต่ไม่เดือดร้อนค่าน้ำค่าไฟเพราะเก็บ ค่าจอดรถได้ อันนี้แสดงว่าวัดบางวัดท่านก็มีเครื่องมือที่จะช่วยตัวเองได้ สอบถามวัดที่มี มาตรฐานดีที่สุดคือวัดชลประทาน รายได้วัดก็ลดลงไปแต่เป็นวัดที่บริหารได้ดีที่สุดจึงช่วย ตัวเองได้ ได้สอบถามพระคุณเจ้าที่จังหวัดชัยภูมิท่านไปทอดจุลกฐินที่จังหวัดตรัง ที่วัดภูเขาทอง ก็เดือดร้อนเช่นเดียวกัน
โดยสรุปกราบเรียนท่านประธานว่าปัญหาเรื่องรายได้วัดลดลงนั้นมีทั่วประเทศ เมื่อคืนนี้กระผมลาสภาไปงานศพที่วัดวชิรธรรมสาธิตวรวิหาร พระก็บอกว่ารายได้ลดลง ร้อยละ ๖๐ อันนี้คือข้อเท็จจริงที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานเพื่อท่านรองนายกรัฐมนตรี จะได้รับทราบข้อเท็จจริงที่ละเอียดลงไปครับ มีตัวอย่างอีกมากแต่เวลาที่จำกัด ๑๕ นาที ก็ขอลำดับว่าเมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ การที่วัดทั้งหลายจะมีเงินค่าน้ำประปา ไฟฟ้านั้น คงมีปัญหาเกือบทุกวัดที่ช่วยตัวเองไม่ได้ พระผู้ใหญ่บอกผมว่าวัดที่ช่วยตัวเองได้ในจำนวน ประมาณ ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ วัดนั้นมีไม่เกิน ๑,๐๐๐ กว่าวัดที่ช่วยตัวเองได้ นอกนั้น ล้วนพึ่งพาอุบาสก อุบาสิกา ศาสนานี้อยู่ได้ด้วยพุทธบริษัท ถ้าขาดความค้ำจุนสนับสนุน พุทธบริษัทก็ยากจะอยู่ได้ จึงมีคำถามเบื้องต้นนะครับ
ประการแรก เมื่อมีปัญหาเช่นนี้รัฐบาลจะช่วยบรรเทาปัญหาความเดือดร้อน ของวัดที่รายได้ลดลงไป ไม่มีเงินสำหรับการบำรุงรักษาวัด ไม่มีเงินสำหรับค่าไฟเผาศพ หรือค่าน้ำมันเผาศพ หรือน้ำประปา วัดเล็ก ๆ นะครับ วัดใหญ่ไม่น่าห่วง แต่วัดเล็ก ๆ จะมี เป็นส่วนใหญ่ซึ่งจะเดือดร้อน นั่นเป็นคำถามที่ ๑ ว่ารัฐบาลมีมาตรการที่จะช่วยเหลืออย่างไร เพราะถ้าเป็นส่วนราชการ แน่นอนก็อาจจะมีส่วนงบประมาณแผ่นดินก็ไปช่วยอยู่
ประการที่ ๒ หน่วยงานที่เป็นเจ้าหนี้ บรรดาหน่วยงานที่เป็นเจ้าหนี้วัด เช่น ไฟฟ้า ประปา และอื่น ๆ มีทางที่จะผ่อนคลายบรรเทาความเดือดร้อนได้หรือไม่ให้กับวัด ในการที่จะไม่เร่งรัดตัดน้ำตัดไฟ คือให้โอกาสที่จะผ่อนเวลาอย่างไร อันนี้ต้องเป็นภาคปฏิบัติ ที่รัฐบาลต้องสั่งหน่วยงาน
คำถามที่ ๓ ด้วยนโยบายของรัฐบาลที่ถือเรื่องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อยู่ในข้อ ๑ ชัดเจนนะครับ รัฐบาลได้แถลงไว้ชัดเจนในการที่จะพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา วันนี้ศาสนามีปัญหาครับ ดังนั้นก็ขอถามในแง่นโยบายว่าจะเข้ามามีส่วนช่วยในเรื่องนี้ ได้อย่างไร ขอบพระคุณครับ