พรรษศรณ์ สาครเสถียร หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด โดยอภิปรายให้เหตุผลเกี่ยวกับมาตรา 73/2 ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินและอาจกระทบต่อภาคผู้ประกอบการ พรรษศรณ์ สาครเสถียร เสนอการแก้ไขเพื่ออากาศสะอาด โดยตั้งใจให้ประชาชนทราบถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนพลังงานและเรียกร้องให้ตัดมาตราหนึ่งออก
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายพรรษศรณ์ สาครเสถียร กรรมาธิการและที่ปรึกษาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายให้เหตุผลเชิงประจักษ์เรื่องที่ได้สงวนความเห็นไว้ในชั้น กรรมาธิการ ในมาตรา ๗๓/๒ สถาบันการเงินต้องร่วมรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นตาม มาตรา ๗๒ ก่อนที่จะถึงมาตรานี้ ผมสังเกตว่าการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการ เพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. .... ในหลายมาตราจะมีลักษณะการป้องกันการเกิดมลพิษเพื่อรักษา อากาศสะอาดให้กับประชาชน หรือเข้าใจง่าย ๆ ว่าเป็นการป้องกันดีกว่ารักษา เช่นมีมาตรการ ป้องกันเชิงบังคับ ถ้าไม่ปฏิบัติจะมีบทลงโทษทั้งทางแพ่ง ทางพินัย และทางอาญา ดีกว่าปล่อย ให้เกิดมลพิษแล้วไปแก้ไขที่ปลายเหตุ ที่ผ่านมามีท่านสมาชิกเกือบจะทุกพรรคได้แสดง ความห่วงใยในหลาย ๆ มาตรา และมีบางประเด็นที่อาจจะไปกระทบสิทธิตามรัฐธรรมนูญ เช่นการเข้าไปในเคหสถานในมาตราของเจ้าพนักงานอากาศสะอาด ในหลาย ๆ มาตราท่านก็ ไม่ได้โหวตเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อย มีเพียงแค่มาตราเดียวที่โหวตเห็นด้วยคือ มาตรา ๔๕/๓ ที่เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อย มาตรา ๗๓/๒ ผมสงวนความเห็นไว้ว่าต้องตัดออกทั้งมาตราเพราะไม่มีอยู่ในร่างเดิมของ ครม. และอีกหลายมาตรา เพื่อป้องกันไม่ให้ พ.ร.บ. นี้กระทบต่อภาคผู้ประกอบการของธุรกิจ ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคธุรกิจเอกชน อุตสาหกรรม เกษตรกรรม ที่ต้องทำธุรกรรมร่วมกับ สถาบันการเงิน ด้วยเหตุผลของ กกร. อันประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรม และสมาคมธนาคาร ขออนุญาตสไลด์ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ท่านประธานครับ จากสไลด์ ขั้นต้นนี้ได้มีการประสานงานจากสถาบันเหล่านี้มา เพื่อให้ท่านสมาชิก ท่านประธานรับทราบ หลักการของมาตรา ๗๓/๒ กำหนดให้สถาบันการเงินต้องร่วมรับผิดชอบในความเสียหาย หากสถาบันการเงินได้ให้กู้ยืมหรือสนับสนุนทางการเงินหรือให้คำปรึกษาทางการเงิน แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ เป็นหลักความรับผิดชอบและละเมิดของบุคคลอื่น ในลักษณะของ Vicarious Liability ใช้ในกรณีที่บุคคลต้องรับผิดร่วมกัน ผู้มีอำนาจควบคุมหรือมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด เช่นนายจ้างหรือลูกจ้าง ซึ่งสถาบันการเงินเขาบอกว่าเขาไม่ได้เป็นนายจ้างหรือลูกจ้างนะครับ เหตุผลของมาตรา ๗๓/๒ นี้
ข้อที่ ๑ สถาบันการเงินไม่มีอำนาจควบคุม แทรกแซง หรือมีความสัมพันธ์ ใกล้ชิดกับเจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศ
ข้อที่ ๒ สถาบันการเงินให้การสนับสนุนทางการเงินแก่เจ้าของหรือผู้ครอบครอง แหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศเท่านั้น
ข้อที่ ๓ สถาบันการเงินไม่ได้มีผู้เชี่ยวชาญในการประเมินความเสี่ยงด้านมลพิษ ในกิจการของผู้ประกอบธุรกิจ
บทบัญญัติแห่งสถาบันการเงินต้องรับผิด ขัดกับหลักการทางกฎหมายและ เป็นการกระจายความเสียหายไปยังบุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำละเมิด จึงเป็นการ เพิ่มภาระเกินควรให้แก่สถาบันการเงิน
ทั้งนี้ถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านไปจะมีผลกระทบเชิงระบบ ก็คือกระจายความเสี่ยง ไม่เป็นธรรม ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องก่อให้เกิดมลพิษอากาศต้องรับผิด ต้นทุนการให้สินเชื่อสูงขึ้น ความเสี่ยงถูกสะท้อนเป็นต้นทุนการให้สินเชื่อ ผลกระทบต่อผู้ฝากและผู้กู้ นโยบายด้านการเงิน ซึ่งเป็นเงินทุนในการให้สินเชื่อของสถาบันการเงินสะท้อนความเสี่ยงจากการต้องร่วมรับผิด นโยบายด้านการให้สินเชื่อสะท้อนความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น เสถียรภาพการเงินถูกบั่นทอน กระทบ การเข้าถึงแหล่งทุนของกิจการบางประเภท เนื่องจากนโยบายการให้สินเชื่อของสถาบันการเงิน อาจเปลี่ยนแปลง
ผมน่าจะเป็นคนสุดท้ายของเสียงข้างน้อยที่ได้สงวนความเห็น จากนี้ไปก็จะ ไม่มีท่านใดที่สงวนความเห็นแล้ว ที่ผ่านมามาตราในการออกพระราชบัญญัติเพื่ออากาศ สะอาดมีมากกว่าศีลพระ มากกว่า ๒๒๗ ข้อ ที่ผ่านมามีหน่วยงานได้เริ่มทำแล้วในการรณรงค์ หลังจากที่ พ.ร.บ. นี้มีการประกาศใช้ ประชาชนจะได้เข้าใจในหลาย ๆ อย่างอันเป็นงานที่ สร้างสรรค์ เช่นเปลี่ยนมาใช้พลังงานอากาศสะอาด อีกหน่อยประชาชนจะต้องมีการ Check ค่าฝุ่นก่อนที่จะออกจากบ้าน ผู้สูงอายุ เด็ก และสตรีมีครรภ์ก็ต้องระวังการออกจากบ้าน จากเหตุผลดังกล่าวที่ผมได้กล่าวไว้ในมาตรา ๗๓/๒ นั้นมีหลายอย่างที่อาจจะไปกระทบกับ สิทธิของภาคธุรกิจดังที่ผมได้กล่าวมาแล้ว ดังนั้นผมจึงขอให้ที่ประชุมแห่งนี้ได้ตัด มาตรา ๗๓/๒ ออกครับ ขอบคุณครับ