มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ชี้แจงความคืบหน้าและแผนพัฒนาทางหลวงหมายเลข 108 ช่วงฮอด–แม่สะเรียง พร้อมเร่งศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพื่อยกระดับมาตรฐานและความปลอดภัยของถนนในอนาคต รวมถึงปัญหาสัญญาณโทรศัพท์ขาดช่วงในพื้นที่ 38 กิโลเมตร ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาแก้ไขโดยต้องประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขออนุญาตติดตั้งอุปกรณ์ในพื้นที่ป่าสงวนและอุทยานแห่งชาติ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ คำถามที่ ๒ ของท่านสมาชิกศรีโสภา โกฏคำลือ ต้องบอกได้เลยว่าเป็นประโยชน์กับพี่น้องที่ใช้รถใช้ถนนที่จังหวัดเชียงใหม่ แล้วก็แม่ฮ่องสอน เป็นอย่างยิ่ง ทางกรมทางหลวงขอชี้แจงดังนี้ว่า ทางหลวงหมายเลข ๑๐๘ สายจังหวัด เชียงใหม่ไปแม่ฮ่องสอน เป็น ๑ ใน ๒ ของเส้นทางสายหลักที่ใช้ในการเดินทางระหว่าง จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดแม่ฮ่องสอน จุดเริ่มต้นอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ แล้วก็มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ผ่านอำเภอจอมทอง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ แล้วก็อำเภอแม่สะเรียง อำเภอแม่ลาน้อย อำเภอขุนยวม สู่อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยที่เส้นทางสายหลักที่เป็นการเดินทาง ของประชาชน ใช้ทั้งการเดินทางแล้วก็ขนส่งสินค้าการเกษตร อีกอย่างหนึ่งคือผ่านสถานที่ ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ อย่างเช่น วัดพระธาตุเจ้าศรีจอมทองวรวิหาร อำเภอจอมทอง อุทยาน แห่งชาติออบหลวง อำเภอฮอด จุดชมวิวแม่ลาหลวงที่อำเภอแม่ลาน้อย แต่ว่าระยะทางนี้ถ้าดู จากสไลด์จะเป็นระยะทางที่ค่อนข้างยาวมาก ทั้งหมด ๓๔๙ กิโลเมตร โดยที่ว่าสภาพปัจจุบัน จากอำเภอเมืองไปที่อำเภอฮอด ตรงที่เป็นสีเขียว ๑๐๘ จากเชียงใหม่ มาที่อำเภอฮอด ตรงนี้ ได้พัฒนาเป็นทางขนาด ๔ ช่องจราจรแล้วตลอดเส้นทาง เพราะฉะนั้นส่วนที่เป็นสีเหลือง ก็จะเป็นส่วนที่ทางท่านสมาชิกได้สอบถามมาว่าส่วนตรงนี้จะทำอะไรได้บ้าง จริง ๆ เลย เนื่องจากว่าเส้นทางนี้ผ่านพื้นที่อนุรักษ์ตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมเวลาจะทำอะไร ทางกรมทางหลวงจะต้องทำรายการจัดการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอก่อน ทุกครั้ง ไม่ว่าจะทำโครงการปรับปรุงใด ๆ ก็ตาม ทีนี้จากที่สอบถามว่าช่วงอำเภอฮอด จังหวัด เชียงใหม่ไปถึงอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตรงนี้มีระยะทางทั้งสิ้น ๑๐๓ กิโลเมตร ปัจจุบันนี้มีขนาด ๒ ช่องจราจร มาตรฐานชั้น ๔ ผิวจราจรกว้างข้างละ ๓.๕ เมตร ไหล่ทางกว้าง ๑ เมตร อย่างที่ท่านสมาชิกบอกว่าบางจุดแทบจะไม่มีไหล่ทางเลย ซึ่งถามว่าปลอดภัยสำหรับพี่น้องประชาชนหรือไม่ ก็ยอมรับว่าทางกรมทางหลวงก็จะ พยายามที่จะปรับปรุงแล้วก็แก้ปัญหาให้ แต่บางครั้งมีข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่ ในเรื่องของ กรมทรัพยากรธรรมชาติ อันนี้ก็ต้องเรียนกับท่านสมาชิกตรง ๆ ว่าเราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจนะคะ เราก็พยายามที่จะทำให้ดีขึ้น ทีนี้จากโครงการที่ดำเนินเสร็จไปแล้วในปี ๒๕๖๘ ทั้งหมดมีอยู่ ๓ โครงการที่ดำเนินการเสร็จแล้ว ก็คืองานบูรณะผิวทางแอสฟัลต์ที่ตำบลบ่อสลี อำเภอฮอด อันนี้วงเงิน ๔๑ ล้านบาท อันที่ ๒ งานติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างที่ตำบลบ่อหลวง อำเภอฮอด วงเงิน ๔ ล้านบาท โครงการที่ ๓ เป็นงานติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างบริเวณตำบลป่าโป่ง อำเภอสบเมย วงเงิน ๑.๕ ล้านบาท นอกจากนี้ก็ยังได้รับงบจัดสรรกระตุ้นเศรษฐกิจ ในปี ๒๕๖๘ เพิ่มเติมอีก ๑ โครงการคืองานเสริมผิวแอสฟัลต์บริเวณตำบลป่าโป่ง อำเภอสบเมย วงเงิน ๑๕ ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ส่วนในงบประมาณปี ๒๕๖๙ ก็อยู่ ในระหว่างการหาตัวผู้รับจ้างนั้นทางกรมทางหลวงก็ได้รับจัดสรรงบประมาณ ๓ โครงการ เป็นงานบูรณะผิวทางแอสฟัลต์ที่ตำบลบ่อสลี อำเภอฮอด อันนี้วงเงิน ๒๕ ล้านบาท โครงการ ติดตั้งราวกั้นอันตรายบริเวณตำบลหางดง อำเภอฮอด อันนี้เป็น ๒ โครงการ รวมกันแล้ว อยู่ประมาณ ๑๒.๘ ล้านบาท ทั้ง ๓ โครงการอยู่ในระหว่างการหาตัวผู้รับจ้างอยู่ สำหรับ แผนการพัฒนาในอนาคต อย่างที่กล่าวว่าส่วนใหญ่จะต้องผ่านพื้นที่อนุรักษ์ตามกฎหมาย สิ่งแวดล้อม ฉะนั้นกรมทางหลวงก็จำเป็นที่จะต้องทำรายงานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ก่อนดำเนินการปรับปรุงใด ๆ ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น โดยในปี ๒๕๖๘ ช่วงอำเภอฮอด ไปที่ตำบลบ่อหลวง ได้รับงบประมาณเพื่อดำเนินการออกแบบรายละเอียด พร้อมที่จะศึกษา ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพื่อปรับปรุงเป็นมาตรฐานชั้น ๑ คือผิวจราจรกว้างข้างละ ๓.๕ เมตร ไหล่ทางกว้างข้างละ ๒.๕ เมตร พร้อมช่องจราจรสำหรับไต่เขาเป็นช่วง ๆ ด้วย แล้วก็ขยายเป็น ๔ ช่องจราจรบริเวณย่านชุมชนเป็นระยะทางทั้งหมด ๓๘ กิโลเมตร ปัจจุบันนี้ ก็อยู่ในระหว่างการศึกษาก็คาดว่าเดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๖๙ จะศึกษาเสร็จ อันนี้ก็แจ้งให้ ท่านสมาชิกได้รับทราบแล้วก็จะได้สบายใจมีคำตอบไปให้กับพี่น้องชาวเชียงใหม่นะคะ ส่วนรายงานอีไอเอถ้าเกิดว่าดำเนินการเสร็จแล้ว แล้วก็ได้รับความเห็นชอบตามกฎหมาย ก็จะเร่งรัดดำเนินการก่อสร้างโดยเร็วต่อไป ซึ่งคาดว่าจะเสนอขอรับจัดสรรงบประมาณ เพื่อดำเนินการก่อสร้างได้ในปี ๒๕๗๒ ระยะเวลาก่อสร้างใช้เวลา ๓ ปี คือตั้งแต่ปี ๒๕๗๒ ไปถึงปี ๒๕๗๔ แล้วก็คาดว่าจะเปิดบริการให้แก่ประชาชนในปี ๒๕๗๕ สำหรับช่วงที่เหลือ ก็จะปรับปรุงให้เป็นมาตรฐานทางชั้นหนึ่ง ต้องสอดคล้องกับปริมาณจราจร ซึ่งในขณะนี้ ทางกรมก็ประเมินว่ายังไม่สูงมากนัก แล้วก็ขยายถนนเป็น ๔ ช่องจราจรเฉพาะบริเวณ ย่านชุมชนแล้วก็จุดเสี่ยงอันตรายให้สอดคล้องตามสภาพการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ ๒ ข้างทาง แล้วก็มันมีข้อจำกัดเกี่ยวกับด้านสิ่งแวดล้อมต่อไปด้วย
ทีนี้เรื่องของสัญญาณโทรศัพท์ที่เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกบอกว่าไม่มีสัญญาณ แต่ว่าจากการที่ลงไปสอบถามในพื้นที่ก็จะมีเป็นช่วง ช่วงที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์เป็นช่วงอยู่ ประมาณ ๓๘ กิโลเมตร และปัจจุบันนี้อยู่ในระหว่างการศึกษา เขาบอกว่าถ้าต้องมีการทำ ประชาคมรวมกันแล้วก็จะมีการสัมมนาใหญ่ สัมมนาย่อยด้วยเพื่อที่จะศึกษาเกี่ยวกับเรื่อง ของพวกนี้ เพราะว่าอยากจะแจ้งให้ทราบอย่างนี้ด้วยว่าบางทีการที่อยู่ในพื้นที่ของ กรมอุทยานหรือว่าของกรมป่าไม้ จะเอาสายไฟหรือจะเอาอะไรเข้าไปก็ต้องได้รับการอนุญาต ซึ่งบางครั้งทางกรมอุทยานหรือทางผู้ที่ดูแลเขาไม่ให้ เพราะฉะนั้นมันถึงเกิดช่องว่าง อาจจะ เป็นเพราะว่าสัญญาณที่มีอยู่เดิมมันขาดช่วงในช่วง ๓๘ กิโลเมตร แต่จากการที่ได้คุยกัน เราก็จะพยายามว่าถ้าเป็นไปได้เราก็จะหาตู้โทรศัพท์แบบทางด่วนที่เป็นตู้ตั้งเอาไว้ตรงนั้น แต่ตรงนี้ก็จะต้องไปปรึกษากันอีกทีหนึ่งว่าสายโทรศัพท์ที่จะวางพาดไปทางส่วนกรมอุทยานนั้น จะอนุญาตให้หรือเปล่า อันนี้ก็ตอบให้ทางท่านสมาชิกได้สบายใจขึ้นนะคะ แล้วก็มีคำตอบ ให้กับพี่น้องชาวจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอนนะคะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน