พชร จี้รัฐบาลตรวจสอบถนนสามเสน ยันไม่ใช้งบฯ ซ่อมแซม ขอตั้ง กมธ.สอบสวนความโปร่งใส

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๒ ตุลาคม ๒๕๖๘

พชร จันทรรวงทอง หารือประเด็นถนนสามเสนที่ทรุดตัวและยุบตัว โดยเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างนายกรัฐมนตรีกับบริษัทรับเหมาก่อสร้าง พร้อมทั้งเสนอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงโดยมีตัวแทนภาคประชาชน สภาวิศวกร และองค์กรอิสระร่วม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและผู้รับผิดชอบ รวมถึงขอให้นายกรัฐมนตรีชี้แจงความสัมพันธ์กับบริษัท ซิโน-ไทย โดยยืนยันว่าจะไม่ใช้งบประมาณแผ่นดินในการซ่อมแซมความเสียหายและขอส่งเรื่องไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง ความปลอดภัย และการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

นายพชร จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพชร จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรติดตามและ หาผู้รับผิดชอบกรณีถนนสามเสนยุบตัว โดยขอให้ส่งเรื่องไปยังกรรมาธิการวิสามัญยกระดับ ก่อสร้าง เยียวยา อุตสาหกรรม เนื่องจากในช่วงเช้าวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นแต่ก็เกิดขึ้นมาแล้ว นั่นคือถนนสามเสนที่ยุบตัวลง กว่า ๕๐ เมตรกลางเมืองกรุง แต่โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่ได้สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ มหาศาล อีกทั้งยังสร้างผลกระทบความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนวงกว้างไปทั้งประเทศ และหากอุโมงค์รถไฟฟ้านี้ซ่อมเสร็จ ถามว่ารัฐบาลจะเรียกความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน ให้มากล้าใช้โดยสารรถไฟฟ้าเส้นทางนี้ได้อย่างไร และในวันที่ ๒๔ วันเดียวกันนั้น นอกจาก จะเป็นวันที่ถนนยุบแล้ว ยังเป็นวันที่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ได้เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน เพื่อเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งควรจะเป็นวันแห่งความหวังและความเชื่อมั่นของพี่น้อง ปวงชนชาวไทย แต่วันเดียวกันนั้นเองกลับเกิดเหตุการณ์ที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นของพี่น้อง ประชาชนอย่างรุนแรง ภาพหลุมยุบขนาดใหญ่ที่ปรากฏต่อหน้าสายตาคนทั้งประเทศและ ไปทั่วโลก ไม่ได้เป็นเพียงภัยพิบัติทางกายภาพ แต่คือหลุมดำแห่งความไว้วางใจที่กำลัง ดูดกลืนศรัทธาของพี่น้องประชาชนต่อรัฐบาลชุดนี้ ผมไม่ได้ยืนขึ้นในวันนี้เพื่อซ้ำเติมวิกฤติ หรือเพื่อหาเรื่องทางการเมือง แต่ผมยืนขึ้นในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชนเพื่อทวงถาม ความรับผิดชอบที่ดูเหมือนจะยุบตัวและหายไปพร้อมกับพื้นถนนนั้น ฉะนั้นผมจึงขออภิปราย ในเรื่องนี้ทั้งหมด ๓ ประเด็น ซึ่งเป็นคำถามที่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศต้องการคำตอบครับ

ประเด็นที่ ๑ ทำไมถนนถึงยุบตัว เป็นที่แน่ชัดนะครับที่ถนนยุบตัวนั้น ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่สิ่งที่ชัดเจนที่สุดก็คือสสารนั้นไม่มีทางสูญหาย เป็นที่แน่นอนว่า การทรุดตัวของดินครั้งนี้เป็นฝีมือมนุษย์อย่างแน่นอน เพราะจากคลิปวิดีโอที่พวกเราได้เห็น ดินทรุดตัวลงใต้ดิน ผมสันนิษฐานว่าต้องมีรูรั่วอยู่ข้างล่างอย่างแน่นอนและถ้าพิจารณา ดูโครงสร้างแล้วพบว่าโครงสร้างที่อ่อนแอที่สุดในโครงสร้างนี้ก็คือรอยต่อระหว่างอุโมงค์ รถไฟฟ้ากับตัวสถานีที่กำลังก่อสร้างอยู่ และหากรอยต่อนี่ไม่ได้มาตรฐานหรือเสียหาย เกิดรูรั่ว ดินเป็นหมื่น ๆ คิวก็จะไหลลงตามรูอย่างรวดเร็วอย่างที่เราเห็นตลอดสัปดาห์ ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามบอกสังคมว่านี่คืออุบัติเหตุหรือขอให้รอการสอบสวนอย่างแน่ชัดก่อน แล้วมีบางคนก็พยายามบอกว่าถนนยุบตัวนี้อาจจะเกิดจากท่อประปาที่แตกทำให้น้ำซัดดิน จนยุบตัว แต่เมื่อวานในที่ประชุมกรรมาธิการวิสามัญก่อสร้าง ได้มีตัวแทนการประปานครหลวง มาในที่ประชุมและได้ยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ที่ท่อประปาจะแตก แล้วทำให้ดินยุบลึกลงไป ถึง ๒๐-๓๐ เมตร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคืออุโมงค์รถไฟฟ้า ณ จุดเชื่อมต่อกับสถานีเกิดรอยรั่ว ดินโคลนปริมาณกว่าหมื่นคิวได้ไหลทะลักเข้าไปในอุโมงค์จนเกิดเป็นโพรงใต้ดินมหึมา แล้วโพรงนั้นเองที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างข้างบนพังทะลายลงมา แล้วในที่ประชุมกรรมาธิการ วิสามัญ แม้แต่ตัวแทนของ รฟม. ก็ได้ยอมรับว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นเกิดขึ้นจากสิ่งก่อสร้าง อย่างแน่นอน แต่ในที่ประชุมก็แปลกใจ คือบริษัทที่ปรึกษาโครงการกลับยืนยันว่าทุกอย่าง ในการก่อสร้างเป็นไปตามมาตรฐานชั้นสูง ผมนั่งฟังแล้วก็งง นอนฟังก็งงว่าถ้าทุกอย่าง มันก่อสร้างเป็นไปตามมาตรฐานจริง แล้วทำไมอุโมงค์นั้นมันถึงถล่มลงมาอย่างที่ทุกคนเห็น ได้อย่างไร นี่คือมาตรฐานการก่อสร้างที่รัฐบาลมอบให้กับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ใช่หรือไม่

ประเด็นที่ ๒ ใครคือผู้รับผิดชอบค่าเสียหายเงินของประชาชนหรือ กำไรของผู้รับเหมา ความเสียหายที่เกิดขึ้นนี้ถ้าประเมินด้วยสายตามีมูลค่าหลายร้อย ถึงพันล้านบาท นี่ยังไม่รวมค่าเสียหายทางโอกาสทางเศรษฐกิจที่พี่น้องประชาชน พ่อค้าแม่ขาย ที่ต้องหยุดกิจการไปอย่างไม่มีกำหนด คำถามที่คนกรุงเทพฯ และคนไทยทั้งประเทศ อยากถามท่านนายกรัฐมนตรีก็คือใครจะเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหายนี้ รัฐบาลจะเอาเงิน ที่มาจากหยาดเหงื่อแรงงานของประชาชนไปอุดรอยรั่วที่อาจเกิดจากความประมาทเลินเล่อ ของบริษัทรับเหมาเอกชนใช่หรือไม่ ขณะนี้รัฐบาลได้เริ่มกระบวนการทางกฎหมาย เพื่อตามไล่เบี้ยค่าเสียหายจากผู้รับเหมาแล้วหรือยัง หรือทำเพียงแค่เร่งซ่อมแซม ให้เรื่องจบ ๆ ไปโดยทิ้งภาระทั้งหมดไว้กับภาษีของพี่น้องประชาชน การรีบซ่อมแซมนั้น เป็นเรื่องที่ดี แต่การรีบซ่อมแซมโดยใช้งบประมาณแผ่นดินโดยที่ยังไม่รู้ว่าใครเป็น ผู้รับผิดชอบที่แท้จริงถือเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่อันตรายอย่างยิ่งและเป็นการส่ง สัญญาณว่าเอกชนจะสร้างความเสียหายอย่างไรก็ได้แล้วปล่อยให้พี่น้องประชาชนเป็น ผู้รับผิดชอบแทน นี่คือความยุติธรรมที่รัฐบาลชุดนี้มอบให้กับพี่น้องประชาชนใช่หรือไม่

ในประเด็นสุดท้าย ซึ่งเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุดเป็นข้อกังวลของพี่น้องชาวไทย เนื่องจากว่าที่ผมอธิบายไปทั้งหมดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว แต่สิ่งที่ผมและพี่น้องชาวไทยยังกังวล คือสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นครับ เพราะว่าบริษัทรับเหมาก่อสร้างนี้คือ กิจการร่วมค้า CKST-PL หรือ เกิดการร่วมทุนระหว่างบริษัท ช.การช่างและบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และอย่างที่ทุกคนทราบดี ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทซิโน-ไทยนั้น มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับท่านนายกรัฐมนตรีและเมื่อไม่กี่วันก่อนมีนักข่าวพยายามซักถามถึง ความรับผิดชอบหรือความเกี่ยวข้อง ความใกล้ชิดกับบริษัทซิโน-ไทย ซึ่งเป็นคำถามที่ตรงไปตรงมา และเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ แต่สิ่งที่พี่น้องสื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนได้รับ กลับเป็นการเดินหนี เป็นความเงียบที่ดังก้องไปทั่วทั้งประเทศ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่สภาแห่งนี้ เมื่อวิปฝ่ายค้านและทางวิปพรรคเพื่อไทยได้พยายามที่จะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณา ต่อสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วอย่างเร่งด่วน เพื่อหาทางออกร่วมกัน กลับเกิดเหตุการณ์ สภาล่มอย่างน่าอัศจรรย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาลหลายท่านเป็นองค์ประชุมมาทั้งวัน แต่พอใกล้ถึงวาระที่จะยื่นญัตติด่วนกลับหายตัวไปอย่างไม่แสดงองค์ประชุม จนเกิดสภาล่ม นะครับ แม้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้มาตอบกระทู้ในประเด็นนี้ในตอนเช้าแล้ว แต่ก็ไม่สามารถ ห้ามข้อกังวลของพี่น้องประชาชนได้เพราะพฤติการณ์เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นทั้งการเดินหนีสื่อ หรือการทำให้สภาล่ม ท่านอาจจะมองว่าเป็นความบังเอิญหรือการจงใจหลีกเลี่ยง การตรวจสอบกันแน่ การกระทำเช่นนี้ทำให้สังคมตั้งคำถามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่ามีอะไร ที่รัฐบาลไม่อยากให้พี่น้องประชาชนรู้หรือไม่ มีความสัมพันธ์พิเศษระหว่างท่านนายกรัฐมนตรี กับบริษัทรับเหมาก่อสร้างใช่หรือไม่ นี่คือปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนหรือ Conflict of Interest ที่ท่านนายกรัฐมนตรีต้องแสดงออก ไม่ใช่ต้องตอบต้องแสดงออกให้ชัดเจน ต่อคนทั้งประเทศ ไม่เช่นนั้น จากถนนยุบตัวจะลามไปถึงหลุมยุบในใจของพี่น้องประชาชน ตลอดไป ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุการณ์ถนนสามเสนทรุดตัวในครั้งนี้ไม่ใช่วิกฤติ โครงสร้างพื้นฐานธรรมดา แต่มันคือบททดสอบธรรมาภิบาล ความโปร่งใสและความรับผิดชอบ ของรัฐบาลชุดนี้ ดังนั้น ผมในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจและ เป็นเจ้าของภาษีทุกบาททุกสตางค์ ถึงแม้ในตอนเช้าวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีจะกรุณา มาตอบกระทู้ถามของเพื่อนสมาชิก แต่อย่างไรผมก็คิดว่าสภาผู้แทนราษฎรมีความจำเป็น ต้องย้ำและติดตามคู่ขนานไปกับรัฐบาลเพื่อตรวจสอบการทำงาน ๓ ข้อ ดังนี้ครับ

๑. ขอให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่มีตัวแทน จากภาคประชาชน สภาวิศวกร องค์กรอิสระ เพื่อร่วมหาสาเหตุที่แท้จริงและผู้รับผิดชอบ

๒. นายกรัฐมนตรีต้องชี้แจงเพื่อตอบทุกข้อกังขาของสังคม โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในประเด็นความสัมพันธ์กับบริษัท ซิโน-ไทย

๓. รัฐบาลต้องประกาศให้มั่นว่าสัญญาที่ชัดเจนว่าจะไม่ใช้งบประมาณ แผ่นดินภาษีของพี่น้องประชาชนในการซ่อมแซมความเสียหายครั้งนี้ ดังนั้นผมขอให้ สภาผู้แทนราษฎรติดตามและหาผู้รับผิดชอบกรณีถนนสามเสนยุบตัว โดยขอส่งเรื่อง ไปยังกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐาน ความปลอดภัย การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมรับเหมา ก่อสร้างอย่างเป็นระบบ

และสุดท้ายครับ แม้ถนนจะยุบหรือจะอะไรก็ตาม แต่ที่พี่น้องประชาชนเห็น ก็มีสถานีตำรวจสามเสนที่ไม่ได้ยุบตัวลงไปกับถนนที่ยุบนะครับ ต้องขอบคุณฟ้าดินครับ เพราะว่าเผื่อบางทีอาจจะต้องเอามาช่วยทางท่านรัฐมนตรี DE ป้ายแดง มาจับเพื่อนสมาชิก ที่เสนอสินบนให้กับ ๔๐ ล้านบาทครับท่านประธาน ขอบคุณครับ