ราชิต สุดพุ่ม อภิปรายและเสนอแนะการแก้ไขกฎหมาย 3 ฉบับเกี่ยวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเน้นประเด็นอายุและการดำรงตำแหน่งผู้บริหารท้องถิ่น เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารและป้องกันปัญหาทุจริต พร้อมเสนอให้ปรับลดอายุขั้นต่ำจาก 35 ปีเป็น 25 ปีโดยต้องพิจารณาความเหมาะสมในการดูแลประชาชนและภาวะผู้นำของผู้บริหารท้องถิ่น และเสนอให้คณะกรรมาธิการพิจารณาเปิดโอกาสคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถเข้ามาบริหารท้องถิ่น โดยไม่จำกัดจำนวนวาระหรือระยะเวลาในการเสนอ เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการที่ดีและยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายราชิต สุดพุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะอภิปรายและเสนอแนะ กฎหมาย ๓ ฉบับที่ได้เสนอมาในวันนี้ ประกอบด้วยร่างพระราชบัญญัติองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด ร่างพระราชบัญญัติ อบต. (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งทั้ง ๓ ร่างนั้นมีประเด็นที่จะต้องมีการเสนอให้มีการแก้ไขอยู่ ๒ ประเด็น
ประเด็นแรก เรื่องอายุการเป็นผู้บริหาร เรื่องที่ ๒ เรื่องวาระการดำรงตำแหน่ง ท่านประธานกฎหมายแต่ละยุคแต่ละสมัยมันก็ต้องมีการแก้ไขไปตามสถานการณ์ เหตุการณ์ ให้มันสอดคล้องกับสถานการณ์ในเวลานั้น ๆ ผมนำเรียนท่านได้ว่าการแก้กฎหมายที่ไม่มี การผูกขาด ๒ สมัย มันก็เป็นเรื่องของอาจจะมีการทุจริต หรือว่าบางครั้งไม่เปิดโอกาสให้ คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารประเทศ บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมขออนุญาต ท่านประธานอย่างนี้ว่าในเรื่องของอายุผู้บริหารที่จะปรับลดจาก ๓๕ ปี เป็น ๒๕ ปีนั้น ผมไม่ได้เห็นด้วยหรืออะไรทั้งสิ้นกับการจะเอาอายุเท่าไร แต่ผมอยากเสนอไปยังกรรมาธิการว่า ในการที่จะอายุ ๒๕ ปี ๓๕ ปี ๒๐ ปีอะไรก็แล้วแต่มันยึดโยงด้วยกันหลายประการ ยกตัวอย่างเช่น ผู้ที่มาเป็นผู้บริหารท้องถิ่นนั้นต้องมีการดูแลพี่น้องประชาชน ดูแลข้าราชการ เพราะฉะนั้นเขาเองจะต้องมีภาวะผู้นำมากพอสมควรที่จะนำพาองค์กรได้
ประการที่ ๒ ท่านต้องพิจารณาว่าคนเหล่านั้นถึงแม้จะเป็นคนหนุ่มสาวก็ดี ที่ผมเสนอว่าเรื่องอายุ เรื่องวาระการดำรงตำแหน่งนั้นผมนำเรียนท่านได้ไม่ใช่เป็นการปิดกั้น แต่เป็นการคัดกรองเบื้องต้นเพื่อให้เหมาะสมกับผู้บริหาร ผมนำเรียนว่าไม่ใช่เป็นการปิดกั้น เป็นการเปิดโอกาสแต่ได้มีการคัดกรองเบื้องต้นให้มาเป็นผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นั้น ๆ เพราะฉะนั้นที่ผมนำเรียนท่านต้องพิจารณาว่าผู้บริหารนั้นต้องมีภาวะผู้นำพอสมควร ประการที่ ๒ มีประสบการณ์ ไม่ใช่ว่าใครก็ตามเรียนหนังสือจบปริญญาตรี พูดเก่ง ใช้ Social ดี ดึงดูดคนได้ดีแล้วมาเป็นผู้บริหารได้ ไม่ใช่ครับ นอกจากที่เก่งอย่างนั้นแล้วท่านต้องมีตัวอย่าง ท่านต้องมีประสบการณ์ที่ประสบผลสำเร็จมาเป็นผู้บริหารท้องถิ่น
ประการที่ ๓ ที่สำคัญ ความน่าเชื่อถือของคนคนนั้น ในสังคมมันมีคน ๓ ช่วงวัย มันมีทั้งคนหนุ่มสาว มันมีทั้งรุ่นเด็ก มันมีทั้งผู้สูงอายุ แล้วปัจจุบันนี้สังคมก็เป็น สังคมผู้สูงอายุมากแล้ว เพราะฉะนั้นการพิจารณาความเหมาะสมของผู้บริหารจะต้องมี ความเชื่อถือของคนทั้ง ๓ วัย ทั้ง ๓ Generation ที่จะนำพาสังคมนั้นได้ ผมคิดว่าเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้นอกจากภาวะผู้นำ ประสบการณ์ ความน่าเชื่อถือแล้วมันจะไปยึดโยงกับการศึกษา เขาจบอะไรมา คนที่จะมาเป็นผู้นำได้อย่างน้อยต้องจบอะไร คุณสมบัติคงไม่ใช่ข้อเดียวว่า อายุเท่านั้นอายุเท่านี้ มันต้องมีข้อที่ ๒ จบการศึกษาอะไร หรือมีผลอะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้น มันต้องมองให้ดี ๆ คณะกรรมาธิการต้องเอาข้อต่าง ๆ เหล่านี้ไปร่วมกันพิจารณา
ประการที่ ๔ เรื่องวาระการดำรงตำแหน่งนั้นผมฟังมาหลาย ๆ ท่านพูดถึง ความต่อเนื่องในการพัฒนา ผมเห็นด้วย แต่ท่านอย่าลืมว่าขณะนี้วาระหนึ่ง ๔ ปี ๒ วาระ ๘ ปี ผมคิดว่าก็พอสมควรแล้ว แต่เรามามองว่าสิ่งที่ท่านจะนำมาในการพัฒนาท้องถิ่น ของท่านนั้นมันเป็นโครงการขนาดไหน ผมยอมรับว่าขณะนี้สิ่งที่ทำบางครั้งมันต้องเป็น โครงการขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เวลามากกว่า ๘ ปี อาจจะเป็น ๑๒ ปีก็ได้ถึงจะประสบผลสำเร็จ เพราะฉะนั้นท่านต้องเอาเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้มาใช้ในการพิจารณาว่าท่านจะให้ดำรงตำแหน่ง กี่ปีกันแน่ ผมยกตัวอย่างให้ท่านฟังว่าในเขตเลือกตั้งผมเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ดอกเตอร์กณพ เกตุชาติ ท่านนายกเทศมนนตรีได้ทำ AI Metaverse Innovation Center ขณะนี้ท่านเป็นนายกสมัยที่ ๒ สมัยแรกกว่าจะเสนองบประมาณรัฐบาลได้ในปาเข้าไป ๔ ปี ปีนี้เริ่มทำแล้วก็เปิดไปแล้วเมื่อไม่กี่วัน พอสมัยที่ ๒ ท่านเดินเครื่อง เพราะฉะนั้นถ้าโครงการนี้ ประสบความสำเร็จมันก็อาจจะเป็นอีกสมัยหนึ่ง อย่างนี้ต้องเอามาพิจารณาว่าท่านจะใช้ ๑ สมัย ๒ สมัย ๓ สมัย แต่ผมคิดว่าเพื่อความเหมาะสมมันไม่ควรผูกขาด มันควรจะมีการ กำหนดว่ากี่สมัยกันแน่ถึงจะดี ท่านอย่าลืมผู้บริหารนั้นเมื่อท่านมาบริหารท้องถิ่นท่านสร้าง อิทธิพลได้ ท่านใช้ทรัพยากรของชาติ ทรัพยากรสาธารณะ ทรัพยากรของท้องถิ่นใช้ในการ บริหาร ท่านจะเห็นว่าบางท้องถิ่นพอเข้าไปเป็นนายกอะไรก็แล้วแต่ลูกจ้างนามสกุล หัวคะแนนทั้งนั้นเลยอย่างนี้ก็เป็นไปได้และมันก็มี เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ท่านต้องเอาไป พิจารณาด้วย
แล้วก็อีกประการหนึ่ง การเลือกตั้งสมัยนี้มันต้องใช้ทรัพยากรในการเลือกตั้ง ถ้าท่านอยู่นาน ๆ ถึงแม้ปัจจุบันจะมีหน่วยงานตรวจสอบอะไรเยอะแยะมากมาย แต่อย่าลืมว่า ท่านใช้ทรัพยากรของชาติ ทรัพยากรสาธารณะ ในการบริหาร ในการจัดการ
อีกประการหนึ่ง ประการสุดท้าย ผมคิดว่าที่สำคัญถ้าเป็นนาน ๆ กลัวท่านจะ เป็นเจ้าของ แล้วก็ที่สำคัญต้องเปิดให้คนรุ่นใหม่ ๆ เปิดให้คนใหม่ที่เขาเก่ง เขามี ความสามารถเข้ามาในการบริหารท้องถิ่นบ้าง เพราะฉะนั้นผมเสนอไปยังคณะกรรมาธิการว่า สิ่งที่ผมเสนอมันไม่จำกัดกี่ปีก็ได้ กี่วาระก็ได้ แต่เหตุผลต่าง ๆ นี้ขอให้คณะกรรมาธิการ ได้เอาไปช่วยคิดช่วยพิจารณาด้วย ขอบคุณครับ