กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ หารือปัญหาที่ดินทำกินและคดีความของประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐด้านป่าไม้และที่ดิน โดยเสนอให้สภาพิจารณาเร่งด่วนร่างพระราชบัญญัติยกเว้นความผิดและนิรโทษกรรม เพื่อแก้ไขความไม่เป็นธรรมที่ชาวบ้านถูกดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญาจนสูญเสียสิทธิและทรัพย์สิน รวมถึงเรียกร้องให้รัฐดูแลเยียวยาผู้เสียหายอย่างจริงจังแทนการบังคับคดีต่อลูกหลานของผู้เสียชีวิต
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ นราธิวาส พรรคประชาชาติ ประกอบอำเภอบาเจาะ อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร ซึ่งเป็นเขตพื้นที่อำเภอทั้ง ๓ อำเภอ ที่มีภูเขาแล้วก็มีพี่น้องได้รับผลกระทบจากการมีที่ดินทำกินแล้วก็เคยถูกดำเนินคดี มาหลายคดี หลายราย หลายครัวเรือน เป็นที่น่ายินดีวันนี้สภาของเรามีร่างพระราชบัญญัติ เกี่ยวกับการให้ความสนใจปัญหาความเดือดร้อนของที่ดินที่มีอยู่มานมนานของประเทศไทย นั่นก็คือร่างพระราชบัญญัติยกเว้นความผิดให้แก่บุคคลที่ได้รับความเสียหายหรือได้รับ ผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านป่าไม้และที่ดิน พ.ศ. …. ที่นำเสนอโดย ท่านซูการ์โน มะทา แล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ได้นำเสนอญัตตินี้ก่อนหน้านี้ไปแล้วในนามของพรรคประชาชาติ และอีกร่างหนึ่ง เป็นร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ราษฎร ซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบ จากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ พ.ศ. .... ของท่านเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล กับคณะ ในส่วนของพรรคประชาชน ซึ่งทั้ง ๒ ร่างนี้ ถือว่า เป็นร่างพระราชบัญญัติที่มีหลักการและเหตุผลในทำนองเดียวกัน อย่างที่ผมได้เกริ่นตั้งแต่ต้น ว่าเป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินที่ได้รับผลกระทบกับพี่น้องประชาชนของ ประเทศไทยมีมานมนานมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นพื้นที่ที่มี ภูเขา มีป่าไม้ แล้วก็ที่สำคัญที่สุดชาวบ้านได้ถือครองที่ดินในบริเวณพื้นที่ปัตตานี ยะลา นราธิวาส หลายร้อยหลายพันครัวเรือนที่ทำมาหากิน มีที่ดินทำกินก่อนที่รัฐจะมีนโยบาย ในการประกาศและก่อนที่ประเทศไทยเราจะมีกฎหมายหลายฉบับเกี่ยวกับที่ดิน ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ร.บ. ป่าสงวน พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติหรือแม้แต่ประมวลกฎหมายที่ดิน ก็ตามแต่ นั่นหมายความว่ากฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ก่อนนี้หรือการประกาศเขตป่าไม้ เขตอุทยานที่เป็นนโยบายของรัฐ โดยเฉพาะในช่วงยุคของ คสช. อย่างที่เพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายก่อนหน้านี้ว่ามันส่งผลกระทบกับพี่น้องประชาชน มันไม่ใช่เฉพาะว่าไม่มีที่ทำกิน แต่มันถึงขนาดว่าต้องถูกดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญา ไม่เท่านั้นครับ ท่านประธาน ก็ทราบดีว่าชาวบ้านเมื่อถูกดำเนินคดี คนเราเวลาถูกดำเนินคดีอาญาสิทธิหลาย ๆ อย่าง ก็สูญเสียไป ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องไม่ใช่อาชญากรรมปกติหรือไม่ใช่อาชญากรรมทั่วไป แต่เป็น ความผิดพลาดการดำเนินนโยบายของรัฐ จะไปสมัครงานก็ไม่ได้ เขา Check Blacklist แล้ว ปรากฏว่าคุณมีข้อหาเป็นผู้ต้องหาการบุกรุกที่ดิน หรือถึงขนาดว่าเคยถูกฟ้องเป็นคดีแพ่ง เรียกค่าเสียหาย ผมเคยเจอมาแล้วครับ ในเขตพื้นที่ผม อำเภอศรีสาครมีอยู่เคสหนึ่งครับ ปลูกทุเรียน ปลูกยางพารา จนใกล้จะเก็บเกี่ยวได้อยู่แล้ว ไม่มีอาชีพอื่นเลยหวังว่าจะได้มีเงิน รายได้ส่งเสียลูกหลานได้ให้มีการศึกษาในระดับสูงจากการเก็บเกี่ยวเกษตรกร ผลผลิต เกษตรกรรม ไม่ว่าจะเป็นยางพาราหรือทุเรียนก็แล้วแต่ แต่วันดีคืนดีทางเจ้าหน้าที่รัฐ อ้างนโยบายของรัฐ โดยเฉพาะประกาศของ คสช. ที่ ๖๖/๒๕๕๗ นี่ล่ะคับ แล้วก็ ที่ ๖๔/๒๕๕๗ ไปถางทุเรียน ถางยางพาราของพี่น้องของผมที่อยู่ในพื้นที่จนกลายเป็น โรคซึมเศร้าครับ จนกลายเป็นโรคซึมเศร้าอยู่หลายปีไปหาหมอไม่หาย สุดท้ายเมื่อสมัยที่แล้ว ที่ผมเข้ามาในสภาผมก็ได้นำเรื่องนี้พูดในสภา พอเขารู้ว่าผมเอาประเด็นของเขาพูดในสภา สุขภาพจิตดีขึ้น เขาบอกว่าเขาอยากให้รัฐหันมาดูแลเขา แต่เป็นที่น่าเสียดาย ตอนนี้เขาไม่ทัน ได้เห็นว่าเราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้จนถึงที่สุด ตอนนี้เขาเสียชีวิต แต่ไม่เท่านั้นล่ะครับ ลูกหลานเขาถูกฟ้องคดีแพ่ง เอาคำฟ้องของศาลให้ผมดูปรากฏว่าถูกบังคับคดีล้านกว่าบาท ไม่เฉพาะแต่ดำเนินคดีอาญา แต่รัฐยังเรียกค่าเสียหายทางแพ่งกับเขาอีก สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมเชื่อว่าไม่ใช่เฉพาะเกิดในพื้นที่ ผมอย่างเดียว เมื่อสักครู่ก่อนหน้านี้ผมได้ฟังข้อมูลของเพื่อนสมาชิกที่มีข้อมูลละเอียด เห็นว่า ตอนนี้มีคดีเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ที่ฟ้องพี่น้องประชาชนเป็นหมื่นราย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถือว่า เป็นปัญหาระดับชาติ เราฝ่ายนิติบัญญัติต้องให้ความสำคัญกับสิ่งนี้อย่างจริงจัง ท่านประธาน ครับ เมื่อปีที่แล้วโครงการรัฐสภาพบประชาชน เดือนมิถุนายน ๒๕๖๗ ก่อนหน้านั้น ท่านประธานสภา ท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา ในฐานะที่ท่านอยู่พื้นที่จังหวัดยะลา ได้รับเรื่อง ร้องเรียนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติ ได้รับผลกระทบจากร้องเรียนของพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับป่าไม้ เขตป่าไม้ ป่าสงวน ที่รัฐกำลังจะประกาศมาร้องกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเรา ในพื้นที่แล้วก็กับ ท่านประธานวันนอร์ ท่านจึงมีดำริให้มีการไปรับฟังประเด็นนี้ที่จังหวัดนราธิวาส ก่อนที่จะลง พื้นที่ไปรับฟังปัญหาได้เรียกอธิบดีกรมป่าไม้ ป่าสงวนแห่งชาติ หลาย ๆ หน่วยงานมาชี้แจงถึง สภาพปัญหา ท่านทราบไหมครับว่าแม้แต่ป่าสงวนกับอุทยานหรือยังตกลงกันไม่ได้ จนถึง ขณะนี้ก็ยังไม่สามารถสำรวจประกาศได้ว่าตรงไหนเป็นป่าอุทยานแห่งชาติ แต่มันเป็นเรื่อง ความรู้สึกของพี่น้องประชาชนที่รู้ว่าในพื้นที่ของเขากำลังจะถูกประกาศ สุขภาพจิตเสียหมด ขวัญและกำลังใจเสียหมด วันนั้นท่านประธานสภาได้ลงไปพื้นที่รับฟังปัญหาเหล่านี้ ด้วยตนเอง จึงเป็นที่มาหลังจากนั้น ท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ในขณะนั้น ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จึงได้มีการรวบรวมผู้รู้แล้วก็หาทางแก้ไข ปัญหาร่างกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา แล้วก็เป็นที่น่ายินดีว่าวันนี้สภาของเราได้มีการพิจารณา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ในร่างฉบับนี้ ขออนุญาตเพิ่มเติมนิดหนึ่งนะครับท่านประธาน เป็นร่างที่ ให้ยกเว้นความผิดโดยจะมีขึ้นในรูปของคณะกรรมการ ก็จะมีอยู่ประมาณ ๑๐ มาตรา เดี๋ยวท่านซูการ์โนจะเป็นผู้สรุป ผมเชื่อว่าอย่างไรก็แล้วแต่หลังจากที่สภาของเรารับหลักการ ในวาระที่หนึ่งแล้ว เราฝ่ายนิติบัญญัติจะต้องมีความภูมิใจถ้ากฎหมายฉบับนี้ได้ผ่าน วาระที่สอง วาระที่สามในอนาคต เพราะนี่คือการปลดโซ่ตรวนความรู้สึกของพี่น้องประชาชน แล้วก็ปลดล็อกคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้กับพี่น้องประชาชน ให้เขามีที่ดินทำกินที่เขา อยู่กินก่อนหน้านี้ ก่อนที่รัฐจะมีนโยบายเสียอีก ขอบคุณครับท่านประธาน