ธีระชัย แสนแก้ว ระบุว่าเป็นคำสั่งของ คสช. ที่ล้าหลังและละเมิดสิทธิเสรีภาพ โดยสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งดังกล่าว เพื่อคืนอำนาจให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาตามหลักนิติธรรม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย กระผม ขออนุญาตท่านประธานมีส่วนร่วมในการอภิปรายเพื่อสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติยกเลิก คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๖๐ เรื่อง การบริหารงานบุคคลของ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. .... ซึ่งท่านเทอดชาติและคณะ กับเพื่อนสมาชิกผู้เสนอ ท่านประธานครับ เพียงแค่กระผมได้ยิน คำว่า คำสั่งของ คสช. ก็รู้สึกดีไม่ได้เลยครับ ได้ยินแบบไม่ต้องพิจารณาเนื้อหาก็รู้เลยว่าคำสั่ง พวกนี้ชัดเจนในตัวของมันอยู่แล้วว่ากฎหมายฉบับนี้ คำสั่งฉบับนี้มันล้าหลัง มันเป็นคำสั่งของ พวกเผด็จการครับ คงต้องขออนุญาตครับมันไม่ได้เป็นประชาธิปไตย พระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งของ คสช. ที่ ๑๖/๒๕๖๐ นี้ เรื่องการบริหารบุคคลหรือข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๐ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ นับถึงเวลานี้ก็ ๘ ปีกว่าแล้ว เราเลือกตั้งกันมา ๒ รอบ ทำไมบ้านเมืองเรายังไม่หลุดพ้น คำสั่งของพวกเผด็จการพวกนี้อีกเลยครับ บ้านเมือง ระบบการศึกษาของเรา ระบบบริหารบุคคลของครูและบุคลากรทางด้านการศึกษานั้น ยังต้องยึดมั่นถือมั่นติดหล่มกับคำสั่ง คสช. ที่เป็นพวกเผด็จการอีกหรือครับท่านประธาน ผมก็พูดย้ำแล้วย้ำอีกนี่ล่ะครับเพราะมันเป็นเผด็จการจริง ๆ โดยธรรมชาติคนส่วนใหญ่ ของคำสั่งและกฎหมายของพวกเผด็จการนี้คือละเมิดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของพี่น้อง ประชาชน รวบอำนาจไว้ศูนย์กลาง รวบอำนาจไว้ที่ตัวเองไม่สนใจรัฐธรรมนูญ ไม่สนใจ กฎหมาย ไม่สนใจเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมและของโลกเลย นี่คือธรรมชาติของคำสั่ง ของเผด็จการ ท่านประธานครับ คำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๑๖/๒๕๖๐ ฉบับนี้ก็เหมือนกัน ประกาศ เมื่อปี ๒๕๖๐ ตอนนี้ก็ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้นเลย ทั้ง ๆ ที่เหตุผลของคำสั่งนี้บอกว่าเป็นการ กำหนดกลไกเพื่อแก้ไขปัญหาการบริหารงานบุคคล ผมก็ยังไม่เห็นว่ามีอะไรที่ดีขึ้น การบริหารงานบุคคลพวกครูนี่รู้ดี ลำพังกลไกกฎหมายนี้ ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากร ทางด้านการศึกษา ตามปกติเราก็สามารถขับเคลื่อนนโยบายทางด้านการศึกษา และมีความเหมาะสมดีอยู่แล้ว ที่สำคัญที่สุดระบบการบริหารที่เกี่ยวข้องกับการจัดการ บริหารส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็นองค์กรไหน ๆ ก็ตามต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม และมี กระบวนการอันชอบธรรมเท่านั้นถึงจะมีความยุติธรรม พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา เมื่อปี ๒๕๔๗ และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม กระผมเห็นว่า เป็นบทบัญญัติทั้งหมด ๑๔๐ มาตรา ภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ก็ดีอยู่แล้ว เพราะมีการ กระจายอำนาจในการบริหารของข้าราชการครู เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจ ต่าง ๆ มีความคล่องตัวในระดับผู้บริหารโรงเรียนและครูสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เฉพาะหน้าได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคำสั่งจากส่วนกลาง ทำให้การดำเนินการรวดเร็ว ลดขั้นตอน ซ้ำซาก โดยเฉพาะไม่ต้องรอคำสั่งของคณะกรรมการที่ถูกแต่งตั้งโดยพวกเผด็จการ อีกชั้นหนึ่งครับท่านประธานครับ โดยเฉพาะมาตรา ๔๔ ที่กำหนดให้มีองค์กรกลาง บริหารบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษานั้น โดยให้ครูทั้งของหน่วยงาน ทางด้านการศึกษา ระดับสถานการศึกษาของรัฐ และระดับเขตพื้นที่การศึกษา เป็นข้าราชการ ในสังกัดองค์กรกลางบริหารบุคคล ซึ่งยึดกระจายอำนาจทำให้อำนาจไม่กระจุกตัวอยู่ที่ ศูนย์กลางเพียงจุดเดียว เขาทำมาดี ๆ นะครับท่านประธาน นอกจากนี้พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษา ปี ๒๕๔๗ ยังเป็นการส่งเสริมให้มีส่วนร่วม ในการพัฒนาตนเองและครู ให้ครูรู้สึกว่าเป็นเจ้าของงาน และช่วยพวกเขารู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง ขององค์กร และรับผิดชอบต่อผลลัพธ์มากขึ้นและโอกาสให้ความรู้ความสามารถของตัวเอง เพื่อพัฒนาสิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้น เพื่อเพิ่มประสบการณ์ของตนเองในการตัดสินใจในการที่จะ แก้ไขปัญหาซึ่งเป็นการส่งเสริมของตนเอง นี่มีการเปรียบเทียบแล้วท่านประธานครับ คสช. และบุคลากรทางด้านการศึกษาและปัจจุบันครับ ของปัจจุบันก็เป็นคำสั่งที่บอกว่า ที่ท่านรัฐมนตรีท่านก่อนที่ได้ดำเนินการไปมันก็น้อง ๆ คสช. พระราชบัญญัติที่น้อง ๆ เพื่อนฝูงเพื่อนสมาชิกได้เสนอไปแล้ว ผมไม่เห็นด้วย เพราะเป็นน้อง ๆ คสช. เมื่อครูได้รับมอบหมายและรับผิดชอบเรื่องใดแล้วจะช่วยสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน และทำให้พวกเขามีความรู้สึกว่าเป็นเจ้าของในความสำเร็จของโรงเรียนได้ ในขณะเดียวกัน พอครูมีการพัฒนาตัวเองให้มีองค์ความรู้มากขึ้น ครูมีทักษะในการสอนที่ดีมากก็จะสามารถ ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ลูกศิษย์ ลูกศิษย์นักเรียนก็จะได้รับประโยชน์มากยิ่งขึ้น ที่สำคัญ เมื่อทั้งครูและนักเรียนสามารถสนองความต้องการของโรงเรียน สังคม และชุมชนได้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากผู้ที่อยู่ในพื้นที่ย่อมจะเข้าใจในบริบทความต้องการของท้องถิ่นได้ดีที่สุด จะช่วยให้ โรงเรียน หน่วยงานการศึกษาระดับท้องถิ่นมีอำนาจในการบริหารจัดการบริบทและความ ต้องการของตนเองได้ดีขึ้น นี่คือประโยชน์ของการกระจายอำนาจให้แก่ข้าราชการครูและ บุคลากรทางด้านการศึกษา ดังนั้นผมขอสนับสนุนรับหลักการในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ และยืนยันว่ากระผมจะรับหลักการพระราชบัญญัติที่เป็นการยกเลิกคำสั่ง คสช. ทั้งหมดของ พวกเผด็จการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการศึกษา และผมขอสนับสนุนในขั้นรับหลักการของเพื่อน สมาชิกที่ได้เสนอไปแล้ว ขอขอบคุณครับ