เทอดชาติ ชัยพงษ์ เสนอร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติทั้ง 3 ฉบับ เพื่อคืนอำนาจตามกฎหมายเดิมที่ถูกระงับใช้หลังการปฏิวัติปี 2557 โดยชี้แจงเจตนารมณ์ในการฟื้นฟูระบบกฎหมายการศึกษาและแก้ไขปัญหาคุณภาพการศึกษา รวมถึงเสนอให้ยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ 11/2561 เพื่อคืนอำนาจการบริหารงานบุคคลให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามหลักการประชาธิปไตย เทอดชาติ ชัยพงษ์ เสนอร่างกฎหมายเพื่อแก้ไขโครงสร้างคณะกรรมการภายใต้ พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยชี้ว่าคำสั่งดังกล่าวขัดต่อหลักธรรมาภิบาล ก่อให้เกิดปัญหาหนี้สินและการบริหารงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ จึงเรียกร้องให้คืนอำนาจการจัดการวิชาชีพ สวัสดิการ และองค์การค้าของ สกสค. ให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายเดิม เพื่อแก้ปัญหาคุณภาพการศึกษา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เทอดชาติ ชัยพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ผมและคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย ได้ร่วมยื่นร่างพระราชบัญญัติยกเลิก คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติทั้ง ๓ ฉบับเช่นเดียวกันครับ ซึ่งมีอะไรบ้าง เดี๋ยวรายละเอียดจะได้เล่าต่อ ก่อนอื่นก็ขอแจ้งข่าวว่าร่างพระราชบัญญัติลำไยเมื่อวานนี้ ยังไม่ผ่านสภานะครับ ท่าน สส. รังสรรค์ มณีรัตน์ จังหวัดลำพูน เขต ๒ ก็แจ้งว่าวันพุธหน้า จะเข้าสภา ก็แจ้งข่าวไปยังพี่น้องชาวสวนลำไยด้วยครับ ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติ ยกเลิกคำสั่ง คสช. ทั้ง ๓ ฉบับนี้ ผมอาจจะไม่ได้ลงรายละเอียดที่ทางสมาชิกท่านก่อนหน้านี้ ได้นำเสนอรายละเอียดข้อมูลฐานเดียวกันแล้วเพื่อเป็นการประหยัดเวลา แต่อย่างไรก็ตาม ครั้งหนึ่งผมก็เป็นคนหนึ่งที่มีส่วนร่วมในการแก้ไขคำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๑๙ เกี่ยวกับ การบริหารงานบุคคลของกระทรวงศึกษาธิการสำเร็จมาแล้ว แต่ว่าทั้ง ๓ ฉบับนี้จริง ๆ แล้ว ถ้าเรานำเสนอร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... เข้าสภาได้ทันเราก็จะสามารถ แก้ไขคำสั่งหัวหน้า คสช. ทุกฉบับได้เลย เพราะขณะนี้มีอย่างน้อย ๘ ฉบับ อย่างไรก็ตาม ทั้ง ๘ ฉบับนี้เสนอแก้ไขยกเลิกในร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคาดว่าจะเข้าสู่สภา อย่างไรก็ตามทั้ง ๓ ฉบับนี้ จำเป็นที่จะต้องแก้ไขโดยเร่งด่วนครับ เพราะทั้ง ๓ ร่างนี้ที่เราจะต้องแก้ไขนั้นมีดังนี้ครับ
ฉบับแรก เป็นร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ ฉบับที่ ๑๖/๒๕๖๐ เรื่อง การบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู และบุคลากร ทางการศึกษา ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๐
ฉบับที่ ๒ ที่ขอยกเลิกก็คือร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๑/๒๕๖๑ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบของคณะกรรมการ มาตรฐานวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยสภาครู และบุคลากรทางการศึกษา
ฉบับที่ ๓ ก็คือ ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๘ เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการ ส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการบริหาร องค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากร ทางการศึกษา รวมถึงคำสั่งหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๗/๒๕๖๐ เรื่อง แก้ไข เพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐
ท่านประธานครับ ทั้ง ๓ ฉบับนี้ก่อนหน้านั้นมีกฎหมายฉบับเหล่านี้อยู่แล้วที่มี ผลบังคับใช้ ก่อนที่จะมีการปฏิวัติเมื่อปี ๒๕๕๗ มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับร่างพระราชบัญญัติ ที่เสนอแก้ไขอยู่ ๒ ฉบับ ฉบับที่ ๑ คือพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา พุทธศักราช ๒๕๔๗ บังคับใช้เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๔๗ ซึ่งผมจะขอ อนุญาตท่านประธานว่าทั้ง ๓ ฉบับนี้ผมขอเสนอร่างในคราวเดียวกันเลยนะครับ ฉบับที่ ๒ ที่เป็นกฎหมายฉบับเดิมก่อนที่จะมีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาตินั้น ก็คือ พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พุทธศักราช ๒๕๔๖ บังคับใช้เมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๖ ทั้ง ๒ ฉบับนี้เกิดขึ้นเป็นกฎหมายลูกของพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ ๒๕๔๒ ทั้ง ๒ ฉบับนี้เป็นกฎหมายลูกที่เกิดขึ้นตามการปฏิรูปการศึกษา ของชาติ ซึ่งนัยว่ามีครั้งเดียวที่มีการปฏิรูปอย่างมีเหตุผล และมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง การบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตครู พัฒนา วิชาชีพครูสู่คุณภาพผู้เรียนและคุณภาพการศึกษาแห่งชาติ เพราะฉะนั้นทั้ง ๒ ฉบับนี้ เมื่อเป็น กฎหมายลูกของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ แต่ถูกยกเลิกโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ จึงจำเป็นจะต้องมีการขอยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติทั้ง ๓ ฉบับ โดยมีเจตนารมณ์สำคัญก็คือ
๑. ต้องการยกระดับคุณภาพการศึกษาชาติ ปัญหาการศึกษาชาติ ไม่ว่า การทดสอบระดับชาติ ระดับนานาชาติตอนนี้ก็ดี หรือเราอยู่ Ranking ระดับ ๗ ของ ASEAN ก็ดี เป็นสิ่งที่เราถือว่ามีปัญหามาโดยตลอด เพราะฉะนั้นการแจ้งยกเลิกคำสั่งตรงนี้จะเป็น การแก้ที่ต้นเหตุของปัญหา อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ
๒. ต้องการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพครู ให้ครูได้ทำหน้าที่ในการบริหาร องค์กรวิชาชีพของตนเองโดยไม่ต้องมีคนอื่นที่จะเข้ามาครอบงำ ควบคุมสั่งการ นี่เป็น หลักการของมาตรฐานวิชาชีพโดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นองค์กรไหนก็ตามก็เป็นลักษณะอย่างนี้
๓. คืออยากให้เกิดระบบการมีส่วนร่วม เพราะคำสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาตินั้นเป็นการสั่งเบ็ดเสร็จที่รวบอำนาจไว้ศูนย์กลาง เอาอำนาจทั้งหมดนั้น ไปให้กับผู้บริหารระดับสูงที่จะบริหารวิชาชีพครูทั้งหมด ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง
ประการที่ ๓ เรื่องของการมีส่วนร่วมในการบริหารของวิชาชีพของครู และบุคลากรทางการศึกษา
ประการที่ ๔ เป็นการดึงหลักธรรมาภิบาลกลับคืนมา หลังจากที่เราประสบ ปัญหาตั้งแต่เรื่องของการสรรหาครู สรรหาผู้บริหารสถานศึกษา สรรหาผู้บริหารระดับ เขตพื้นที่การศึกษา ไม่ว่าจะในสังกัดของสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไม่ว่า ในสังกัดของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาซึ่งเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ นี่คือผลพวง จากระบบของการแก้ไขคำสั่ง แล้วก็รวบอำนาจไว้ศูนย์กลางทั้งนั้น และที่สำคัญที่สุดก็คือ การส่งเสริมให้ครูและบุคลากรทางการศึกษานั้นได้มีส่วนร่วมอันเป็นการส่งเสริมระบอบ ประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เพราะฉะนั้นการกำหนดให้การบริหารงาน บุคคลเดิมนั้นในกฎหมายเดิมทั้งกฎหมายลูกของ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติทั้ง ๒ ฉบับ ไม่ว่ากฎหมายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ และพระราชบัญญัติสภาครู พ.ศ. ๒๕๔๖ ก็ตาม ทั้ง ๒ ฉบับนี้เจตนารมณ์ก็คือให้มีการบริหารโดยองค์คณะบุคคลในรูปคณะกรรมการแบบ ไตรภาคี ๓ ส่วนครับ โดยตำแหน่ง โดยแต่งตั้ง และการเลือกผู้แทนวิชาชีพเข้าไป นี่คือ หลักการของการบริหารโดยองค์คณะบุคคลและแบบมีส่วนร่วม แล้วมีเลขาธิการของ ส่วนราชการแต่ละส่วนราชการ ไม่ว่าจะเป็น ก.ค.ศ. คุรุสภา เป็นเลขานุการ ทั้งหมดนี้จะทำ หน้าที่ในการที่จะทำให้เกิดการ Check and Balance ในการทำงานทั้งหมด เพราะฉะนั้น เจตนารมณ์สำคัญที่เราได้พูดถึงนั้นเรื่องของการขอยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติครั้งนี้ก็เพื่อที่จะคืนอำนาจการบริหารงานบุคคลและสร้างเสริมสวัสดิการ สวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา โดยบุคลากรในวิชาชีพมีส่วนร่วม สร้างระบบการมีส่วนร่วม ส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย ยกระดับคุณภาพชีวิตของครู เราว่าครูเป็นหนี้ ครูมีปัญหาเรื่อง คุณภาพชีวิตก็เหตุมาจากเหล่านี้ เพราะฉะนั้นเราต้องแก้ที่ต้นเหตุ และที่สำคัญที่สุดคือ เรายกระดับคุณภาพผู้เรียนซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพของประเทศชาติครับ ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๖๐ เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ หมวด ๑ มาตรา ๗ ที่ให้มีคณะกรรมการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา เรียกว่าคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรการศึกษา เรียกโดยย่อว่า ก.ค.ศ. ซึ่งองค์คณะนี้เป็นองค์คณะบริหารองค์กรกลางในการบริหารงานบุคคลของ กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน องค์คณะนี้ ก็เหมือนกับ ก.พ. เหมือน ก.ตร. ที่บริหารจัดการตัวเอง ดังนั้นเดิมนั้นตำแหน่งต่าง ๆ เหล่านี้ ก็จะประกอบด้วยรัฐมนตรี ปลัด กรรมการโดยตำแหน่ง กรรมการโดยผู้ทรงคุณวุฒิและ ผู้แทนของข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา มามีส่วนร่วมเป็นองค์คณะบุคคลอยู่ด้วย แต่พอมามีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติขึ้นมาก็ให้เพิ่มขึ้นมาโดยสัดส่วนของรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีรัฐมนตรีว่าการแล้วเอารัฐมนตรีช่วยว่าการมาอีกคนหนึ่ง เพื่ออะไร บริหารโดยใช้อำนาจรวบอำนาจไว้ส่วนกลางและใช้อำนาจสั่งการอย่างไรครับ นี่คือทำลายหลักธรรมาภิบาล แม้จะมีกรรมการโดยตำแหน่ง มีผู้ทรงคุณวุฒิ แต่ขาดการมี ส่วนร่วมโดยผู้แทนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาหรือตำแหน่งต่าง ๆ มาร่วม บริหารที่หายไป เพราะฉะนั้นต้องคืนมา คืนมาให้เขาได้บริหารจัดการตนเอง ให้กระจาย อำนาจ ให้เขาได้สรรหา ให้เขาได้พัฒนา ให้เขามีวิทยฐานะที่สูงขึ้น ให้ทำงานอย่างมีความสุข จะได้ส่งเสริมคุณภาพการศึกษาของชาติให้สูงขึ้น เพราะฉะนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จำเป็นจะต้อง คืนอำนาจเหล่านี้ให้พี่น้องครูและบุคลากรการศึกษาได้มีส่วนร่วม เพราะผู้แทนวิชาชีพ ตามสายงานนั้นเขาจะรู้ว่างานเขาเป็นอะไร เขาจะต้องทำอย่างไร แต่ทำอย่างไรที่จะ เสริมสร้างขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องครูและบุคลากรทางการศึกษาได้ หรือมีเป้าหมายร่วมกัน คือผู้เรียนและคุณภาพการศึกษาชาตินั่นเอง ดังนั้นในฉบับที่ ๑ นี้ผมจึงขอยกเลิกคำสั่ง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๖๐ เรื่อง การบริหารงานบุคคลของ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยมาตรา ๔ เสนอให้มาตราใดที่ถูกยกเลิกโดย คำสั่งหัวหน้า คสช. ให้นำมามีผลบังคับใช้ ส่วนมาตรา ๕ นั้น องค์คณะบุคคลเดิม คือ ก.ค.ศ. และ อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ ให้ทำหน้าที่ต่อไป จนกว่าจะสรรหาใหม่ได้ ทั้งนี้ให้เสร็จภายใน ๙๐ วัน นี่คือกฎหมายฉบับที่ ๑ ที่เสนอให้มีการยกเลิกคำสั่ง คสช. ครับ
กฎหมายฉบับที่ ๒ ขอยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๑/๒๕๖๑ เรื่อง การแก้ไของค์ประกอบของกรรมการมาตรฐานวิชาชีพตามกฎหมาย ว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ในร่างกฎหมายนี้เดิมนั้นเป็นกฎหมาย ในพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา หมวด ๑ สภาครูและบุคลากรทางการ ศึกษา ส่วนที่ ๓ คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพเหมือนเป็น องค์คณะที่มีหน้าที่ตัดสินในการที่จะให้ ออก พัก ใช้ เพิกถอน กำกับมาตรฐานและ จรรยาบรรณวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงการเสนอแนะกรรมการคุรุสภา ทำหน้าที่แทนคณะกรรมการคุรุสภาในองค์คณะย่อย อันนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องของวิชาชีพครู โดยตรง เพราะฉะนั้นก็ยังขาดการมีส่วนร่วมโดยไม่มีผู้แทนของผู้ประกอบวิชาชีพที่มาจาก การสรรหาของพวกเขา การเลือกของพวกเขา แต่มาจากการแต่งตั้งทั้งหมด อันนี้ก็ต้องขอ ยกเลิกเช่นเดียวกันครับ
เพราะฉะนั้นในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ กฎหมายเรื่องของมาตรฐานวิชาชีพนั้น สิ่งสำคัญที่สุดที่แตกต่างก็คือประธานเดิมนั้นรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ คุรุสภา แต่พอมาคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาตินั้นประธานก็มาจากการแต่งตั้ง ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและตำแหน่งอื่นอีกด้วย แต่ก็มีข้อดีอยู่นิดหนึ่ง เดี๋ยวจะว่าไม่ชม ก็คือเพิ่มสัดส่วนของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้และสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาเอกชนเข้ามาโดยตำแหน่ง อันนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องของวิชาชีพ เรื่องของการออกใบอนุญาตพักใช้และเพิกถอนต่าง ๆ นี้ก็เป็นหน้าที่ของ มาตรฐานวิชาชีพที่ควรจะต้องมีส่วนร่วมจากข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในวิชาชีพนี้ด้วย ดังนั้นจึงขอยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติให้เป็นไปตาม กฎหมายพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษาฉบับเดิม ให้สอดคล้องกับภารกิจ ให้มีส่วนร่วมตามหลักการประชาธิปไตยและมาตรฐานวิชาชีพครูซึ่งเป็นวิชาชีพชั้นสูง
ฉบับที่ ๓ ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๘ ในฉบับที่ ๓ นี้มีกรรมการอยู่ ๓ คณะ คือ คณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา และ คณะกรรมการบริหารองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา ในองค์คณะทั้ง ๓ องค์คณะนี้อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติสภาครู และบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการคุรุสภามีหน้าที่ในการที่จะกำกับมาตรฐานวิชาชีพ เป็นองค์กรวิชาชีพครู จึงเรียกว่าคุรุสภา เพราะฉะนั้นในวิชาชีพนี้จึงจะต้องมีผู้แทนของพวก เขาอยู่ในองค์คณะบุคคลตรงนี้ด้วย ในส่วนของคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและ สวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษานั้น เป็นเรื่องของการจัดตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะให้ องค์คณะนี้ดูแลเรื่องสวัสดิการ สวัสดิภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นสวัสดิการต่าง ๆ ผมยกตัวอย่างเช่นเรื่องฌาปนกิจ ช.พ.ค. ช.พ.ส. เรื่องการแก้ไข ปัญหาหนี้สินโดยความร่วมมือของธนาคารออมสินต่าง ๆ เหล่านี้ก็ดี มีวงเงินที่ได้คืนมา มีวงเงินที่เกิดจากการเก็บไว้ของหน่วยงานกลาง ปรากฏว่าก็ยังเป็นปัญหาอยู่ขณะนี้ก็คือ ถูกเอาเงินนี้ไปใช้เหตุอื่น ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพครูและบุคลากรการศึกษา จนมีการตามกัน เรียกร้องกัน ฟ้องร้องกันอยู่ในขณะนี้ ในคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของ สกสค. นั้น เดิมเรียกว่าองค์การค้าคุรุสภาที่เรา ติดหูกันก็เป็นหนี้สินมากมาย แล้วก็ยังมีปัญหาอยู่ เหตุหลัก ๆ ก็เกิดจากการรวบอำนาจไว้ ส่วนกลาง อันนี้คือปัญหาใหญ่ คณะกรรมการเหล่านี้ทั้ง ๓ องค์คณะ ผมขอรวบเลยเพื่อไม่ให้ เสียเวลา ทั้ง ๓ คณะนี้มีหน้าที่ในการที่จะยกระดับมาตรฐานวิชาชีพครูและบุคลากรทางการ ศึกษา มีหน้าที่ในการส่งเสริมสวัสดิการ สวัสดิภาพ สิทธิประโยชน์ เกื้อกูลและความมั่นคง ของวิชาชีพ รวมถึงการผดุงเกียรติมาตรฐานวิชาชีพครูทั้งหมด ทั้ง ๓ องค์คณะนี้อยู่ภายใต้ พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษาเดิม ซึ่งเขามีส่วนร่วมและเป็นตัวแทนอยู่ เพราะฉะนั้นปัญหาเหล่านี้ผมจึงเสนอยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๘ และคำสั่งที่ ๑๗/๒๕๖๐ ด้วย เพื่อแก้ไของค์ประกอบในคณะกรรมการทั้ง ๓ คณะ ดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้เขาได้มีความ สง่างามศักดิ์ศรีของตนเอง ให้บริหารองค์กรภายใต้สภาวิชาชีพของตนเอง ที่เรียกว่าคุรุสภา ให้มีสวัสดิการของตนเองเรียกว่าคณะกรรมการสวัสดิการส่งเสริมสวัสดิภาพครูและบุคลากร ทางการศึกษา ให้บริหารจัดการองค์การค้าของ สกสค. คุรุสภารเสียใหม่ เพราะเป็นปัญหา และมีหนี้สิน เพราะฉะนั้นเสริมสร้างและพัฒนายกย่องผดุงเกียรติครูและบุคลากรทางการ ศึกษาและการมีส่วนร่วมตามระบอบประชาธิปไตย ให้เป็นบุคลากรที่มีศักยภาพสูง พัฒนา คุณภาพของคนในชาติและยกระดับคุณภาพการศึกษาของชาติต่อไป ท่านประธานครับ ทั้ง ๓ ฉบับนี้เรามีความเห็นตรงกันว่าอย่างไรก็ตาม การที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ เข้ามาบริหารประเทศชาติภายใต้อำนาจในมือ ภายใต้มาตรา ๔๔ ภายใต้รัฐธรรมนูญที่ให้มี บทเฉพาะกาลว่าด้วยการปฏิรูปการศึกษาของชาติ ทั้งหมดนี้เสียของไป ไม่สามารถ ดำเนินการที่สัญญาไว้กับประชาคมได้ ไม่สามารถที่จะทำให้คุณภาพการศึกษาของชาติ ยกระดับขึ้นได้และเป็นปัญหา ผมไม่โทษครับ นั่นเป็นเรื่องอดีตที่ผ่านมา เป็นเรื่องที่เรา เดินทางผ่านมาแล้ว วันนี้ปัญหาเหล่านั้นที่เราพานพบเราจำจะต้องแก้ไขโดยคนรุ่นใหม่ โดยองค์กรแห่งนี้ โดยสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ เราเห็นปัญหาแล้ว เห็นปัญหา คุณภาพของชาติ ซึ่งมันไม่เพียงแค่ว่าปัญหาครูนะครับ เพราะชาติเราขณะนี้เราเปรียบเทียบ Ranking ของการประเมินระดับชาติ ระดับนานาชาติ เราถือว่ายังมีคุณภาพที่ต่ำกว่าประเทศ และไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดเหล่านี้คือพื้นฐานสำคัญ เพราะถ้า ถามว่าคุณภาพเกิดจากใคร เกิดจากครู จากการเรียนการสอน เกิดจากการบริหารจัดการ ก็ให้เขาบริหารตนเอง นี่คือสิ่งสำคัญที่สุดที่เราจะต้องคืนอำนาจเหล่านี้ให้ข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตสรุปว่าทั้ง ๓ ฉบับที่ขอแก้ไขนี้ ให้คืนไปยังกฎหมายหลักซึ่งเป็นกฎหมายลูกของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ๒ ฉบับ นั่นคือไปที่พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู พ.ศ. ๒๕๔๗ และ พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ จะได้แก้ปัญหาเหล่านี้ครับ ก็คือคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาตินั้นไม่สอดคล้องกับกฎหมายหลักทั้ง ๒ ฉบับ ที่เอ่ยถึง ครูและบุคลากรทางการศึกษาขาดขวัญกำลังใจ ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาของชาติ มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์คณะบุคคลในรูปคณะกรรมการที่ขาดการมีส่วนร่วม และบุคลากรในวิชาชีพ ขาดการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล ทำให้เกิดปัญหา การบริหารงานบุคคลในการสรรหาตำแหน่งต่าง ๆ และในการส่งเสริมให้เกิดความก้าวหน้าของ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ข้อที่สำคัญนั้นเป็นการรวบอำนาจไว้ส่วนกลาง นี่คือปัญหา เพราะฉะนั้นจึงขอยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติทั้ง ๓ ฉบับ เพื่อ ๑. สร้างประสิทธิภาพการบริหารงานบุคคล โดยคืนอำนาจการบริหารบุคคลให้ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามหลักธรรมาภิบาล ๒. ยกระดับคุณภาพการศึกษาชาติ โดยยกระดับคุณภาพผู้เรียน คุณภาพการสอนและ ประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา ๓. ส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมตามระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยรูปแบบของตัวแทนในองค์คณะ บุคคลต่าง ๆ และประการสุดท้าย เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ครูและบุคลากร ทางการศึกษา ผมเชื่อว่าวันนี้พี่น้องครูบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศคงดูอยู่ และผมเชื่อ ว่านี่คือความหวังของพวกเขาทุกคน วันนี้พวกเราจะทำให้ ขอบคุณท่านประธานครับ