รังสิกร ทิมาตฤกะ หารือเรื่องความสำคัญของการมีนายกรัฐมนตรีที่มีความรู้ ความสามารถ และความบริสุทธิ์ น้ำใจ โดยให้ข้อสังเกตต่อการบริหารประเทศที่ควรให้มีความรู้และความสามารถ โดยเฉพาะปัญหาชายแดน และเรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลมีส่วนร่วมในการบริหารประเทศ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม รังสิกร ทิมาตฤกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เริ่มต้นจากฝั่งพี่วิทยา แก้วภราดัย เอ่ยชื่อด้วยความเคารพท่านครับ เป็นรุ่นพี่ที่ผมศรัทธาท่านหนึ่ง เรื่องการตั้งรัฐบาลพรรคลำดับที่ ๑ ลำดับที่ ๒ จนมาถึงวันนี้ ลำดับที่ ๓ ผมแทบไม่ต้องพูดซ้ำนะครับว่าสมบูรณ์แบบในการที่ท่านได้กล่าวเอาไว้ และเพื่อ เป็นการประหยัดเวลา ส่วนเรื่องอื่นนั้นก็ว่ากันไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะกล่าวใน สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้อาจจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ หรือเป็นเรื่องใหญ่ แต่ที่ฟังมาทั้งหมดทุกคน ต้องการ ประเทศเราต้องการนายกรัฐมนตรีที่มีความรู้ มีความสามารถ มีความบริสุทธิ์ น้ำใจ อันงดงาม ท่านสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ สมมุติว่าที่จังหวัดเชียงรายมีคนที่เสียชีวิต และคนที่เสียชีวิตนั้นเป็นผู้ใจบุญได้บริจาคร่างกายเอาไว้ อวัยวะภายในเอาไว้ เช่น หัวใจ และอื่น ๆ แล้วก็เสียชีวิตอย่างมีคุณค่า แล้วก็เหลืออีกชีวิตหนึ่งที่อยู่จังหวัดร้อยเอ็ด ยังมีชีวิตอยู่ แต่หัวใจนั้นเขาอ่อนล้าอ่อนแรงแทบจะสิ้น คอยความหวังจากผู้ใจบุญที่จะนำ หัวใจนั้นมาปลูกถ่ายเปลี่ยนแปลงหัวใจ คน ๆ นั้นทำมาทั้งชีวิตไม่รู้ว่ากี่ ๑๐ ปีจะต้องตื่นตีสี่ ตีห้าไม่เป็นไร ไม่มีใครรู้ และไม่เคยพูด ไม่เคยโพนทะนา ไปรับหัวใจที่จังหวัดหนึ่งคือจังหวัด เชียงรายมาที่ร้อยเอ็ด ทำแล้วซ้ำเล่า ๔๐-๕๐ หัวใจ ก่อนที่เขาจะเป็นนักการเมืองหรือเล่นการเมือง คน ๆ นี้ชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล เอาแค่เรื่องนี้เริ่มต้น แม้ไม่ใช่เรื่องของทางการเมืองแต่เป็นเรื่องของการ แสดงออกที่ประวัติ ในความรู้สึกในความที่ทำอะไรก็ได้ที่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้อง ประชาชน แล้วกี่จังหวัดกี่รายล่ะครับ ผมเคยสัมผัสครั้งหนึ่ง โรงเรียนไฟไหม้ที่จังหวัด มหาสารคาม ผมไม่รู้ ไปด้วยกันคนไม่กี่คน เมื่อไปถึงโรงเรียนตรงนั้นตอนแรกผมไม่รู้เลย ปรากฏว่านักเรียนมีเพียง ๔๐-๕๐ คน วิ่งกอดแข้งกอดขา มีครูผู้หญิงเพียง ๔ คน ผมดูทีวี ที่เขาเอามาฉายให้ดูถึงรู้ว่าวันนั้นครู ๔ คนเป็นผู้หญิงและไม่มีภารโรง เอาถังตักน้ำสู้กับไฟ สู้ไม่ได้มอดทั้งโรงเรียนเลยครับ ลงเฟซบุ๊ก คน ๆ นั้นเห็นเฟซบุ๊กแอบสร้างโรงเรียนให้แล้วก็ ไม่บอกใคร ผมไปกับท่านเพียง ๒ คน ไปถึงโรงเรียนถึงรู้และโรงเรียนนั้นสร้างเสร็จแล้ว ครูเอากรรไกรไปให้คน ๆ นั้นตัดริบบิ้น คน ๆ นั้นบอกว่าไม่ใช่โรงเรียนของผม เป็นโรงเรียน ของลูกหลานของผมแล้วก็อุ้มเด็กถือกรรไกรมาตัดริบบิ้น คน ๆ นั้น อนุทิน ชาญวีรกูล ทั้งภาคใต้ ภาคอีสาน ก่อนจะเล่นการเมือง ใช้ชีวิตอย่างนี้มาโดยตลอด นั่นคือพื้นฐานจิตใจ ที่โอบอ้อมอารี ผมเชื่อตรงนี้
สิ่งหนึ่งย้อนกลับมาทางการเมือง คำว่าครอบงำนั้น วันนี้ผมได้ยินมา โดยตลอด ผมไม่บังอาจที่จะกล่าวหรอกครับว่าครอบงำนั้นในประเทศไทยนั้นใครบ้าง ที่ชัดเจนเรื่องของการครอบงำผมไม่อยากจะพูดถึงเลยครับ แต่ MOA ที่พรรคการเมืองได้มี ข้อตกลงกันนั้น อย่างพี่วิทยา แก้วภราดัย ได้กล่าวนั้นผมถือว่ามีคุณค่าครับ ผมต้องยอมรับ คำหนึ่ง ยอมรับน้ำใจเรื่องหนึ่ง ยอมรับความจริงเรื่องหนึ่งที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวว่าขอโทษครับ ขออนุญาตเอ่ยนามพรรคด้วยความเคารพครับ พรรคประชาชน ๑๔ ล้านเสียงมอบให้พรรคที่มี ๑ ล้านเสียงเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรครับ ผมต้องกล่าวด้วยความเคารพพรรคประชาชนว่าผมเคารพจริง ๆ แม้ไม่ได้คุยกันในรายละเอียดว่าผมเป็นผู้แทนราษฎร แต่ผมรู้ว่าพรรคใหญ่ พรรคประชาชน เห็นประโยชน์ของบ้านของเมืองที่ต้องขับเคลื่อนต่อไปมากกว่าการที่จะไปยึดติดกับเป็น พรรคที่ใหญ่กว่า น้ำใจครับ แล้วเรื่องนี้คนไทยทั้งประเทศรู้ดีครับ คนไทยต้องสรรเสริญ เยินยอและชื่นชมพรรคการเมืองพรรคนี้ครับ
สิ่งหนึ่งที่ผมจะขอกล่าวอีกนิดหนึ่งครับ การมีนายกรัฐมนตรีในวันนี้นั้นสำคัญ ที่สุดกับสภาวะบ้านเมืองที่ผิดปกติ การเมือง กฎหมาย รัฐธรรมนูญไม่บิดเบี้ยวผิดปกติ หรอกครับ แต่ประเทศของเราผิดปกติด้วย มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งสังคมประเทศไทยนั้นรู้ดี ท่านประธานทราบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทราบ เพียงแต่ใครจะพูดความจริงเท่านั้น โดยเฉพาะปัญหาชายแดน บ้านผมอยู่บุรีรัมย์ครับ เป็นลูกข้าราชการตัวเล็ก ๆ อยู่ชายแดน ปี ๒๐๒๒ นั้นคืนเดียวเราเคยโดนถึง ๕๐ ศพ ขณะที่ ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นั้น เป็นแม่ทัพภาคที่ ๒ ซึ่งเหล่านี้มันสะท้อนให้เห็นว่าเราไว้ใจใครไม่ได้เลยเฉพาะเพื่อนบ้าน ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เราต้องการนายกรัฐมนตรีที่มีความรู้มีความสามารถแล้วไม่ทับซ้อน มาเพื่อ บริหารบ้านเมืองในเวลาอันจำกัด ร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคด้วยความเคารพครับ ผมขออนุญาตแต่เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ