ชลน่าน อภิปรายค้านชื่อชัยเกษม-ชี้กระบวนการเลือกนายกฯ ขัดรัฐธรรมนูญ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๕ กันยายน ๒๕๖๘

ชลน่าน ศรีแก้ว อภิปรายคัดค้านการเสนอชื่อศาสตราจารย์พิเศษชัยเกษม นิติสิริ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยชี้ว่ากระบวนการดังกล่าวขัดต่อหลักการประชาธิปไตย ขัดรัฐธรรมนูญ และผิดข้อกฎหมาย ชลน่าน ศรีแก้ว ระบุข้อตกลงกับพรรคภูมิใจไทยเพื่อจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย โดยยืนยันหลักการปกครองด้วยเสียงข้างมาก เคารพเสียงข้างน้อย และเตือนว่าการแลกเปลี่ยนเสียงสนับสนุนเพื่อให้บุคคลหนึ่งคนเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นการทำลายหลักประชาธิปไตยและระบอบการปกครองที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ชลน่าน ศรีแก้ว ทักท้วงกระบวนการเลือกนายกรัฐมนตรีโดยอ้างว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๑๔ และเกรงว่าจะเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง เนื่องจากมีการชี้นำสมาชิกสภาเพื่อให้เกิดการยุบสภาและได้มาซึ่งอำนาจที่ไม่ชอบธรรม ชลน่าน ศรีแก้ว เสนอให้ประธานสภาพิจารณาเรื่องความชอบด้วยกฎหมายของกระบวนการเลือกนายกรัฐมนตรี โดยชี้ว่ามีการชี้นำพรรคการเมืองซึ่ง

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพครับ ขณะนี้เรากำลังจะให้ความเห็นชอบบุคคลที่ควรได้รับการแต่งตั้งเป็น นายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรม มาตรา ๑๕๙ ภายใต้ข้อตกลง ซึ่งผมต้องขออนุญาตท่านประธานไว้ก่อนนะครับ ผมจำเป็นต้องเอ่ยชื่อพรรคการเมือง จำเป็นต้องเอ่ยชื่อบุคคล ซึ่งเป็นข้อต้องห้ามในข้อบังคับ แต่เป็นเนื้อหาการอภิปรายผมต้อง ขออนุญาตท่านประธานก่อน เป็นข้อตกลงระหว่างพรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย โดย การทำข้อตกลงร่วมนะครับ Memory of Agreement ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ MOA ๕ ประการ ที่สมาชิกได้พูดไปแล้วเผยแพร่ในสื่อแล้ว การเลือกบุคคลหรือให้ความเห็นชอบ บุคคลเพื่อจะแต่งตั้งเป็นนายกภายใต้ข้อตกลงนี้ ท่านประธานครับในการพิจารณาของสภา แห่งนี้ มีประเด็นพิจารณาอยู่ ๒ เรื่องหลักครับ

เรื่องที่ ๑ คุณสมบัติลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่จะเข้าสู่ตำแหน่ง

เรื่องที่ ๒ กระบวนการซึ่งได้มาในการนำเสนอบุคคลที่เข้าสู่ตำแหน่ง ผมเน้น ประเด็นที่ ๒ ครับ เพราะมันเกี่ยวเนื่องกับสภาของเราโดยตรง ถ้ากระบวนที่ได้มา กระบวนการที่ได้มาไม่ชอบ มันมีผลมากกว่าคุณสมบัติคนที่จะได้รับการเลือกนะครับ ท่านประธาน ข้อห่วงใยของผมเองที่จะกราบเรียนท่านประธานนะครับในฐานะฝ่ายสนับสนุน ท่าน ศาสตราจารย์พิเศษชัยเกษม นิติสิริ ให้ได้รับเลือกจากสภาแห่งนี้นะครับ ได้รับความ เห็นชอบจากสภาแห่งนี้เพื่อตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี เหตุผลสำคัญนะครับที่ผมบอกว่า ศาสตราจารย์พิเศษชัยเกษม นิติสิริ สมควรได้รับความเห็นชอบเพื่อแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะผู้เสนอชื่ออีกคนหนึ่งคือ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นคู่แข่ง ผมจะเน้นประเด็นที่หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยมิสมควรได้รับความเห็นชอบเป็นหลักครับ ในกระบวนการที่ได้มาซึ่งบุคคลที่จะเสนอชื่อในวันนี้เรื่องแรกสุดผมมีอยู่ ๓ ประเด็นหลัก ๆ

ประเด็นที่ ๑ เรื่องขัดหลักการประชาธิปไตย

ประเด็นที่ ๒ ขัดรัฐธรรมนูญ

ประเด็นที่ ๓ ผิดข้อกฎหมาย

ท่านประธานครับ ประการแรกที่สุดการที่มีข้อตกลงจากภาคประชาชน ไปทำข้อตกลงกับพรรคภูมิใจไทย ๕ ข้อ สำคัญที่สุดคือให้เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย โดยพรรค ประชาชนจะไม่ร่วมเป็นรัฐบาล ไม่ร่วมรับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี จะดำรงตำแหน่งเป็นฝ่าย ค้าน และเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาแห่งนี้ และพรรคภูมิใจไทยเองต้องไม่ไปรวมเสียงข้างมาก มี ๑๔๖ ก็ต้อง ๑๔๖ อยู่ตลอด ข้อตกลงเยี่ยงนี้จริงอยู่ครับรัฐบาลเสียงข้างน้อยเป็นได้ แต่หลักการสำคัญในระบอบการปกครอง ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หลักการพื้นฐานสำคัญที่สุดครับ ปกครองด้วยเสียงข้างมาก เคารพเสียงข้างน้อย Majority Rule Minority Rights ท่านประธานครับ ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ แต่ขณะนี้หลักการนี้ กำลังจะถูกทำลาย ในสภาแห่งนี้เพื่อให้ได้มาซึ่งบุคคล ๑ คน เพื่อจะเป็นนายกรัฐมนตรี แลกคน ๑ คนกับหลักการสำคัญของประชาธิปไตย การที่ไปรวมเสียงลักษณะนี้ทำให้เกิดการ ปกครองเสียงข้างน้อย แล้วบอกว่าจะควบคุมการปกครองเสียงข้างน้อยโดยพรรคฝ่ายค้าน ใช้สภาแห่งนี้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่านยื่นได้นะครับ เพราะท่านมี ๑๔๒ เสียง ๑๔๓ เสียง ๑ ใน ๕ ยื่นได้ แต่ลงมติท่านก็ได้ ๑๔๓ เสียง ไว้วางใจ เขาได้หรือครับ เขามี ๗๐ เสียง เขามี ๑๔๖ เสียง แล้วมันคุมเขาอย่างไร คุมเขาอย่างไรครับ และที่สำคัญครับท่านประธานครับ หลักเสียงข้างมากจากไหนครับ จากพี่น้องประชาชนครับ ๑๔ ล้านเสียง มอบให้พรรคประชาชน ๑ ล้านเสียง มอบให้พรรคภูมิใจไทย ๑๔ ล้านเสียง เขาบอกว่าเขาต้องการให้ท่านเป็นรัฐบาล เมื่อท่านเป็นไม่ได้ท่านเป็นฝ่ายค้าน แต่ท่านกำลังยก ๑๔ ล้านเสียง ไปให้ ๑ ล้านเสียง แล้วบ้านเมืองนี้จะปกครองกันอย่างไร ท่านไม่เคารพ ๑๔ ล้านเสียง นี่คือการทำลายหลักการ สำคัญของหลักพื้นฐานของประชาธิปไตย แล้วที่สำคัญการเปิดช่องแบบนี้มันจะเป็นการ ทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในระบบ รัฐสภาอย่างสิ้นเชิงที่เป็นอยู่ขณะนี้ ท่านประธานครับ สิ่งที่น่าเศร้าที่จะเกิดขึ้นต่อไปหลังจาก ที่มีการลงคะแนน ถ้าประกาศชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล ได้ความเห็นชอบจากสภาแห่งนี้ เพื่อแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว นับ ๑ ของวันสิ้นสุดของระบบรัฐสภาแห่งนี้ทันที เพราะอะไรครับ นั่นหมายความว่าเรายอมรับอำนาจนอกระบบที่เข้ามาครอบงำชี้นำทุกอย่าง ผมไม่ต้องพูดครับ มีการเผยแพร่ในสื่อสาธารณะทั่วไปเลย แม้แต่อดีตกรรมการบริหารพรรค ของพรรคประชาชนเอง พรรคก้าวไกลในอดีตเขายังเขียนออกมาอย่างนี้ เรามาแสดงละคร เอามาเป็นตัวประกอบในการทำให้อำนาจนอกระบบเข้ามาครอบงำชี้นำพวกเราได้สภาทั้ง ๔๙๖ คนหรือครับ ถ้ายอมก็ยอมไป แต่ผมเองไม่ยอมครับ จะสู้ให้ถึงที่สุด นี่คือเรื่องที่ ๑

เรื่องที่ ๒ ท่านประธาน สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุด ซึ่งขณะนี้สมาชิกสภาแห่งนี้ ได้เข้าชื่อกันไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๑๐ มากกว่า ๕๐ คน ได้ทำเรื่องผ่านไปยังท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผมมีเลขที่รับหนังสือ เมื่อ ๑๑.๓๘ นาฬิกา วันที่ ๕ กันยายน เลขหนังสือ ๑๔๒๓๙/๒๕๖๘ เขายื่นให้ท่านประธานสภายื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบ ในกระบวนการที่เราเลือกนายกรัฐมนตรี หรือให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรีวันนี้ สิ่งที่เป็น เหตุผลที่อ้างไปผมต้องขอหยิบยกมากราบเรียนท่านประธานสภา เพื่อให้ท่านวินิจฉัยว่า กระบวนการการเลือกในวันนี้มันควรจะเป็นอย่างไร ที่น่าห่วงใยที่สุดก็คือว่า การที่ พรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยไปมีข้อตกลงร่วมกัน มาดูบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๔ ครับ มาตรา ๑๑๔ ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านเพื่อบันทึกไว้ในสภาแห่งนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติ มอบหมายหรือครอบงำใด ๆ และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ ส่วนรวมของประเทศและความผาสุกของพี่น้องประชาชนโดยรวม โดยปราศจากการขัดกัน แห่งผลประโยชน์ ท่านประธานครับ MOA นี้เพื่อประโยชน์ใครครับ เพื่อประโยชน์ของ พรรคประชาชน เพื่อประโยชน์ของอนุทิน ชาญวีรกูล หรือเปล่า ผมไม่ต้องตอบครับ สมาชิกสภาแห่งนี้ตอบได้ ทุกสำนักบอกว่าถ้ามีการยุบสภาเลือกตั้งพรรคไหนคะแนนจะเป็น อันดับ ๑ พรรคประชาชนครับ พรรคประชาชนเป็นอันดับ ๑ เพราะฉะนั้นไม่เป็นประเด็น อะไรเลย ไม่มีข้อสงสัยเลยว่าทำไมพรรคประชาชนเราถึงต้องเรียกร้องให้มีการยุบสภา เพราะ ต้องการอำนาจจากประชาชนซึ่งเป็นอำนาจชอบธรรม ผมไม่ได้ว่าท่านผิดนะครับ เป็นอำนาจ อันชอบธรรมเลยเพราะอำนาจประชาชนมอบให้ แต่การกระทำโดยวิธีการอย่างนี้ เพื่อให้มี การยุบสภาแล้วได้มาซึ่งอำนาจอันชอบธรรมนั้น กระบวนการชอบไหมครับ ชอบไหม ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยท่านนายกรัฐมนตรีแพรทองธาร เพียงแต่พูด ลงโทษ ถึงร้ายแรง เพียงแต่พูดยังไม่ได้กระทำเลยนะครับ อันนี้คือเจตนาเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ ตรงนั้นชอบธรรมไหมครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เป็นห่วงที่สุดคือเมื่อครอบงำชี้นำสมาชิกนะครับ มันจะเข้าข่ายเป็นการ ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามหลักการ ของการปกครองระบอบประชาธิปไตย เพราะท่านไปครอบงำชี้นำให้สมาชิกมากระทำการ เพื่อให้ได้มาอำนาจซึ่งอำนาจไม่ชอบธรรม นี่คือคำร้องในหนังสือฉบับนี้ครับ ศาลรัฐธรรมนูญ จะรับไม่รับผมไม่รู้ แต่มีความจำเป็นต้องทักท้วงเพราะว่าเราไม่อยากให้สภาแห่งนี้กระทำผิด บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มันเป็นหน้าที่เรา ถ้าเราทำผิดกระบวนการแล้วทุกอย่าง ในประเทศนี้ไม่ต้องมุ่งหวังพึ่งหวังอะไรครับ ประชาชนพึงหวังเขาเลือกตัวแทนเข้ามา แต่เรา กลับมอบอำนาจนี้ไปให้อำนาจอื่นมาครอบงำแล้วกระทำเยี่ยงนี้ ท่านประธานที่เคารพ นี่คือ สิ่งที่เป็นหลักการสำคัญ ๒ เรื่องแรกที่ผมอยากจะกราบเรียน ขัดหลักการประชาธิปไตย รู้เห็นกันอยู่ครับ มีสมาชิกอาวุโสพูดไปแล้วด้วย และครอบงำตามมาตรา ๑๑๔

ประการที่ ๓ ครับ สิ่งที่ดำเนินการขณะนี้เป็นเหตุให้ไปดูตามข้อกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา ๔๖ ครับ มาตรา ๔๖ ที่ทำเพื่อให้ได้มาซึ่ง ประโยชน์ในสิ่งอื่นใด การคาดหวังว่าจะได้รับเลือกตั้งได้รับโอกาสที่ดีขึ้น การดำเนินการ ให้บุคคลคนหนึ่งซึ่งไม่มีโอกาสเลยจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีด้วยเสียงที่มีอยู่ขณะนี้ได้เป็นนายก และมีข้อตกลงกันอย่างนี้ มันเข้าข่ายไหมครับท่านประธานครับ ผิดมาตรา ๔๖ ของกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองหรือเปล่า มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ กฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองครับท่านประธาน ครอบงำชี้นำพรรคภูมิใจไทย ไปลง MOA บอกว่าคุณต้องทำอย่างนี้ พรรคประชาชนบอกพรรคภูมิใจไทยต้องทำอย่างนี้ นี่ชัดแจ้งมากครับท่านไม่ต้องไปเอาพยานหลักฐานจากที่ไหนหรอก บุคคลที่ไม่ใช่ สมาชิกพรรคไปชี้นำครอบงำให้พรรคการเมืองดำเนินการตามที่เขาต้องการ เข้าข่ายไหมครับ ท่านประธาน นี่คือสิ่งที่ผมมีข้อกังวล ผมมีเวลาน้อย ผมรบกวนเวลาสมาชิกมาเยอะ ๓ ประเด็นหลักนี้อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ กระบวนการที่ไม่ชอบ ผมอยากให้ ท่านประธานพิจารณา ผมเองเลือกท่านศาสตราจารย์พิเศษชัยเกษม สมาชิกหลายท่าน อาจจะเลือกท่านอนุทิน แต่ถ้ามีข้อห่วงใยข้อกังวลอย่างนี้และเรื่องกำลังดำเนินการอยู่ ผมทราบว่าลงเลขรับแล้ว ท่านประธานกำลังดำเนินการตามกระบวนการที่จะยื่นต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ ถ้ามีการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว การให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควร ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ควรดำเนินการอย่างไร ท่านประธานครับ ถ้าผมเป็นท่านประธานผมจะเอาเรื่องนี้มาวินิจฉัย กระบวนการการเลือกอาจจะต้องระงับ ยับยั้งไว้ก่อนให้สมาชิกอภิปรายให้ถึงที่สุดครับ แล้วรอเรื่องนี้ว่าศาลจะว่าอย่างไร ถ้าศาล ไม่รับกลับมาเลือกกันเลยครับลงมติ จบ แต่ถ้าศาลรับ มีเหตุอันเชื่อได้ว่าคำร้องนี้เป็นจริง มันก็เป็นการสมควรที่จะระงับการเลือกบุคคลหรือให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะสมควรดำรง ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไว้ก่อนจนกว่ากระบวนการทางศาลรัฐธรรมนูญจะสิ้นสุด นี่คือสิ่งที่ สภาแห่งนี้พึงกระทำ ไม่ได้ขัดขวางครับ ผมอยากให้มีนายกรัฐมนตรีเร็วที่สุดเพื่อจะได้เข้ามา ดูแลประเทศชาติบ้านเมือง แต่กระบวนการได้มาต้องชอบ ชอบด้วยหลักประชาธิปไตย ชอบด้วยหลักของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย คุณสมบัติว่าไปครับ สมาชิกท่านอื่นยังพูด กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ โดยสรุปถ้าท่านประธานจะพิจารณานะครับ ผมเองอยากเสนอเลยครับว่าถ้ามันมีกระบวนการการยื่นจริงเราควรจะพิจารณา ซึ่งเป็น อำนาจของท่านประธานนะครับ เป็นอำนาจของท่านประธานที่จะพักประชุม เลื่อนประชุม หรือเลื่อนการลงมติได้ ไม่ต้องมาถามสมาชิกครับ ข้อบังคับให้อำนาจท่านไว้แล้ว ท่านพิจารณาเลยครับ แล้วมาแจ้งต่อที่ประชุมอย่างนี้ ผมว่าทุกฝ่ายเป็นที่ยอมรับเมื่อ ผลปรากฏชัดมาแล้วเราก็มาดำเนินการต่อไป กราบขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ