สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๕ กันยายน ๒๕๖๘

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หารือเรื่องการเลื่อนระเบียบวาระในการเลือกนายกรัฐมนตรีและเรียกร้องให้คงตามระเบียบวาระเดิม

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จากจังหวัด เชียงใหม่ ผมเป็นผู้หนึ่งที่คัดค้านการเลื่อนระเบียบวาระนะครับ ผมเรียนเลยนะครับ วันนี้เรา ก็เห็นบรรยากาศในสภาซึ่งดูแล้วมันก็วุ่นวาย และมันก็มีความเห็นขัดแย้งแตกต่างแบ่งเป็น ไม่น้อยกว่าสามเส้า สถานการณ์การเมืองในปัจจุบันพรรคหนึ่งก็พยายามลุกลี้ลุกลนอยากจะ เลื่อนระเบียบวาระต้องการที่จะลงมติให้เร็วที่สุด เข้าใจครับ พวกผมก็บอกว่า เอ๊ะ มันควรจะชะลอได้ไหมเพราะว่าการตัดสินใจเรื่องนี้เป็นเรื่อง สำคัญ การลงมติเพื่อเลือกบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นเรื่องสำคัญ การที่เราจะเร่งรัดมันเข้ามา เร็วขึ้นมาไม่กี่ชั่วโมงก็ตาม แต่มันก็ทำให้กระบวนการตัดสินใจของสมาชิกมีผลได้ อีกฝ่ายหนึ่งก็พยายามแก้ตัวเป็นพัลวันว่าทำไมถึงจะต้องไปสนับสนุนให้มีนายกรัฐมนตรี จากพรรคการเมืองอื่นพรรคการเมืองใด ท่านประธานครับ สถานการณ์ในปัจจุบันเรา ก็เห็นกันอยู่แล้วจากสิ่งที่มีการตกลงกันระหว่างพรรคประชาชน ด้วยความเคารพนะครับ กับพรรคภูมิใจไทย ผมจะไม่อภิปรายถึงว่าอย่างที่ท่านประธานเรียน มันขัดต่อหลักการ ประชาธิปไตย มันขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ การที่เข้าไปแล้วกำหนดว่าอยู่ได้เพียงแค่ ๔ เดือน เข้าไปแล้วห้ามเป็นเสียงข้างมาก มันขัดต่อหลักการประชาธิปไตย มันสุ่มเสี่ยงกับการใช้ อำนาจในการล้มล้างการปกครองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๙ หรือไม่ ตรงนี้เป็นเรื่องถัดไป ที่จะต้องมีการร้องกันต่อแล้วก็คงจะต้องมีกระบวนการวินิจฉัยจากฝ่ายอื่นซึ่งไม่ใช่เรา นอกจากนั้นสิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือเรื่องเอกสิทธิ์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การเลือกบุคคล เพื่อดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้นยืนยันมาโดยตลอดว่าเอกสิทธิ์ของ สส. เป็นสิ่งสำคัญ ไม่มีใครมากำหนด ไม่มีใครมากะเกณฑ์ ไม่มีใครมาบังคับสมาชิกได้ แต่วันนี้ด้วยข้อตกลง ที่เกิดขึ้นมันทำให้เกิด Dead Lock ที่สมาชิกหลายท่าน หลายท่านมาคุยกันในวงนอก วงกาแฟอยู่ในความอึดอัด ไม่อยากที่จะลงมติอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ด้วยข้อตกลงที่เกิดขึ้น ด้วยสถานการณ์ที่มันเกิดขึ้นถูกบีบบังคับ อันนี้ทำให้เอกสิทธิ์ของ สส. ที่มีอยู่มันหายไป นอกจากนั้นเพื่อนสมาชิกก็มีการเกริ่นไปแล้วเรื่องของ พ.ร.ป. พรรคการเมือง ซึ่งแน่นอนว่า เรื่องของพรรคการเมืองมีข้อกำหนดตามพระราชบัญญัติชัดเจนว่าห้ามมีการเรียกรับ ผลประโยชน์ในเรื่องของการดำเนินการ เช่นเรื่องของการเลือกนายกรัฐมนตรีใด ๆ แต่นี่ มีกลไกในการแลกเรื่องของการยุบสภา แลกในเรื่องของการเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นประโยชน์แอบแฝงหรือไม่ ตรงนี้อย่างที่ท่านประธานเรียนไปว่ากันข้างหน้า มีหน่วยงาน ที่จะต้องมาติดตามตรวจสอบ แต่ท่านประธานครับ สถานการณ์ในปัจจุบันผมว่าการที่เราจะ เดินหน้าสู่การเลือกนายกรัฐมนตรีมันไม่ใช่ว่าใครคนใดคนหนึ่ง ท่านถือว่าท่านพร้อมแล้ว ท่านก็อยากเร่งลงมติ แต่สมาชิกท่านอื่น เรามีสมาชิกอยู่ ๔๙๖ คนนะครับ ๔๙๖ คน ท่านถามเขาหรือยังว่าพร้อมหมดหรือไม่ วันที่ท่านประธานบรรจุระเบียบวาระผมยังติงครับ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ เข้าใจว่าเป็นอำนาจของท่านประธาน แต่เรื่องอย่างนี้ ในลักษณะของการลงมติในเรื่องของการเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนี่ ให้เวลาครับ ทุกครั้งเรานัดเป็นนัดพิเศษ เปิดมา ๙ โมงเช้ามีเรื่องเดียวคือเรื่องของการลงมติ เลือกบุคคลมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ให้เวลาไม่น้อยกว่า ๓ วันในการนัดหมาย ทุกคนจะได้ไปเตรียมไปคิด มีการประชุม มีการหารือ แต่นี่ท่านประธานใช้วิธีการบอกว่า เป็นเรื่องเร่งด่วน เป็นอำนาจท่านครับ แต่ท่านกำหนดเวลาค่อนข้างสั้น สั้นแล้วทุกคน เตรียมการมาแล้วว่าภายในวันนี้เรามีระเบียบวาระการประชุม ทั้ง พ.ร.บ. ในเรื่องของกิจการ กระจายเสียง ทั้งเรื่องของ อสม. เต็มไปหมด เราก็กะกันว่าต้องพิจารณากฎหมายไป ตามลำดับแล้วจะมีการลงมติในช่วงเย็นพวกผมพร้อมครับ เย็นนี้ได้ลงกันแน่ไม่หนีไปไหน เรื่องสำคัญขนาดนี้ไม่มีใครหนีครับ แต่ทุกคนเตรียมพร้อมสำหรับการบริหารจัดการเวลา สำหรับการพิจารณากฎหมายแล้วต่อด้วยการเลือกนายกรัฐมนตรี ท่านกำลังจะเลื่อน ระเบียบวาระในเรื่องสำคัญ แล้วเกิดมีเพื่อนสมาชิกติดธุระอยู่ข้างนอกเป็นไปได้นะครับ แน่นอนทุกคนเห็นความสำคัญของเรื่องการเลือกนายกรัฐมนตรี แล้วเกิดเขายังไม่พร้อมล่ะครับ เราอย่าเอาความพร้อมของเราแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่ท่านต้องเอาความพร้อมของสมาชิก ทุกคนที่อยู่ในสภาแห่งนี้ เพราะฉะนั้นผมเรียนท่านประธานนะครับ ในประเด็นแรก ผมไม่เห็นด้วยกับการเลื่อนระเบียบวาระ ขอให้คงตามระเบียบวาระเดิม วันนี้อย่างไรเราได้ เดินหน้าไปถึงระเบียบวาระที่ ๘ แน่นอนครับ เรื่องของการเลือกบุคคลมาดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ใจเย็น ๆ ครับ มันจะถึงมันก็ไปถึง ให้เวลาครับ ขอบคุณครับ