ชลธิชา อภิปรายงบฯ ยันปรับระบบจัดสรรใหม่ แก้ปัญหาซ้ำซ้อน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๔ กันยายน ๒๕๖๘

ชลธิชา แจ้งเร็ว อภิปรายสนับสนุนรายงานคณะกรรมาธิการงบประมาณ โดยยกประเด็นปัญหาการจัดทำงบประมาณ ๒ ประเด็น ชลธิชา แจ้งเร็ว วิจารณ์การจัดสรรงบประมาณแบบยึดติดกับภารกิจเดิมที่ไม่ยืดหยุ่น ไม่ตอบสนองต่อสถานการณ์ปัจจุบัน ยกตัวอย่างโครงการกรมราชทัณฑ์และกรม ปภ. ที่ใช้หลักสูตรเก่าและไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง รวมถึงชี้ว่ายุทธศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมได้รับงบประมาณต่ำที่สุดตลอดช่วงเวลาดังกล่าว ชลธิชา แจ้งเร็ว วิจารณ์การใช้จ่ายงบประมาณที่ไม่มีประสิทธิภาพ เน้นย้ำว่าตัวชี้วัดและเป้าหมายไม่สะท้อนผลสัมฤทธิ์จริง ทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด และยกตัวอย่างการจัดสรรงบวิจัยจำนวนมากแต่ใช้ประโยชน์ได้น้อย เรียกร้องให้ปรับปรุงระบบรองรับงานวิจัยและการกำหนดนโยบายให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน ชลธิชา แจ้งเร็ว ระบุปัญหาการจัดสรรงบประมาณซ้ำซ้อนและขาดการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน รวมถึงเสนอให้ปรับปรุงกระบวนการจัดทำเอกสารงบประมาณเพื่อให้การตรวจสอบมีประสิทธิภาพ ชลธิชา แจ้งเร็ว สนับสนุนรายงานคณะ

นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรค่ะ ดิฉัน นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน วันนี้ขอร่วม อภิปรายเพื่อสนับสนุนรายงานของคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหาร งบประมาณของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก่อนอื่นดิฉันต้องขอชื่นชมนะครับ เพราะว่ารายงาน ฉบับนี้ก็ค่อนข้างศึกษามาอย่างครอบคลุมในหลาย ๆ ประเด็น ดิฉันเองค่ะในช่วงปีก่อน ก็มีโอกาสได้เข้าไปนั่งในฐานะของอนุกรรมาธิการงบประมาณ ก็เห็นปัญหาในเรื่องของ การจัดทำงบประมาณในหลาย ๆ ประการ ซึ่งหลายปัญหาก็เป็นปัญหาที่ถูกพูดถึงในเล่ม แห่งนี้ ซึ่งดิฉันคิดว่ามันมีความสำคัญอย่างมาก ก็ขออนุญาตยกให้เราเห็นภาพที่ชัดขึ้น ๒ ประเด็น

ประเด็นเรื่องแรก คือการจัดสรรงบประมาณบนฐานอดีตค่ะ ท่านประธานคะ การจัดสรรงบประมาณของประเทศเราปัจจุบันการจัดสรรงบประมาณก็ยังคงไปยึดติดอยู่กับ การอ้างอิงภารกิจหรือว่าแผนการดำเนินงานแบบเดิม ๆ เรียกได้ว่า ๑๐ ปีที่แล้วทำมาอย่างไร ๑๐ ปีนี้หรือ ๑๐ ปีในอนาคตก็จะทำแบบเดิม โดยมักจะมีการเปลี่ยนแปลงแค่เพียงเล็กน้อย เท่านั้นค่ะในเนื้อหาสาระ หรือว่าตัวเลขของงบประมาณเท่านั้นนะคะ ซึ่งส่งผลให้ขาดความ ยืดหยุ่นแล้วก็ไม่ตอบสนองต่อสถานการณ์ใหม่ ๆ ให้ทันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพที่มันชัดเจนมากขึ้น คือเรากำลังใช้โครงการที่ออกแบบเมื่อ หลายปีก่อนตามแผนปฏิบัติการมารับมือกับปัญหาที่เพิ่งเกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งดิฉันอยากจะ ยกตัวอย่างเห็นภาพมากขึ้น เช่น โครงการของกรมราชทัณฑ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการเรื่องของการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยค่ะ ซึ่งโครงการนี้ โดยปกติก็มักจะมีเรื่องของการฝึกอบรมอาชีพเพื่อให้ผู้ต้องขังก่อนที่จะได้รับการปล่อยตัวมาสู่ โลกภายนอกได้มีการฝึกทักษะอาชีพเพื่อปฏิบัติประกอบอาชีพในอนาคต แต่ปรากฏว่า การเรียนรู้ต่าง ๆ ในกรมราชทัณฑ์ก็มักจะเป็นการเรียนรู้หลักสูตรเดิม ๆ โดยที่ไม่ได้คำนึงถึง ตลาดแรงงานที่มีความเปลี่ยนแปลงไปแล้วในปัจจุบัน เรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่เห็นค่อนข้างชัด หรือว่ากรม ปภ. เพราะน่าจะเป็นอีก ๑ ตัวอย่างที่เห็นภาพสะท้อนของปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ ได้ชัดเจนมากขึ้นนะคะ ปภ. จะเป็นหน่วยงานที่ต้องอยู่กับการเผชิญกับความท้าทาย ที่เปลี่ยนแปลงด้วยภัยธรรมชาติในรูปแบบต่าง ๆ ที่เปลี่ยนไปค่อนข้างรวดเร็ว แต่ว่าการ จัดสรรงบประมาณหรือว่าการตั้งงบประมาณมาก็มักจะอยู่กับโครงการเดิม ๆ ถึงแม้ว่า ในพื้นที่เสี่ยงตรงนั้นจะเกิดภัยพิบัติหรือว่ารูปแบบภัยธรรมชาติในลักษณะอื่นไปแล้ว แต่ว่า งบประมาณก็ไม่ได้ตอบโจทย์ในส่วนตรงนั้นนะคะ เช่นเดียวกันกับข้อมูลจากรายงานเล่มนี้ ที่ดิฉันคิดว่ามีความสำคัญมาก ๆ แล้วก็ขอชื่นชมที่ยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด ก็คือเรื่องของ ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนะคะ ดิฉันเองพอได้อ่านรายงานเล่มนี้ก็ค่อนข้างตกใจค่ะ เพราะเพิ่งมาทราบว่าได้รับการจัดสรร งบประมาณในส่วนนี้ต่ำที่สุดตลอดช่วงเวลาดังกล่าวที่ผ่านมา โดยได้รับเพียงร้อยละประมาณ ๓.๘ ถึง ๓.๙ ของงบประมาณทั้งหมด ทั้งที่เป็นด้านที่มันควรจะได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้น เพื่อปรับปรุงผลการดำเนินงานให้เท่าทันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนะคะ เรื่องนี้ก็ค่อนข้างเป็น เหตุผลที่ชัดเจนว่าการจัดสรรงบประมาณแบบฐานอดีตควรที่จะต้องปรับปรุงได้แล้วนะคะ

ประเด็นที่ ๒ ที่ดิฉันอยากจะแชร์ก็คือเรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณ ที่ขาดประสิทธิภาพค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการกำหนดตัวชี้วัดแล้วก็เป้าหมายหลายครั้ง ไม่ได้สะท้อนถึงผลสัมฤทธิ์ที่แท้จริง ทำให้ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดนะคะ แล้วก็ที่สำคัญไม่ได้ทันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตัวอย่างเช่นการจัดสรรงบประมาณวิจัย ที่จัดสรรในแต่ละปีก็หลายหมื่นล้านบาท แม้จะก่อให้เกิดงานวิจัยจำนวนมากแต่กลับมีเพียง น้อยเท่านั้นเองที่สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมต่อสังคมได้อย่างแท้จริง ทั้ง ๆ ที่งานวิจัยควรจะเป็นรากฐานที่สำคัญในการแก้ไขปัญหา แล้วก็รวมไปถึงการกำหนด นโยบายของประเทศ ที่ดิฉันพูดมาดิฉันไม่ได้บอกว่าควรจะต้องตัดลดงบประมาณในส่วนของ การทำงานวิจัยหรือว่าการทำวิจัยต่าง ๆ ของแต่ละหน่วยงานค่ะ เพราะดิฉันคิดว่าอันนี้ มันเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำ แต่ว่าปัญหาอยู่ตรงที่ว่าเราไม่ได้มีระบบรองรับงานวิจัยจำนวน มากให้ถูกใช้อย่างมีประโยชน์หรือการกำหนดทิศทางในการจัดทำงานวิจัยต่าง ๆ เพื่อให้ มั่นใจว่าเมื่อมีงานวิจัยออกมาแล้วมันจะตอบโจทย์กับการนำไปใช้เพื่อให้สอดคล้องกับ สภาพการณ์ในปัจจุบันแล้วก็รวมไปถึงการออกแบบนโยบายนะคะ

อีกประเด็นหนึ่งค่ะท่านประธานที่ดิฉันพบในช่วงที่นั่งเป็นอนุกรรมาธิการ ในห้องงบประมาณนะคะ เพราะว่างบประมาณในหลาย ๆ ส่วนของหน่วยงานมักจะตั้งขึ้นมา อย่างซ้ำซ้อนกันค่ะท่านประธาน ซอยย่อยหลายโครงการค่ะ บางโครงการตั้งชื่อมาคล้าย ๆ กัน วนเวียนอยู่แค่คำไม่กี่คำ ตอนวาระสองดิฉันก็มีโอกาสได้อภิปรายไปแล้ว ยกตัวอย่างเช่น งบประมาณของกระทรวงมหาดไทย อย่างเช่นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง โคกหนองนา หมู่บ้านทฤษฎีใหม่ แต่ถ้าเราไปดูไส้ในของตัวโครงการจริง ๆ เราจะพบว่าเนื้อหาเหมือนกัน ตัวชี้วัดเหมือนกัน แค่เปลี่ยนที่ตัวเลขแค่เปลี่ยนไส้ในแค่เล็กน้อยเท่านั้นเองนะคะ ดังนั้นแล้ว เรื่องเหล่านี้มันทำให้เห็นถึงปัญหาของการจัดสรรงบประมาณอย่างมาก ที่สำคัญ พอเรามานั่ง Check ดี ๆ เราพบว่าหลายหน่วยงานถึงแม้จะตั้งงบประมาณมาที่คล้ายคลึงกัน แต่ขาดการบูรณาการร่วมกัน ดังนั้นจึงทำให้การตรวจสอบการจัดสรรงบประมาณ หรือว่าการใช้งบประมาณว่าตรงตามวัตถุประสงค์ หรือว่าตัวชี้วัดหรือเปล่าเป็นไปได้ อย่างค่อนข้างยาก ก็ฝากประเด็นเรื่องนี้เอาไว้นะคะ

อีกเรื่องหนึ่งที่ดิฉันคิดว่าสำคัญไม่แพ้กัน แล้วก็เข้าใจว่าก็ถูกพูดถึงมาแล้ว ในหลาย ๆ ครั้งรวมถึงในเล่มรายงานนี้ด้วยเช่นเดียวกันนะคะท่านประธาน ก็คือเรื่องของ การจัดทำเอกสารงบประมาณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอกสารที่ถูกส่งเข้ามาในห้อง อนุกรรมาธิการ ตัวห้องอนุกรรมาธิการมีเวลาในการเปิดดูเล่มงบประมาณรายละเอียดต่าง ๆ จริง ๆ น้อยมาก ๆ บางวันคือเราดูกันหน้างานเลยจริง ๆ นะคะ ในการพิจารณางบประมาณ ๑๐๐ กว่าหน้าแค่เพียงเวลาไม่กี่นาที หรือบางหน่วยงานทำเอกสารมา แต่ว่าไม่มีรายละเอียด ให้เราในการพิจารณาเนื้อหาสาระของการจัดทำโครงการนั้น ๆ ดังนั้นแล้วดิฉันคิดว่า เรื่องเหล่านี้ก็ควรที่จะต้องถูกปรับปรุงแก้ไขด้วยนะคะ

ท้ายที่สุดค่ะ ดิฉันก็ขอสนับสนุนการจัดทำรายงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้ แล้วก็หวังว่าข้อเสนอแนะต่าง ๆ ของเล่มรายงานคณะกรรมาธิการชุดนี้จะถูกนำมาปรับใช้ ในการจัดสรรงบประมาณในปีถัด ๆ ไปค่ะ เพื่อให้ช่วยกันปลดล็อกข้อจำกัดในเชิงโครงสร้าง ที่ถูกยึดติดกันมาอย่างยาวนาน ดิฉันเชื่อว่า ณ วันนี้ข้าราชการไทยทำงานแบบ Routine แล้ว แต่ว่าเราไม่จำเป็นที่จะต้องจัดสรรงบประมาณแบบ Routine เช่นเดิมค่ะ ขอบพระคุณค่ะ