อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เสนอร่างพระราชบัญญัติโรงงานฉบับแก้ไขเพื่อแก้ปัญหาความปลอดภัยและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็กที่ไม่มีจรรยาบรรณ โดยชี้ให้เห็นช่องว่างของกฎหมายเดิมที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง เช่น โรงงานพลุระเบิด และเรียกร้องให้สภาพิจารณาปรับปรุงกฎหมายให้มีบทลงโทษที่เข้มงวดขึ้น อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ชี้ช่องว่างกฎหมายที่ให้ผู้ประกอบการปล่อยน้ำเสียและอากาศเสียโดยได้รับโทษปรับเพียงเล็กน้อย แต่ได้กำไรจากการไม่บำบัดของเสียมากกว่าค่าปรับ จึงเสนอให้แก้ไขกฎหมายเพื่อปิดช่องโหว่ดังกล่าว อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ชี้ให้เห็นปัญหาการจัดการกากของเสียอันตรายที่ผิดกฎหมายซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน โดยเรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายเพื่อให้อำนาจเจ้าหน้าที่ฟ้องร้องดำเนินคดีทางแพ่งได้รวดเร็วขึ้นเพื่อบริจาคเงินเยียวยาผู้เสียหาย อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เสนอร่างแก้ไขพระราชบัญญัติ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ผมขออนุญาตท่านประธานได้เสนอร่าง ถึงแม้ว่าสภาของเราวันนี้จะบรรยากาศไม่ค่อยปกติก็เงียบเหงาสักนิดหนึ่ง แต่ว่าก็ต้องทำหน้าที่ ของเราไปจนวินาทีสุดท้าย แต่ว่าวันนี้กฎหมายที่ผมเสนอเป็นกฎหมายที่เราได้เสนอเข้ามาสู่ สภาผู้แทนราษฎรมาเป็นระยะเวลาหลายเดือนแล้ว แล้วก็วันนี้ได้เข้าสู่ระเบียบวาระ การพิจารณา ถ้าจะมีเหตุการณ์อุบัติเหตุทางการเมืองก็น่าเสียดาย เพราะว่าร่างพระราชบัญญัติ โรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นี้เป็นความตั้งใจที่จะยกระดับการดูแลพี่น้องประชาชนให้มี ความปลอดภัยจากผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมที่ไม่มีจรรยาบรรณ ที่ประกอบการ โรงงานแล้วเป็นภาระทางด้านสิ่งแวดล้อม แล้วก็เกิดผลกระทบกับพี่น้องประชาชน ผมเอง ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็เป็นประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเมื่อ ๒ ปีที่แล้วได้มีโอกาสทำหน้าที่ตรงนี้ก็เห็นปัญหาของอุตสาหกรรมไทย ที่เราคิดว่าได้สร้างผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม แล้วก็ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของ พี่น้องประชาชน เมื่อเราทำหน้าที่ในฐานะกรรมาธิการแล้วเราก็ได้มีการศึกษาแล้วก็เสาะหา ข้อเท็จจริงจนได้ข้อสรุปว่าปัญหาส่วนหนึ่งนอกจากปัญหาที่เกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐในการปฏิบัติ หน้าที่แล้ว ปัญหาที่ ๒ ที่สำคัญก็คือเรื่องของกฎหมายที่ยังเป็นช่องว่างให้ผู้ประกอบการ โรงงานอุตสาหกรรมที่ไม่มีจรรยาบรรณได้ใช้ช่องว่างของกฎหมายนี้ในการละเมิดกฎหมาย สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แล้วก็สร้างผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของพี่น้องประชาชน ผมเองพร้อมด้วยคณะจึงได้ร่วมกันเสนอแก้ไขร่างพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขึ้นมาเสนอต่อท่านประธานให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้พิจารณาแก้ไขปรับปรุง ร่างพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ อยากจะนำเรียนท่านประธานถึงเหตุผลที่จะต้องมีการแก้ไขร่างดังกล่าว ขออนุญาตท่านประธานได้ดำเนินการตามข้อบังคับการประชุมสภา ขออนุญาตได้ชี้แจง เหตุผลในการปรับปรุงร่างที่ได้เสนอให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้พิจารณา โดยที่ภายหลัง ประกาศบังคับใช้พระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๕๖๒ และร่างพระราชบัญญัติ โรงงาน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ พบว่ายังคงมีบัญญัติบางประการไม่เหมาะสม และไม่สอดคล้อง กับสภาพการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะการควบคุมการประกอบกิจการขนาดเล็กที่มีความเสี่ยง และมีความเป็นอันตรายโดยสภาพของสถานประกอบการนั้น รวมทั้งข้อจำกัดเกี่ยวกับ อำนาจในการกำกับดูแลเอกชนที่เป็นผู้รับผิดชอบในพื้นที่เขตประกอบการอุตสาหกรรม ข้อจำกัดของหน่วยงานเฉพาะที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในการแก้ไขปัญหาเฉพาะเรื่องที่ สำคัญทางด้านสิ่งแวดล้อม ข้อจำกัดในการใช้มาตรฐานบังคับทางการปกครอง ข้อจำกัด เกี่ยวกับหลักประกันในการนำมาเยียวยาและฟื้นฟูความเสียหายหรือผลกระทบที่เกิดขึ้นจาก การประกอบกิจการโรงงาน ข้อจำกัดเกี่ยวกับหน้าที่ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ข้อจำกัดเกี่ยวกับบทกำหนดโทษทางอาญาในการลงโทษผู้กระทำความผิด ดังนั้นสมควร ต้องแก้ไขเพิ่มเติมการกำหนดจำพวกของโรงงาน การกำหนดความรับผิดทางแพ่ง การกำหนด หน้าที่ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม การกำหนดอำนาจในการกำกับดูแลในพื้นที่ เขตประกอบการอุตสาหกรรม การกำหนดให้มีการใช้มาตรฐานบังคับทางปกครอง ที่เหมาะสม การกำหนดให้ต้องจัดทำประกันภัย รวมถึงเพิ่มบทกำหนดโทษอาญาให้สูงขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ อันนี้คือหลักการและเหตุผลที่ได้นำเรียนท่านประธาน ให้เพื่อนสมาชิกได้รับทราบถึงความจำเป็น ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างที่ผมได้นำเรียน ท่านประธานถึงเหตุผลในการปรับปรุงร่างกฎหมายตรงนี้ ท่านประธานคงได้ยิน เมื่อไม่กี่สัปดาห์นี้เราก็ได้เห็นโรงงานพลุระเบิด จริง ๆ โรงงานพลุระเบิดเมื่อ ๒-๓ สัปดาห์ ที่ผ่านมาไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ เมื่อปีที่แล้วก็ระเบิดมาแล้วครั้งหนึ่งก็เสียชีวิตไป ๑๐ กว่าราย เมื่อไม่กี่วันนี้อาจจะไม่เป็นข่าวดังเพราะว่ามีข่าวอื่นดังกว่าแต่ว่าก็เสียชีวิตเยอะ โรงงานพลุ ชื่อว่าโรงงาน แต่ท่านประธานทราบไหมว่าไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติโรงงาน เพราะว่าตัวร่างพระราชบัญญัติโรงงานกำหนดให้เป็นโรงงานจะต้องมีแรงม้า ๕๐ แรงม้า หรือใช้คนมากกว่า ๕๐ คนขึ้นไปถึงจะต้องเข้าข่ายเป็นตัวโรงงานที่จะต้องขออนุญาตจาก กระทรวงอุตสาหกรรมหรือกรมโรงงาน หรืออุตสาหกรรมจังหวัด โรงงานพลุที่ระเบิดขึ้น ก็ไปขออนุญาตเฉพาะที่อำเภอ ซึ่งจะต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. วัตถุระเบิด แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ความเชี่ยวชาญของหน่วยงานทางปกครองก็ไม่เหมือนกับทางกระทรวงอุตสาหกรรมที่เรามี ผู้เชี่ยวชาญในการควบคุม ในการออกแบบ ตรวจสอบเรื่องของกระบวนการผลิต เรื่องของ การออกแบบการก่อสร้างโรงงาน ซึ่งจะต้องมีความปลอดภัย มีความรอบคอบรัดกุม ตามหลักวิชาชีพทางด้านวิศวกรรม แต่ พ.ร.บ. ตัวนี้ผมคิดว่ามีความจำเป็นที่เราจะต้องเอามา ควบคุมตัวโรงงานขนาดเล็กที่ไม่เข้าข่ายตัว พ.ร.บ. โรงงานในปัจจุบัน ฉะนั้นก็ต้องอาศัย การแก้กฎหมายนี้เพื่อเพิ่มอำนาจให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมนั้นจะได้ ออกกฎกระทรวงในการที่จะประกาศให้โรงงานที่มีแรงม้าต่ำกว่า ๕๐ แรง หรือคนน้อยกว่า ๕๐ คน เข้าข่ายเป็นโรงงานที่จะต้องขออนุญาตจากทางกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิด การควบคุม การตรวจสอบเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ยกตัวอย่างเช่นโรงงานพลุเราก็ได้มีการ สอบข้อเท็จจริงกรณีโรงงานพลุระเบิดที่จังหวัดสุพรรณบุรี ก็ได้ข้อสรุปว่ากระบวนการในการ ผลิตพลุมันมีเหตุที่น่าสงสัยว่าจะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยเกิดขึ้น ซึ่งถ้าอุตสาหกรรมจังหวัด หรือกรมโรงงานอุตสาหกรรมเข้าไปตรวจสอบโรงงานพลุได้ อุบัติภัยหรือเหตุเศร้าสลดที่มี คนเสียชีวิตจากพลุระเบิดก็จะไม่เกิดขึ้น ฉะนั้นเราคิดว่าสิ่งที่จำเป็นก็คือการกำหนดนิยามของ โรงงานให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยอาศัยการแก้กฎหมายฉบับนี้เพิ่มอำนาจให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรมในการประกาศกฎกระทรวงออกมา
ส่วนที่ ๒ ก็คือในส่วนของการกำหนดโทษ ที่ผ่านมาท่านประธานทราบไหมว่า โรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ เมื่อมีการละเมิดกฎหมายปล่อยน้ำเสีย ปล่อยอากาศเสียออกมา หรือส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือประกอบกิจการส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย ของพี่น้องประชาชนโทษทางอาญาเมื่อถึงเวลาดำเนินการก็ส่งเรื่องไปที่กระทรวง หรือที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมก็จะมีคณะกรรมการเปรียบเทียบปรับ โทษอาญาก็ไม่ได้เป็น โทษจำคุกจริง ถึงเวลามาก็มีเงินปรับ เมื่อปรับเสร็จก็ถือว่าโทษอาญาก็เป็นการยกเลิกไป อันนี้เป็นช่องว่างทางกฎหมายทำให้ผู้ประกอบการที่ไม่มีจรรยาบรรณยอมที่จะเสียค่าปรับ เพราะอะไรครับ เพราะว่าผลประโยชน์ที่ได้จากการไม่บำบัดของเสียหรือกากจากโรงงาน อุตสาหกรรมอย่างถูกต้องมันมีกำไรกับธุรกิจของเขามากกว่า ยกตัวอย่างเช่นเมื่อปีที่แล้ว หรือ ๒ ปีที่แล้ว คณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรมลงพื้นที่ไปโรงงานแห่งหนึ่งมีการ ปล่อยน้ำเสียออกสู่พื้นที่สาธารณะ ท่านประธานทราบไหมดำเนินคดีอาญาไปก็ไป เปรียบเทียบปรับ เปรียบเทียบปรับเสียเงินไม่กี่แสน แต่โรงงานอุตสาหกรรมแห่งนี้ จากการศึกษาทราบว่าสามารถประหยัดต้นทุนที่ไม่ต้องบำบัดน้ำเสียเดือนหนึ่งล้านกว่าบาท ประหยัดค่าเคมี ประหยัดค่าคน ประหยัดค่าไฟ ประหยัดค่าบำรุงรักษาเครื่องในการบำบัด น้ำเสียหรือ Water Treatment เดือนหนึ่งล้านกว่าบาท ปีหนึ่งประหยัดไป ๑๐ กว่าล้านบาท ทำมา ๕ ปี ประหยัดไป ๖๐-๗๐ ล้านบาท แต่เสียค่าปรับแค่ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ปลาตาย ต้นไม้ตาย แต่ว่าปรับ ๓๐๐,๐๐๐ บาท แต่ได้กำไรไป ๖๐-๗๐ ล้านบาท นี่คือช่องว่างทางกฎหมายที่คณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรมคิดว่า มีความจำเป็นที่จะต้องอุดช่องโหว่ตรงนี้
ส่วนที่ ๓ ก็คือความรับผิดชอบในส่วนของทางแพ่งที่จะต้องมีการปรับปรุง ท่านประธานคงจะได้ยินข่าวว่าที่ผ่านมามีโรงงานแห่งหนึ่งที่รับกำจัดกากของเสียที่เป็น อันตรายหรือที่เราเรียกว่า ๑๐๑ แล้วก็ ๑๐๖ ซึ่งเป็นโรงงานประเภทกำจัดกากของเสีย อุตสาหกรรมหรือโรงงาน Recycle ที่ผ่านมามีการกระทำการผิดกฎหมายหลายอย่าง มีการเผาทำลายอย่างผิดวิธี มีการฝังกลบอย่างผิดวิธี แล้วก็มีการดำเนินการในการกำจัด กากของเสียอย่างผิดวิธี ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ที่จังหวัดราชบุรีของกระผมมีโรงงาน แห่งหนึ่ง ท่านประธานทราบไหมครับ มีการฝังกลบหรือ Landfill อย่างผิดวิธี ทุกวันนี้ น้ำบาดาล น้ำผิวดินใช้ไม่ได้เลย เพราะอะไรครับ เพราะว่าขยะพิษที่ไปฝังกลบอย่างผิดวิธี ไม่สามารถที่จะไปกำจัดได้ ตอนนี้อยู่ใต้ดินคาดว่าน่าจะมีปริมาณหลายหมื่นตันหรืออาจจะถึง แสนตันด้วยซ้ำ สารพิษเหล่านี้หรือ Solvent เหล่านี้ก็ซึมไปที่น้ำบาดาล ไปน้ำผิวดิน พี่น้อง ประชาชนก็เดือดร้อนมาก ถามว่าวันนี้กรมควบคุมมลพิษไปฟ้องร้องใช้ระยะเวลา ๑๐ กว่าปี เกือบ ๒๐ ปี ล่าสุดบางแห่งมีการเผาทำลายกากของเสียอุตสาหกรรม ส่งผลกระทบต่อ อากาศ แต่กว่าจะดำเนินคดีได้ ๑๐ กว่าปี ๒๐ ปี ที่จะบังคับคดีทางแพ่งได้ แต่กฎหมาย ฉบับนี้จะมีการแก้ไขกฎหมายให้อำนาจเจ้าหน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรมในการฟ้อง เรียกร้องทางแพ่งในการดำเนินคดีอาญาให้อำนาจอัยการมากขึ้นในการที่จะดำเนินคดี ทางแพ่งเพื่อเอาเงินจากผู้ประกอบการมาเยียวยาพี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงที ได้อย่าง สมเหตุสมผล อันนี้คือสิ่งที่อยากจะนำเรียนท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกถึงความจำเป็น ในการแก้ไขกฎหมายตัวนี้
สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือเรื่องของการบังคับให้ผู้ประกอบการ บางประเภท ผมย้ำว่าบางประเภทจะต้องทำประกันภัย ที่ต้องทำประกันภัยเพราะว่าเวลา มีปัญหาผู้ประกอบการเมื่อเวลาฟ้องร้องทางแพ่งแล้วก็ฟ้องล้มละลาย ถึงเวลาก็ไม่รู้จะไป เรียกร้องจากใคร ศาลตัดสินมา อย่างล่าสุดตัดสินมาให้จ่ายค่าเยียวยา ๕๐๐ ล้านบาท ยังไม่รู้เลยว่าจะไปเอาจากใครเพราะผู้ประกอบการก็อาจจะล้มหายตายจากไปแล้ว เพราะว่า ดำเนินคดีมา ๑๐ กว่าปี เกือบ ๒๐ ปี แล้วถามว่าจะไปเอากับใคร การที่ไม่ได้ให้อำนาจ อย่างชัดเจนก็ทำให้เกิดความเสียเวลา เกิดความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้น ฉะนั้นการแก้กฎหมาย ตรงนี้จะให้โรงงานบางประเภทจะต้องทำประกันภัยจากบริษัทประกันภัย ซึ่งเมื่อเวลา มีปัญหาเมื่อเจ้าหน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรมได้ให้ความเห็นว่าเกิดผลกระทบ แล้วมีหลักฐานที่ชัดเจน บริษัทประกันภัยก็ต้องสามารถจ่ายเงินประกันให้กับผู้ได้รับ ผลกระทบก็คือพี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงที จากเหตุผลที่ผมได้นำเรียนท่านประธานมาหลาย ๆ เรื่องจึงเป็นที่มาของการที่จะต้อง ยื่นแก้ไขร่างพระราชบัญญัติโรงงานที่ได้นำเสนอท่านประธานไปก็มีหลักใหญ่ใจความ ประมาณ ๔ ประเด็นด้วยกัน ส่วนการแก้กฎหมายเราก็มีการยื่นแก้ในหลายมาตรา จึงขอให้ ทางเพื่อนสมาชิกได้ให้การสนับสนุนร่างพระราชบัญญัตินี้เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ในการที่จะควบคุมดูแลผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมให้อยู่ในมาตรฐานการทำงาน แล้วก็ กำจัดผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมที่ไม่มีจรรยาบรรณให้ไม่ทำผลกระทบกับพี่น้อง ประชาชน ได้มีการดำเนินคดีทั้งอาญาและทางแพ่งอย่างทันท่วงที จึงขออนุญาต ท่านประธานได้นำเสนอร่างพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มาให้ท่านประธาน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาในวันนี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ