ปารมี ไวจงเจริญ อภิปรายผลการปฏิบัติงานของ กสม. โดยเรียกร้องเร่งออก พ.ร.บ. รับรองอัตลักษณ์ทางเพศเพื่อคุ้มครองสิทธิผู้มีความหลากหลายทางเพศ พร้อมทั้งหารือเรื่องสิทธิเด็ก ชื่นชมรายงานสถิติความปลอดภัย และเสนอให้ร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการออกแบบหลักสูตรว่ายน้ำมาตรฐาน เพื่อลดสถิติการจมน้ำเสียชีวิต รวมถึงกรณีนักเรียนกัมพูชาที่ถูกจับในโรงเรียนไทย โดยขอบคุณ กสม. ที่ออกแถลงการณ์ปกป้องสิทธิเด็กและเรียกร้องให้ทำงานเชิงรุกมากขึ้นในการแยกเด็กออกจากความขัดแย้ง
กราบเรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ปารมี ไวจงเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ดิฉันขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายผลการปฏิบัติงานของ กสม. หรือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยเฉพาะดิฉันจะขออภิปรายสัก ๒-๓ ประเด็น เป็นผลในด้านการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน ปี ๒๕๖๗ ในเล่มสีชมพูอมฟ้า ที่แจกอยู่บนโต๊ะของทุกท่าน
ในประเด็นแรกดิฉันขอพูดเกี่ยวกับเรื่องสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศ ที่ กสม. ได้ประเมินสถานการณ์มา แล้วก็อยากจะฝากข้อสังเกตท่านประธานไปถึง ท่านผู้บริหาร กสม. อันนี้ก็เนื่องมาจากว่าตัวดิฉันเองก็เป็นหนึ่งในผู้มีความหลากหลายทางเพศ เป็นบุคคลข้ามเพศ ในประเด็นที่ดิฉันอยากจะขอฝากเป็นข้อสังเกตถึงท่านประธาน ไปยัง กสม. ก็คือในเรื่องเกี่ยวกับพระราชบัญญัติรับรองอัตลักษณ์ทางเพศและคำนำหน้านาม ซึ่งทาง สส. อดีตพรรคก้าวไกล ของดิฉันซึ่งปัจจุบันคือ พรรคประชาชนก็คือคุณธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ได้เคยเสนอเข้าสู่สภาไป แต่ว่าก็ไม่ผ่านมติไป แล้วตอนนี้ในรายงานของ กสม. ก็ได้เขียนมาว่ากระทรวง พม. กำลังจัดทำร่าง พ.ร.บ. ฉบับใหม่อยู่ ซึ่ง พ.ร.บ. ฉบับนี้ดิฉันว่า มีความสำคัญมากต่อตัวดิฉันเองซึ่งเป็นบุคคลข้ามเพศ แล้วก็ต่อบุคคลข้ามเพศอีกมากมาย ในประเทศไทยที่กำลังรอ พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่จะมาเติมเต็มความเป็นคนข้ามเพศของเขา อย่างสมบูรณ์ เติมเต็มคุณค่าต่าง ๆ ที่ถูกลดทอนไป ก็อยากฝากถึง กสม. ให้ช่วยประสานทาง กระทรวง พม. ให้เร่งออก พ.ร.บ. ฉบับนี้มา เพราะว่าในตอนนี้ พ.ร.บ. รับรองอัตลักษณ์ ทางเพศและคำนำหน้านามของพรรคประชาชน จริง ๆ เราก็ร่างไว้เรียบร้อยแล้ว แล้วก็ ของทุก ๆ พรรคจริง ๆ เราก็ร่างไว้แล้ว รอฉบับของกระทรวง พม. ซึ่งจะเสนอผ่านรัฐบาลอยู่
อีกประเด็นหนึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิทธิเด็กค่ะ ดิฉันขอชื่นชมทาง กสม. ที่ทำสถิติและรายงานสถานการณ์เกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัย ในชีวิตของเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะในเรื่องเหตุการณ์รถบัสไฟไหม้ ถนนวิภาวดีรังสิต เป็นรถบัส ทัศนศึกษา จากจังหวัดอุทัยธานี เมื่อตุลาคม ปี ๒๕๖๗ ทาง กสม. ก็บรรจุลงมาในรายงานซึ่งดิฉัน ก็ขอชื่นชมเพราะว่าเป็นเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดไปยังไม่ถึง ๑ ปี แต่ดิฉันหวังว่าจากรายงาน ที่ กสม. ให้มานี่จะนำไปสู่การผลักดันให้เกิดทางแก้ไข วิธีแก้ไขที่เป็นรูปธรรม เป็นขั้นเป็นตอนของทั้งกระทรวงศึกษาธิการ ทั้ง กสม. ด้วย แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างเรื่องรถก็จะต้องเกี่ยวข้องกับการตรวจสภาพรถ มาตรฐานรถ ซึ่งจะเกี่ยวพันกับ ทั้งกระทรวงคมนาคม แล้วก็องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อยากจะให้ กสม. ผลักดันเรื่องนี้ ให้เป็นรูปธรรมออกมา
อีกประเด็นหนึ่งที่ดิฉันอยากจะฝากข้อสังเกตไปถึง กสม. ก็อยู่ในรายงาน ประเมินสถานการณ์ของ กสม. เล่มนี้เกี่ยวกับสิทธิเด็กคือกรณีสถิติการจมน้ำเสียชีวิตของเด็ก และเยาวชน ดิฉันดูจากสถิติในเล่มที่ทาง กสม. ส่งมาว่าสถิติเด็กจมน้ำในรอบ ๑๐ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๕๖-๒๕๖๖ ลดลง แต่ดิฉันก็มีความหวังว่า กสม. จะทำงานร่วมกับ กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สถิติเด็กจมน้ำเหลือเป็น ๐ ในอนาคต อันใกล้ ดิฉันอยากเห็นข้อเสนอแนะของ กสม. ที่ชัดเจนเป็นรูปธรรมว่าเราจะทำอย่างไร จะประสานความร่วมมือของหน่วยงานทุกหน่วย ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงศึกษาธิการ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็รวมถึงทาง กสม. ด้วยที่จะออกแบบหลักสูตร การเรียนว่ายน้ำหรือวิชาการเอาตัวรอด รวมไปถึงต้องจัดหาสิ่งจำเป็น ถ้าเกิดเราจะมี การบรรจุวิชานี้ขึ้นมาในหลักสูตรการเรียนการสอนของเด็กไทย จะต้องมีสิ่งจำเป็นพื้นฐาน เช่น ต้องมีสระว่ายน้ำที่มีมาตรฐาน มีครู มี Coach ต่าง ๆ ที่มีมาตรฐาน และมีงบประมาณ รองรับเพื่อสอนให้เด็กไทยว่ายน้ำแล้วสถิติเด็กจมน้ำเสียชีวิตจะหมดไป ฝากทาง กสม. ตรงนี้ ไว้ด้วย
อีกประเด็นหนึ่ง เป็นประเด็นสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อเช้านี้เอง เกี่ยวกับกรณี นักเรียนกัมพูชาที่ถูกจับคาชุดลูกเสือ ชุดนักเรียนซึ่งเป็นชุดลูกเสือและถูกจับในโรงเรียนไทย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ดิฉันเสียใจมาก แล้วก็เป็นเหตุการณ์สะเทือนใจของผู้ที่ทำงานด้านสิทธิเด็ก ทั่วทั้งโลกเลยก็ว่าได้ แต่ดิฉันต้องขอขอบคุณ กสม. ที่ได้ร่วมประสานงานกับกระทรวง พม. และกระทรวงศึกษาธิการตั้งแต่ต้น แล้วก็เมื่อสักชั่วโมงกว่า ๆ กสม. ก็ออกแถลงการณ์ ยืนยันในสิ่งที่ถูกต้อง ยืนยันบนหลักการเพื่อรักษาสิทธิเด็ก ปกป้องคุ้มครองเด็ก ดิฉันต้อง ขอขอบคุณ กสม. อย่างยิ่ง และขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวง พม. ทุกหน่วยงาน และดิฉันขอเป็นกำลังใจให้ กสม. ยืนหยัด ในการรักษาสิทธิเด็ก เป็นกำลังใจให้กับสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และหน่วยงานรัฐ รวมถึงผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับสิทธิเด็กทุกคน ในชั่วโมงนี้ต้องพูดอย่างเดียวว่าต้องให้กำลังใจ แก่ผู้ที่ทำงานด้านสิทธิเด็กอย่างเต็มร้อย ดิฉันขอเป็นกำลังใจจริง ๆ เป็นกำลังใจมาก ๆ และอยากจะขอข้อสังเกตฝากท่านประธานไปถึงผู้บริหาร กสม. สักเล็กน้อยว่า จากกรณี ที่เกิดเหตุในวันนี้ และในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาที่มีการละเมิดสิทธิเด็ก สิทธิสตรี และสิทธิ ผู้มีความหลากหลายทางเพศ จากกรณีความขัดแย้งระหว่างประเทศของไทย-กัมพูชา ดิฉันว่าเป็นจุดที่ทำให้ กสม. ต้องหันมาคิดทบทวนบางเรื่อง บางที กสม. อาจจะต้องทำงาน เชิงรุกให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นว่าต้องทำงานสร้างความเข้าใจ ในเรื่องความสำคัญของสิทธิเด็ก ในการปกป้องรักษาสิทธิเด็ก แยกเด็กออกมาจาก ความขัดแย้งทุกประเภท และทำงานเชิงรุกเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนทุกมิติ รวมถึงในประเด็น การเห็นความสำคัญของสันติภาพ ณ ชั่วโมงนี้ สันติภาพมันเลือนรางไปมาก ก็อยากฝาก เป็นข้อสังเกตว่า กสม. ควรทำงานเชิงรุกและจินตนาการใหม่ ๆ ในการปกป้องสิทธิเด็ก และสิทธิมนุษยชนของคนทุกกลุ่ม จากกระแสความขัดแย้งที่เชี่ยวกรากในวันนี้ ก็ขอขอบคุณ ท่านประธาน ณ ที่นี้ด้วย ขอบคุณค่ะท่านประธาน