แนน ยื่นญัตติด่วนขอตั้ง กมธ.วิสามัญ พิจารณา MOU 43-44 ไทยกัมพูชา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๘

แนน บุณย์ธิดา สมชัย ยื่นญัตติด่วนเพื่อขอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาบันทึกความเข้าใจ MOU 43 และ MOU 44 ระหว่างไทยและกัมพูชา โดยเน้นย้ำถึงปัญหาชายแดนที่เกิดขึ้นและเรียกร้องให้ศึกษาทั้งด้านกฎหมายและผลกระทบต่อนักวิชาการประชาชน เพื่อให้นำผลการศึกษาไปประกอบการตัดสินใจ แนน บุณย์ธิดา สมชัย ระบุว่า MOU ๔๓ และ ๔๔ ส่งผลต่อความมั่นคงและทรัพยากรธรรมชาติ โดยอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๘ ที่ประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจผ่านประชามติ เนื่องจากความไม่ชัดเจนของเส้นเขตแดนและการสูญเสียสิทธิในทรัพยากร ทำให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนขาดความไว้วางใจ แนน บุณย์ธิดา สมชัย หารือเรื่องสนธิสัญญาปี ๑๙๐๗ และพิธีสารปักปันเขตแดน โดยชี้ว่าประชาชนต้องได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้องเพื่อตัดสินใจ

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

เรียนท่านประธานที่เคารพ แนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย ต่อกรณีของการยื่นญัตติด่วนด้วยวาจา ในประเด็นเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาบันทึกความเข้าใจ MOU ๔๓ และ MOU ๔๔ ระหว่าง ประเทศไทยและกัมพูชา ในวันนี้ที่ทางพรรคภูมิใจไทยและเพื่อนสมาชิกอีกหลาย ๆ พรรค ในวันนี้ได้ยื่นญัตติเรื่องนี้ขึ้นมาค่ะ แน่นอนเหตุการณ์ที่ผ่านมาในช่วงใกล้ ๆ นี้พวกเราทราบ กันดีว่าเกิดอะไรขึ้น และพวกเราทราบกันดีว่ามีการพูดคุยกันอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นในที่ ของสภาแห่งนี้ ในห้องประชุมคณะกรรมาธิการต่าง ๆ ในสื่อ ในโลกออนไลน์มีการพูดคุย อย่างเปิดเผยค่ะ เปิดเผยก็คือไม่ว่าจะเป็นเหตุและผลหรือการสืบเนื่องของปัญหาที่อยู่ ชายแดนที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจาก MOU ๔๓ และ MOU ๔๔ หรือไม่ ข้อนี้ ถึงแม้ว่าจะมีการบอกว่าเราสามารถพูดคุยกันเรื่องนี้ในสภามาหลาย ๆ ชุดแล้ว พูดมา ใช้เวลาในระยะเวลามากกว่า ๒๐ ปีแล้ว ตั้งแต่มี MOU นี้เกิดขึ้นมา ทำไมในครั้งนี้เราถึงได้ ยื่นญัตติด่วนเพื่อให้พิจารณา เพื่อให้มีคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเรื่องนี้ขึ้นมาอีก เรื่องเป็นอย่างนี้ค่ะท่านประธาน สิ่งที่ตั้งใจของพรรคภูมิใจไทยอย่างชัดเจน เรายื่นเรื่องขึ้นมา อยากให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาทุก ๆ ด้านของ MOU ๔๓ และ MOU ๔๔ ศึกษาเพื่ออะไร ๑. ศึกษาและมีความเห็นของทั้งนักวิชาการ ทั้งฝ่ายกฎหมายในประเทศ ฝ่ายกฎหมายระหว่างประเทศ ตัวแทนพี่น้องประชาชนไม่ว่าจะเป็นภาคประชาชนเอง หรือกระทั่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเอง เข้าไปศึกษาในชั้นของกรรมาธิการวิสามัญ และนำ ผลศึกษานั้นมาให้พี่น้องประชาชนตัดสินใจในชีวิตของเขาด้วย คำนี้หมายถึงอะไร หมายถึงว่า ทางพรรคภูมิใจไทยของเราเองนั้น เราอยากให้การศึกษา MOU นี้ ให้พี่น้องได้อ่านได้ชัดเจน

แล้วก็สืบเนื่องจากนี่ท่านประธานก็สอดคล้องกับอะไร สอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ในมาตรา ๑๗๘ ค่ะ เพราะว่าเรื่องของ MOU ๔๓ นั้น หลาย ๆ ท่าน จะบอกว่าเป็นเรื่องการพูดคุยของหลักเขตแดน เป็นการพูดคุยของการวัดพื้นที่ จัดทำแผนที่ ในเชิงของมีสันปันน้ำ แต่สิ่งที่เป็นปัญหาหนัก ๆ และเป็นปัญหาลึก ๆ ที่โดนลากมาเกี่ยวข้อง ของ MOU ๔๓ คือ MOU ๔๔ ที่เมื่อสักครู่ท่านสมาชิก ท่านชาดา ไทยเศรษฐ์ ขออภัย ที่เอ่ยนาม ท่านได้พูดถึงค่ะ นี่เกินกว่าเรื่องของความมั่นคงในประเทศ เรื่องความมั่นคง ระหว่างประเทศ แต่นี่คือผลประโยชน์ เราสามารถบอกได้ว่าตั้งแต่มีการเซ็น MOU ๔๔ ขึ้นมา เรายังไม่เคยมีการประชุมกันได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ไม่เคยมีบทสรุปเลยได้แม้แต่ครั้งเดียว ว่าเราจะกั้นเขต เราจะลากเส้นแบบไหน เราจะใช้เส้นมัธยะตัวไหน ประเทศของเราถือแผนที่ ๑ แบบ ทางประเทศกัมพูชาถือแผนที่อีก ๑ แบบ แบบนี้ค่ะท่าน ต่อให้ปีนี้เป็นปี ๒๕๖๙ ผ่านพ้นไปอีกข้างหน้า ๒๐ ปี เราก็คุยกันไม่จบค่ะท่านประธาน เพราะเส้นที่ลากไปนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องเขตแดนทางทะเลค่ะ เป็นเรื่องของผลประโยชน์ เรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งที่ดิฉันพูดต่อไปนี้ อย่างที่บอกค่ะ ทำไมถึงเกี่ยวข้อง รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ในมาตรา ๑๗๘ เพราะเรายืนยันว่า MOU ฉบับที่ ๔๔ นั้นยังไม่ได้มี การตกลงอะไรกันแม้แต่อย่างเดียว ยังไม่ได้มีการคุยกันแม้แต่อย่างเดียวว่าจะเดินหน้าจะถอย หลังอย่างไร ไม่ต้องไปเล่าถึงที่มาหรอกว่าที่มาใช้ระยะเวลาสั้นขนาดไหนในการเซ็น MOU ฉบับนี้ขึ้นมา แต่เราจะบอกว่าในขณะนี้เราอยากให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมและมีสิทธิ ตัดสินใจในชีวิตของเขาด้วยในปัจจุบันและอนาคต รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๘ บอกไว้อย่างนี้ ค่ะ ทำไมพรรคภูมิใจไทยถึงบอกว่าเราอยากให้พี่น้องประชาชนทำประชามติเพื่อตัดสินใจ เพราะมีข้อนี้อยู่ค่ะ หนังสือสัญญาอื่น ในมาตรา ๑๗๘ วรรคสาม หนังสือสัญญาอื่นที่อาจมี ผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม หรือการค้า หรือการลงทุนของประเทศอย่าง กว้างขวางตามวรรคสอง ได้แก่ หนังสือสัญญาเกี่ยวกับการค้าเสรี เขตศุลกากรร่วมหรือการ ให้ใช้ทรัพยากรธรรมชาติ นี่ค่ะ คำนี้ต่อไปนี่ละค่ะ หรือทำให้ประเทศต้องสูญเสียสิทธิใน ทรัพยากรธรรมชาติทั้งหมดหรือบางส่วน นี่ค่ะท่านประธานแล้วมันก็ต่อเนื่องมาที่วรรคถัดมา วรรคสี่บอกว่าให้มีกฎหมายกำหนดวิธีการที่ประชาชนจะเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความ คิดเห็นและได้รับการเยียวยาที่จำเป็น อันเกิดจากผลกระทบของการทำหนังสือสัญญาตาม วรรคสาม นี่ค่ะท่านประธาน นี่คือสิ่งที่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ได้เขียนเอาไว้ ไม่ต้องย้อนไปถึง รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ค่ะ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ คือ ที่เกิดขึ้นมาในมาตรา ๒๔๔ อาจจะ เขียนไม่ชัด แต่ลักษณะเดียวกันและใกล้เคียงกัน แน่นอนค่ะท่านประธาน เราอยากให้เห็น เรา อยากให้ชัดเจน ถามว่าช่วงสัปดาห์ที่เกิดเหตุความไม่สงบในบริเวณชายแดน ดิฉันอยู่จังหวัด อุบลราชธานี เพื่อนสมาชิกดิฉันหลายคนอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่วันที่ ๒๔ ที่มีการปะทะกัน พวกเรา ขลุกอยู่ตรงนั้น ๒-๓ สัปดาห์ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ แน่นอนเพื่อนสมาชิก หลายท่านลุกขึ้นมาแล้วบอกว่าอยากให้ประชุมลับ เพราะด้วยความเป็นห่วง ห่วงอะไร ห่วง ว่าอารมณ์จะพาไป ดิฉันเข้าใจดีค่ะว่าทำไมถึงบอกว่าอารมณ์จะพาไป เพราะพวกเราขลุกอยู่ ในพื้นที่มากกว่า ๒ สัปดาห์ เราเข้าใจอารมณ์ของพี่น้องประชาชนที่อยู่บริเวณนั้น เราเข้าใจ อารมณ์และความรู้สึก เข้าใจอารมณ์ความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับพวกเขา แต่แน่นอน เมื่อวันที่เรา กลับมาทำหน้าที่ประชุม กลับมาทำหน้าที่ที่กรุงเทพมหานคร เราก็รับรู้ได้อีกเช่นกันค่ะว่า ความรู้สึกไม่เท่ากันค่ะ คนที่อยู่ตรงที่เกิดเหตุกับคนที่ติดตามสถานการณ์ผ่านหน้าจอ TV การไปเห็นหลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่าง ผ่านกับตาตัวเอง การไปลงอยู่ในพื้นที่ตลอดเวลาของ เพื่อน ๆ สมาชิกของพรรคภูมิใจไทยหลายคน ทำให้เราได้รู้ว่าพี่น้องประชาชน หลังจาก ที่เกิดเหตุมา เขาไม่มีความไว้วางใจในการอยู่อาศัย ในการทำมาหากิน ในการดำเนินชีวิต ต่อไปอีกทั้งปัจจุบันและในอนาคตต่อไปเพราะอะไรคะ เมื่อวานดิฉันก็ได้มีการให้สัมภาษณ์ไป ในประเด็นของญัตติเรื่อง MOU ๔๓ MOU ๔๔ ทำไมมันถึงเกี่ยวข้องกับชีวิตพี่น้องประชาชน ท่านประธานคะ คนเราเวลาเราอยากใช้ชีวิต เราก็อยากใช้ชีวิตที่เห็นความมั่นคงต่อไปจนถึง รุ่นลูกรุ่นหลาน ถามว่าในขณะนี้หน่วยงานราชการของเราเองก็ยังมีความเห็นแย้งในบางเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการใช้เรื่องของแผนที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเขตแดน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวิธีการ วัดระยะ สิ่งที่เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ท่านไชยชนกท่านได้พูดไว้ ได้ให้สัมภาษณ์เอาไว้ ท่านก็บอกว่า การที่จะนำไปสู่การยกเลิก MOU ๔๓ MOU ๔๔ นั้น ไม่ใช่อยู่ดี ๆ เราเสนอ เรื่องขึ้นมาในสภาและให้พวกเราโหวตกันค่ะ ไม่พอค่ะท่านประธาน จะให้พวกเราทั้งหมด ๔๙๒ คน ลงมาโหวตที่เป็นผลกระทบกับพี่น้องประชาชนทั้งหมด ๖๗ ล้านคนทั้งประเทศ เป็นไปไม่ได้ค่ะสิ่งที่จะชอบธรรมที่สุดก็คืออย่างน้อย ๆ ๑. เราตั้งกรรมาธิการในวันนี้ไปศึกษา ไปพิจารณาเราเสนอเลย กรรมาธิการท่านไหนที่มีความรู้ด้านไหน แต่ดิฉันพูดไปก่อนหน้านี้ แล้วให้เข้ามาพิจารณาและให้พี่น้องประชาชนเป็นคนตัดสินใจในประเด็นนี้ และอย่างที่บอก ท่านไชยชนกบอกไว้แล้วว่าถึงแม้ว่าเราเสนอยกเลิก MOU ๔๓ MOU ๔๔ ไปก็จริง แต่ไม่ได้ หมายความว่าเราจะล้างทุกสิ่งทุกอย่างออกไปทั้งหมด แน่นอนค่ะ เรายังมีเนื้อหาที่เราใช้ได้ เรายังมีในส่วนที่เรายังเคารพที่อยู่ในเนื้อหาขั้นตอนทั้งหมดของ MOU ๔๓ MOU ๔๔ เช่น อะไรบ้าง เช่นเรื่องนี้ค่ะท่านประธาน ดิฉันขออนุญาตอ่านเพื่อไม่ให้ผิด คือสิ่งที่เราควรจะ รักษาเอาไว้ หรือสิ่งที่เราควรจะมีต่อเพื่อไปต่อยอดในการพูดคุยกันในอนาคต เช่นเรื่อง อะไรบ้าง อนุสัญญาระหว่างสยามกับฝรั่งเศส ในเรื่องของการแก้ไขบทเพิ่มเติมแห่ง สนธิสัญญา ที่ลงวันที่ ๓ ตุลาคม รัตนโกสินทร์ศก ๑๑๒ หรือถ้าพวกเราที่ชอบประวัติศาสตร์ สนใจประวัติศาสตร์ ร.ศ. ๑๑๒ เราคุ้นดีว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศของเรา เราได้ลงนาม สนธิสัญญาด้วยสภาวการณ์ที่เราเสียเปรียบ ร.ศ. ๑๑๒ เกิดอะไรขึ้นบ้าง จะยาวไปกว่านี้ค่ะ ขณะนี้เป็นการถ่ายทอดสดด้วย ท่านที่สนใจท่านสามารถกดเข้าไปดูได้ว่าประเทศของเรา เกิดอะไรขึ้นในขณะนั้น และต่อจากนี้เป็นเรื่องของว่าด้วยดินแดนกับข้อตกลงอื่น ๆ ฉบับลงนาม ณ กรุงปารีส เมื่อ ๑๓ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร์ศก ที่ ๑๒๒ ก็คือตอนที่ คริสต์ศักราช ๑๙๐๔ หรือ ๑๙๐๔ อันนี้คือฉบับแรกที่เราบอกว่าได้ค่ะ เราไม่มีปัญหา เราสามารถคงไว้ได้ เพื่ออะไร เพื่อเป็นการคุยกันต่อไป

อันที่ ๒ สนธิสัญญาฉบับที่ ๒ ก็คือระหว่างสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินสยามกับ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส ฉบับลงนาม ณ กรุงเทพมหานคร เป็นเรื่องของพิธีสาร ว่าด้วยการปักปันเขตแดน ฉบับวันที่ ๒๓ มีนาคม หรือปี ๑๙๐๗ ค่ะ ก็บอกได้เลยค่ะ ว่าทั้ง ๒ ฉบับนี้ไม่ว่าจะเป็นปีของฉบับปีที่เราเซ็นไว้ สนธิสัญญาและอนุสัญญาในปี ๑๙๐๔ และปี ๑๙๐๗ นั้น เรายังใช้ประโยชน์ตรงนี้ได้ เราก็ใช้ต่อ เราไม่ได้บอกว่าสภาจะเสนอ ให้ล้างทั้งหมด เราบอกว่าเราอยากศึกษา อยากหาข้อมูล เพื่ออะไร เพื่อให้พี่น้องประชาชน ได้ตัดสินใจในชีวิตของเขาด้วย ให้เขาได้รู้ลึก ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะในขณะนี้ถึงแม้ว่า สภาเรา ถ้าวันนี้ไม่ได้พิจารณาหรือพิจารณาแล้วจะเป็นลับต่อไป เขาก็ยังได้ฟัง ฟังจากไหนคะ ท่านประธาน ใน TV ค่ะ รายการ TV ต่าง ๆ ใน YouTube ในทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ มีการพูดคุยเรื่อง MOU ๔๓ MOU ๔๔ นี้มาตลอด นับตั้งแต่วันที่มีการปะทะกันอย่างรุนแรง ที่บริเวณ ๔ จังหวัดชายแดน ท่านประธานคะ ต่อให้สภานี้จะบอกว่าหลังจากนี้ เราจะประชุมลับ อย่างไรก็แล้วแต่ ท่านก็ไปปิดปากสื่อข้างนอกไม่ได้หรอกค่ะ เพราะสื่อข้างนอกเขาก็ยังได้มี การพูดคุยกัน หยิบยกประเด็น ดีไม่ดีเรื่องบางเรื่อง ลึกมากกว่าที่เราพูดกันด้วยซ้ำ ลึกแล้วก็ เสริมความเห็นที่เป็นส่วนตัวเข้าไป ท่านประธานคะ MOU ๔๓ หลาย ๆ ท่านก็บอกไว้แล้วว่า มันมีบางส่วนที่ทางไทยเราเองก็อยากจะให้มีการแก้ไข แล้วมันก็มีบางส่วน เราเองนี่ล่ะที่ทาง ประเทศกัมพูชาเองก็มองว่าอาจจะเป็นปัญหาด้วย แต่ถามว่าในขณะนี้ทำไมเราประเทศไทย ราชอาณาจักรไทยของเรายังยึดถือ ยึดมั่น ถือกฎ ถือเกณฑ์ ถือระเบียบ ถือข้อตกลงอยู่ฝ่าย เดียวล่ะคะ อันนี้ดิฉันพูดได้นะคะ เพราะว่าราชการไทยเอง ได้ออกมาประกาศเองว่าได้มีการ ละเมิดข้อตกลง MOU ๔๓ มาตลอดระยะเวลา นับตั้งแต่การเซ็นมามากกว่า ๖๐๐ ครั้ง มากกว่า ๖๐๐ ครั้งนี้ตั้งแต่ก่อนการปะทะนะคะ ถ้านับตั้งแต่การปะทะมาดิฉันว่าอาจจะ มากกว่า ๑,๐๐๐ ครั้งไปแล้วด้วยซ้ำ และแน่นอนค่ะท่านประธานเกือบ ๑,๐๐๐ ครั้ง ดิฉันนับ ได้ว่าเป็น ๑,๐๐๐ ครั้ง ไม่ใช่เราเป็นคนละเมิดนะคะ แล้วทำไมเราถึงอยากจะไปยึดในสิ่งที่มี การละเมิดอยู่ตลอดเวลา ทำไมเราไม่คิดตั้งต้นคะ ตั้งต้นว่าอะไร ๑. ข้อแรกที่ไม่ว่าจะเป็น หน่วยเจรจาหน่วยไหนก็ตามแต่ จะต้องคิดค่ะ การรักษาอธิปไตยของชาติเรา คือเรื่องที่ สำคัญที่สุด ข้อแรก การรักษาเขตดินแดน การรักษาแผ่นดินของเรา การรักษาเขตแดนเพื่อให้พี่น้อง ประชาชนของเราได้อยู่อย่างถูกต้อง นั่นคือเรื่องแรกค่ะ เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ วันที่เกิดเหตุ ๒๔ กรกฎาคม สภาแห่งนี้มีการประชุมลับ ประชุมลับเพื่อคุยกันเรื่องการปะทะกัน ของเขตชายแดน วันนั้นวันแรกเลย เสียงปืนอาจจะยังดังไม่หลายนัด แต่หลังจากนั้นต้องบอก ว่านับไม่ถ้วน เมื่อกลายเป็นว่ามีว่านับไม่ถ้วนแล้ว วันนี้ทุกคนรับรู้ แต่อย่างน้อย ๆ เราอยาก ให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้อย่างหนังสือที่เป็นทางการค่ะ เราไม่อยากให้พี่น้องประชาชนได้ เกิดความสับสนว่าวันนี้ ทางฝ่ายความมั่นคงได้ยึดแนวเจรจาอีกแบบหนึ่ง ทางฝ่ายกระทรวง การต่างประเทศ ผู้มีหน้าที่เจรจาในเรื่องด้านความสัมพันธ์ต่าง ๆ กับทุกประเทศทั่วโลกนี้ ที่ไทยเรามีความสัมพันธ์ด้วยนั้น ยึดอีกแบบหนึ่ง พี่น้องประชาชนสับสนค่ะ เราอย่าลืมนะคะ ว่าบ้านพี่น้องประชาชนหลายคนอยู่ห่างจากเขตรั้วเขตแดนไม่ถึง ๑ กิโลเมตรนะคะ ท่านประธาน ๑ กิโลเมตรในทางกายภาพ เราเดินไปไกลค่ะ แต่ถ้ามองจากแผนที่ มันเล็กนิดเดียว เพราะฉะนั้นทำไมเราไม่กลับมาพิจารณาตัวนี้ใหม่ MOU นั้น ไม่ใช่สนธิสัญญาที่มีผลค่ะ เป็นการทำความเข้าใจกันระหว่าง ๒ ประเทศในเรื่องต่าง ๆ และมันเห็นได้ชัดค่ะ วันนี้เราไม่เข้าใจกันแล้วค่ะ พอเราไม่เข้าใจกันแล้ว ทำไมกลายเป็นเรา ฝ่ายเดียวที่ยังกอดเอาไว้อยู่ ทำไมยังเป็นเราฝ่ายเดียวที่ยังจะบอกว่ายึดเอาไว้ เพื่อที่จะไปนั่ง โต๊ะเจรจากันอีกในอนาคต อันนี้พูดเรื่องแค่เรื่อง MOU ๔๓ นะคะเรื่องเจรจาในอนาคต เรื่อง MOU ๔๔ ไม่ต้องพูดถึง เพราะเราไม่เคยคุยกันสักรอบเลย คุยกันไม่ได้เลยค่ะ แล้วสำคัญที่สุด MOU ๔๔ ง่ายที่สุดเลยค่ะ MOU ๔๔ นั้น ถ้าในอนาคตมีการประชุมร่วม เพื่อคุยกันประเด็นนี้อีกรอบหนึ่ง ง่ายที่สุดไม่ต้องใช้สภาเลยด้วยซ้ำ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๘ ในวรรคห้า ถ้ามันมีปัญหาใช้คำนี้นะคะ เมื่อมีปัญหาว่าหนังสือสัญญาใดเป็นกรณี ตามวรรคสองหรือวรรคสามหรือไม่ คณะรัฐมนตรีจะขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก็ได้ ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอ ท่านประธานคะ วรรคนี้นี่สั้นที่สุดเลยนะคะ สั้นที่สุดเลย ที่คณะรัฐมนตรีสามารถจะใช้ ช่องทางนี้ในการให้พิจารณาได้เลยว่า MOU ที่เราเซ็นไปที่เราจะคุยกันต่อไปในอนาคต มันเข้าไหมในวรรคสาม วรรคสี่ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๘ แล้วใช้เวลาสั้นมาก รัฐธรรมนูญ เขาตีกรอบไว้เลยว่าศาลรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาภายใน ๓๐ วัน ทำไมท่านไม่ใช้ข้อนี้คะ นับตั้งแต่การปะทะกันมาจนถึงวันนี้ หลาย ๆ ท่าน หลาย ๆ กูรูที่พูดกันในหน้า TV ค่ะ อาจจะบอกว่าปะทะกันในโซน MOU ๔๓ เพื่อหวังต่อยอดไป ในเรื่องของ MOU ๔๔ นี่ ก็น่าเป็นห่วง น่าเป็นห่วงว่าเราจะทำให้ทุกคนเข้าใจกันแบบนั้นโดยไม่คิดจะค้นคว้าหาคำตอบ เลยหรือคะ ว่าทำไมข้อพิพาทเรื่อง MOU ๔๔ มันถึงรุนแรงมาก ทำไมข้อพิพาทเรื่อง MOU ๔๔ มันถึงมีการพูดคุยกันมากว่าเป็นเรื่องของผลประโยชน์ทั้งนั้น ไม่ใช่เรื่องอธิปไตย ไม่ใช่เรื่องเขตแดน ไม่ใช่เรื่องการลากเส้น จะผ่าตรงกลางเกาะกูด หรือเว้าให้เกาะกูด หรือผ่าไปเลย หรือจะผ่าระหว่างตรงกลางเกาะกูด หรือเกาะกง เรื่องนั้นแทบจะเป็น เรื่องรองด้วยซ้ำ เพราะทั้งหมดท่านเปิดช่องไหนก็เจอ กด YouTube ที่พูดเรื่องนี้ ช่องไหน ก็พูดเรื่องเดียวกัน ทรัพยากรธรรมชาติที่อยู่กลางอ่าวไทย แล้วทำไม ผู้ที่จะมีหน้าที่ตั้งต้น ไปเจรจา เราอย่าพูดเรื่องคำว่าความสัมพันธ์เลยค่ะ เราต้องคิดไว้ในใจ ฝังอยู่ในใจของเรา เราคือคนไทย ไม่ว่าเราจะเจรจาอะไรก็ตามแต่ ประเทศเราต้องเป็นหลัก ราชอาณาจักรไทย ของเราต้องได้ประโยชน์ นี่คือสิ่งที่เป็นหลัก สิ่งที่ถูกต้อง มิใช่เพียงแต่บอกว่าเรามีหน้าที่เจรจา แล้วก็ไปเจรจาตามหน้ากระดาษที่ต้องไปคุยกัน วันนี้เดี๋ยวนัดประชุมเรื่องนี้ก็คุยกันแค่เรื่องนี้ วันพรุ่งนี้นัดประชุมอีกเรื่องหนึ่งก็คุยกันอีกเรื่องหนึ่ง ไม่ใช่ค่ะ อันนี้เราไม่ใช่คุยกัน เรื่องระหว่างกรม ระหว่างกระทรวงค่ะ เป็นการคุยกันเพื่อรักษาผลประโยชน์ของ ประเทศไทย วันนี้ทำไมพรรคภูมิใจไทยหลายท่านถึงไม่อยากให้ประชุมลับหลังจากนี้ เพราะเรา อยากเปิดเผยให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบว่าสิ่งที่เขาคิดเป็นอย่างไร ถูกต้องไหม ใช่ไหม เนื้อหาที่เขาพูดกันในโลกออนไลน์ต่าง ๆ นานา มันถูกหรือเปล่า วันนี้สมาชิกทุกท่านที่อภิปราย เรารับผิดชอบในคำพูดของเราทุกคนอยู่แล้ว และสิ่งที่เกิดขึ้น เราไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์อะไร เกิดขึ้นอีก แน่นอนว่าการปะทะกันเป็นสิ่งที่พวกเรารับไม่ได้ และหลายคนรับไม่ได้ แต่ถามว่า ทุกวันนี้ ผู้ที่โดนกระทำมีแต่คนไทยใช่ไหมคะ มีแต่ทหารไทยที่โดนใช่ไหมคะ แล้วก่อนหน้านี้ ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ปะทะใหญ่ ไม่ใช่แค่ทหาร พี่น้องประชาชน ชาวบ้าน ท่านประธานไป เลือกก็ได้ค่ะ หมู่บ้านไหนก็ได้ที่อยู่ติดชายแดน จะต้องมีอย่างน้อย ๑ คน หรือ ๒ คน ที่เดินมาแล้วใส่ขาเทียม ในกรณีที่เขาเสียแค่เท้าหรือเสียแค่ขา เราไม่ได้พูดถึงในกรณี ที่เสียชีวิต ก่อนหน้านี้มีแบบนี้มากมาย แต่ถามว่าในอนาคตนั้น เรายังอยากให้มีเหตุการณ์ แบบนี้อีกหรือไม่ คนที่เขาเฝ้าปกปักรักษาเขตแดนของประเทศ ถามว่าวันนี้เขาเหนื่อยล้า ขนาดไหน เขาอยากได้ความชัดเจน ไม่มีใครไปอยากอยู่ตรงนั้นทั้งชีวิต จนกว่าจะเกษียณ หรอกค่ะ การรักษาดินแดนของประเทศวันหนึ่งต้องมีการคุยกันค่ะ แต่คุยอย่างไร ที่ประเทศไทยได้ประโยชน์สูงสุด ท่านที่มีหน้าที่ไปคุย ท่านไม่ใช่คนกลางนะคะ ท่านคือ คนของประเทศไทย ท่านจะยึดเอา แล้วท่านบอกว่าต้องเอาไว้ก่อนนะ เราจะได้มีการคุยกัน ต่อในอนาคต มันได้หรือคะท่านประธาน ได้อยู่แล้ว ได้เพราะอะไร ได้เพราะท่านเตรียม เอกสารอยู่กรุงเทพฯ ค่ะ ท่านรับหนังสือนัดประชุมที่กรุงเทพฯ วันใดที่ Office ท่าน

ท่านประธานคะ ญัตติในวันนี้พวกเราภูมิใจไทยเราหวังมาก หวังว่าอะไร ๑. หวังว่าจะคลี่คลายอะไรหลายหลายอย่างที่เป็นความคลางแคลงใจของพี่น้องประชาชน เราหวังว่าวันนี้เราจะได้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อหาทั้งข้อดี หาทั้งข้อเสีย ทำไมเราถึง กล้าพูดว่าต้องหาทั้งข้อดีและข้อเสีย ทุกอย่างไม่มีอะไรดีร้อยเปอร์เซ็นต์ และทุกอย่างไม่ได้มี อะไรเสียร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ แต่เราต้องการให้มีความชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นข้อดีและข้อเสีย ของ MOU ๔๓ ให้พี่น้องประชาชนได้มีสิทธิตัดสินใจในขณะนี้ ที่เขาอาศัยอยู่บริเวณ ย้ายไปอยู่ติดขอบชายแดน ท่านอาจจะมีความคิดอีกแบบหนึ่งว่าทำไมถึงอยากให้เจรจาให้ดี ที่สุด ต้องใช้คำว่าดีที่สุดนะคะ ดีที่สุดสำหรับประเทศไทย ขอบชายแดนทั้งหมด ถามว่า ทุกวันนี้พวกเรากินอิ่มนอนหลับกันไหมคะ ไม่ค่ะ พวกเราภูมิใจไทยทุก ๆ คน เขตบ้านของ พวกเราอยู่ใกล้ชายแดนกันหมดค่ะ ดูข่าวแต่ละที อ่านข่าวแต่ละที เราไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้ววันนี้ ลูกหลานของคนที่เรารู้จัก ลูกหลานของพี่น้องเราคนไหนจะสูญเสียขา จะเหยียบกับระเบิด หรือจะเสียชีวิตจากการปะทะ เราต้องการหยุดเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดค่ะ แต่การยุติเรื่องนี้ให้เร็ว ที่สุดนั้น เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รัฐบาลในขณะนี้ ปัจจุบันนี้ อยากให้ท่านพึงระลึกอยู่ในใจค่ะ ท่านคือ Team Thailand ค่ะ ท่านคือ Team ประเทศไทย เราคนไทย พูดภาษาไทย ในการเจรจาจะเป็นแบบไหนก็ตามแต่ อยากให้ยึดว่าประเทศของเราคือหลัก ทุกคนยึดเอา ผลประโยชน์ของประเทศตัวเองเป็นหลักทั้งนั้นค่ะ ท่านไปคุยกับเขา เขาก็อยากยึดประเทศ ของเขาเป็นหลัก เราเองก็เหมือนกัน แล้วยิ่งสำคัญที่สุด เมื่อมาพูดถึงเรื่อง MOU ๔๔ แล้ว การเจรจานี้ไม่เคยสำเร็จสักครั้ง แล้วทำไมเรายังจะยึดเรื่อง MOU ๔๔ นี้เอาไว้คะ ไม่ใช่ว่า ในอดีตจะไม่มีใครเคยมีความพยายามจะยกเลิกนะคะ มีนะคะ ในสมัยท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขออภัยที่เอ่ยนามท่านนะคะ ท่านก็พยายามจะมีการยื่นยกเลิก เรื่อง MOU ๔๓ MOU ๔๔ นี้เช่นกัน แต่แน่นอน อาจจะชัดเจนในประเด็นของ MOU ๔๔ ที่ต้องการยกเลิก ถามว่าจนถึงปัจจุบันนี้ ลากมา ๑๐ กว่าปีแล้วค่ะท่านประธาน ทำไมเรา ไม่ถึงจุดนั้นสักทีคะ ในเมื่อมันเห็นได้ชัดว่า ๑. คุยกันไม่รู้เรื่อง และ ๒. สิ่งที่อยู่ตรงนั้น คือผลประโยชน์ล้วน ๆ ถามว่าผลประโยชน์ ถ้ามันดีกับประเทศและเข้ากับประเทศเรา ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม โดยที่ไม่ต้องแบ่งให้ใคร โดยที่ต้องไม่มีใครมามุบมิบหรือลับ ๆ ล่อ ๆ ต่อจากนี้ แบบนี้เรารับได้ค่ะ ถ้าท่านจะคุยแล้วเราได้ ประโยชน์อย่างเต็มที่ แต่ในขณะนี้ มันเห็นได้ชัดว่าพี่น้องประชาชนคนไทยหลายคนรับไม่ได้และอยากให้สภาชุดนี้ อยากให้ ครม. ชุดนี้ได้เปิดโอกาสค่ะ เปิดโอกาสนำผลการพิจารณาในเรื่อง MOU ๔๓ MOU ๔๔ เปิดให้พี่น้องได้รับทราบว่า ถ้าวันนี้เราได้ตั้งกรรมาธิการให้เขารับทราบและให้เขาได้ตัดสินใจในอนาคต มันจะเป็นการดี ที่สุด ดีที่สุดสำหรับพวกเขาทุกคน เราอยู่ตรงนี้ เราอยู่ไกลจากชายแดนค่ะ แต่ก็ไม่ได้ไกล ถึงขั้นเราจะไม่ทราบเรื่องอะไร ในวันนี้ถ้าเทียบกันเมื่อ ๑๐ กว่าปีที่แล้วไม่มีอินเตอร์เน็ต ไม่มีโลกออนไลน์ การสืบค้นข้อมูลเป็นไปได้ยาก การรับฟังข่าวสารเป็นไปได้ยาก ปัจจุบันนี้ ปิดไม่ได้สักมุมแล้วค่ะ ต่อให้วันนี้หลังจากนี้ ผู้เสนอญัตติมีแค่ทั้งหมด ๔ ท่าน พูดเสร็จแล้วปุ๊บ หน้าจอสภาจะกลายเป็นว่าประชุมลับ พี่น้องประชาชนจะไม่ได้รับฟังอะไรอีกแล้ว แต่อย่างน้อย ๆ ผลของการประชุมของวันนี้ พวกเราพรรคภูมิใจไทยทั้งหมดที่นั่งตรงนี้ เราหวังว่าให้ทุกพรรคการเมืองที่อยู่ในที่นี้ได้ร่วมแรงร่วมใจตั้งกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อพิจารณา ผลจะออกมาเป็นอย่างไรก็ไม่ใช่เราตัดสินค่ะ เผยแพร่ให้พี่น้องอ่านและจัดทำประชามติ ให้เขาได้ตัดสินใจ และนำประชามตินั้นไปพูดคุยต่อค่ะ ไม่สายหรอกค่ะ เราคุยกันเรื่องนี้ มานานแล้ว ๒๔-๒๕ ปีแล้ว ก็ไม่เคยไปถึงไหนเลย วนเวียนอยู่ตรงนี้ จนกระทั่งวันนี้ มีเหตุการณ์ที่ร้ายแรงเกิดขึ้น อย่าให้อะไรหลาย ๆ อย่างเป็นความคลุมเครือค่ะ พี่น้อง ประชาชนที่อยู่ขอบชายแดนจำนวนเป็นสิบ ๆ ล้านท่าน เขาต้องการมีอนาคตของเขาในที่ดิน ของเขา ที่อยู่ในประเทศไทยต่อไปค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ