ธนกร ศรีสุขใส แถลงชี้แจงรายงานประจำปีกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ปี ๒๕๖๗ โดยเน้นย้ำถึงครบรอบ ๑๐ ปีของกฎหมาย พร้อมอธิบายที่มาของงบประมาณจาก กสทช. และสรุปยุทธศาสตร์ ๕ ด้านในการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมสื่อสำหรับเด็ก เยาวชน และการรู้เท่าทันสื่อ ธนกร ศรีสุขใส อธิบายกลยุทธ์ ๖ สร้างของกองทุนเพื่อพัฒนาบุคลากรและสื่อทุกประเภท เน้นการสร้างภูมิคุ้มกันจากข้อมูลข่าวสารและการสร้างองค์ความรู้ผ่านหลักสูตรฝึกอบรม ธนกร ศรีสุขใส อภิปรายยุทธศาสตร์กองทุนฯ เน้นการมีส่วนร่วมภาคีเครือข่ายและสร้างองค์กรทันสมัย พร้อมรายงานผลการดำเนินงานปี ๒๕๖๗ ที่ได้รับงบประมาณ ๕๐๐ ล้านบาท เบิกจ่ายกว่า ๙๐% และประเมินผลได้คะแนน ๔.๘๘๖๓ ใน ๔ มิติ ธ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม นายธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ได้รับ มอบหมายจากประธานกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ให้มาแถลงชี้แจง ประกอบการพิจารณารับทราบรายงานประจำปีของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ซึ่งได้นำเสนอเล่มให้ทางสมาชิกและทางสภาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็อยากจะกราบเรียนว่ากองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ปีนี้มีอายุครบ ๑๐ ปีพอดี เราเป็นพระราชบัญญัติซึ่งตั้งขึ้นเมื่อปี ๒๕๕๘ การดำเนินงานจริง ๆ ก็คือได้เริ่มในการทดลอง ให้ทุนคือปี ๒๕๖๐ แล้วก็ดำเนินภารกิจในการให้ทุนต่อเนื่องมาทุกปี งบประมาณที่กองทุน พัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ได้รับก็คือจาก กสทช. หรือคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ การดำเนินงานที่ผ่านมาก็ยึดหลักการ ในกฎหมายอยู่ ๓ ส่วน ส่วนแรก เป็นเรื่องของนิยามว่าด้วยสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ มาตรา ๓ มาตรา ๕ เป็นเรื่องวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งกองทุนเป็นนิติบุคคล เราเป็นหนึ่ง ในกองทุนหมุนเวียน และที่สำคัญที่สำนักงานและกองทุนเองได้ดำเนินการมาโดยตลอดก็คือ การคำนึงถึงปรารภในเจตนารมณ์ของกฎหมายที่เขียนไว้ในหมายเหตุท้ายพระราชบัญญัติ ก็คือเรื่องที่มีความจำเป็นต้องให้มีสื่อสำหรับเด็กและเยาวชน รวมถึงการพัฒนาทักษะของเด็ก และเยาวชนให้สามารถที่จะอยู่ในสังคมที่มีสื่อสังคมออนไลน์เป็นปัจจัยหลักในการดำเนินชีวิต กองทุนได้นำนโยบายที่เขียนไว้ วัตถุประสงค์ในมาตรา ๕ มาจัดทำเป็นยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ๕ ด้าน สรุปสั้น ๆ ว่าตั้งแต่ยุทธศาสตร์ด้านที่ ๑ ด้านการส่งเสริมการผลิตและการพัฒนา ศักยภาพของผู้ผลิต ยุทธศาสตร์ด้านที่ ๒ การส่งเสริมการวิจัย การพัฒนาองค์ความรู้ และนวัตกรรมต่าง ๆ ยุทธศาสตร์ด้านที่ ๓ เป็นเรื่องของการรณรงค์ส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อ ของประชาชน เด็กและเยาวชน ยุทธศาสตร์ด้านที่ ๔ เป็นเรื่องของการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของ ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และยุทธศาสตร์ด้านที่ ๕ เป็นเรื่องของการพัฒนาองค์กร ของการดำเนินงานเองนะครับ ก็คือสำนักงานกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
ในการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ ๕ ด้าน กองทุนก็กำหนดเป็นกลยุทธ์ เพื่อให้เข้าใจง่าย ทำง่าย แล้วก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เราเรียกว่ากลยุทธ์ ๖ สร้าง ๖ สร้างก็คือตั้งแต่ในยุทธศาสตร์ที่ ๑ ก็สร้างคน วันนี้มีความจำเป็นมากในการพัฒนา บุคลากรในอุตสาหกรรมสื่อ ไม่เฉพาะสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ แต่สื่อเพื่อสร้าง เศรษฐกิจด้วย กองทุนก็เป็นหนึ่งในองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนา ศักยภาพซึ่งเรามีหลักสูตรหรือโครงการในการฝึกอบรมผู้ผลิตทุกระดับ ทุกกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่หน้าใหม่ไปจนถึงคนที่เข้าสู่อุตสาหกรรมแล้ว เข้าสู่วิชาชีพแล้วให้มีความรู้ความสามารถ มากขึ้น รวมไปถึงผู้ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญที่ให้เขาสามารถต่อยอดสร้างสรรค์ผลงานไปแข่งกับ ต่างประเทศได้ อันนี้คือการพัฒนาบุคลากรหรือการส่งเสริมผู้ผลิต
สร้างที่ ๒ เป็นเรื่องของการสร้างสื่อ สื่อของกองทุนนั้นโชคดีตรงที่ว่า ในกฎหมาย ของเราเขียนไว้ให้ครอบคลุมสื่อทุกประเภท ซึ่งจะเห็นว่าผลงานที่ปรากฏ ในรายงานฉบับนี้มีความหลากหลายมาก มีทั้งภาพยนตร์ ละครชุด มีการ์ตูน มีงานเขียน มีการ์ตูน Animation จนครบ ทำให้มันมีมากขึ้น ให้ผู้ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ได้มี ทางเลือกในการที่จะรับชมในการได้เข้าถึงและใช้ประโยชน์
สร้างที่ ๓ คือสร้างภูมิคุ้มกัน อันนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญว่าเราวันนี้ทุกคนอยู่กับ โลกของข้อมูลข่าวสาร แล้วก็ในสื่อสังคมออนไลน์ส่วนใหญ่จะมีมาพร้อมกับโทษ ไม่ได้ มีประโยชน์อย่างเดียว เพราะฉะนั้นการสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่เด็ก ๆ รวมไปถึงผู้สูงอายุถือเป็น เรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง
สร้างที่ ๔ คือสร้างองค์ความรู้ อันนี้เราก็มีหลักสูตรหลาย ๆ หลักสูตรที่ ทั้งหลักสูตร Onsite หลักสูตรออนไลน์ แล้วก็เปิดให้มีการสมัครเข้าเรียนรู้หรือว่าฝึกอบรม อยู่ตลอดเวลา
สร้างที่ ๕ กองทุนตระหนักดีว่าในการทำงานเพื่อให้บรรลุภารกิจของ กองทุนนั้นเราไม่สามารถดำเนินการได้เพียงหน่วยงานเดียว หรือทำเองโดยลำพัง กฎหมาย เขาเขียนไว้เหมือนกันว่าเราต้องร่วมกับภาคีเครือข่าย องค์กรภาคเอกชน หน่วยงานของรัฐ ภาคประชาสังคมอะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นก็เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ด้านที่สำคัญเช่นเดียวกัน ก็คือด้านส่งเสริมการมีส่วนร่วม
สร้างสุดท้ายก็คือเราสร้างองค์กรของเราเองที่เราก็ต้องการจะเป็นองค์กร ที่ทันสมัย สามารถที่จะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ แล้วก็สามารถขับเคลื่อนภารกิจ ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในการดำเนินงานเมื่อปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา งบประมาณทั้งสิ้น ๕๗๒ ล้านบาทเศษ เรื่องงบประมาณก็เป็นตัวเลขกลม ๆ ที่กองทุนได้รับการจัดสรรจาก กสทช. ตัวเลข ๕๐๐ ล้านบาทอย่างต่อเนื่องทุกปี ทุกปีกองทุนก็พยายามที่จะขอเพิ่ม แต่ว่าก็ได้รับมาเท่าเดิมก็คือ ๕๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๗ เรามีงบประมาณที่ได้รับเป็นก้อน กลม ๆ มา ๕๐๐ ล้านบาท รวมกับเงินที่เราได้มาจากที่ต่าง ๆ รวมถึงเงินเหลือจ่าย ๕๗๒ ล้านบาทเศษ ก็เบิกจ่ายไป ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ มีโครงการซึ่งเปิดรับข้อเสนอและ ได้ผ่านการพิจารณาจัดสรรทุนไปทั้งสิ้น ๑๑๕ โครงการ วงเงิน ๒๙๘ ล้านบาทเศษ ผลลัพธ์ ผลผลิตตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ เป็นต้นมา กองทุนก็พยายามที่จะให้เกิดผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจด้วย กองทุนมีเป้าหมายหลักชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องการให้เกิดผลลัพธ์ทางสังคม ซึ่งมีความละเอียด และซับซ้อนในการวัดนิดหนึ่ง แต่ว่าเราก็ต้องการให้มีการสร้างสื่อเพื่อสร้างเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นในปีที่ผ่านมาก็เป็นอีกปีหนึ่งที่เราก็พยายามที่จะไปประเมินว่าผลกระทบ นอกจาก ทางสังคมแล้ว ในทางเศรษฐกิจก็มีผลกระทบเกิดขึ้นอย่างไร ปี ๒๕๖๗ ผลการประเมิน การดำเนินงานของกองทุนก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีอยู่ เราได้คะแนนที่ ๔.๘๘๖๓ ทั้งนี้ก็มี การประเมินอยู่ ๔ มิติด้วยกัน ก็คือตั้งแต่ด้านประสิทธิผลซึ่งจะดูที่ผลผลิตที่ออกมา แล้วก็ นำไปใช้ประโยชน์ เรื่องของประสิทธิภาพเน้นเรื่องของการบริหารจัดการ เรื่องคุณภาพ ของการบริการ อันนี้ก็เป็น ๑ ใน ๔ ด้าน แล้วก็สุดท้ายด้านการพัฒนาองค์กร
ในปีนี้และปีหน้าที่กองทุนกำลังทำอยู่ ผมขออนุญาตใช้โอกาสตรงนี้นำเรียน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่ากองทุนเองกำลัง ด้วยความที่เรามีข้อจำกัดทั้งในเรื่องบประมาณ และในเรื่องของรอบปีงบประมาณจากผู้ให้งบประมาณเรา ซึ่งหลายท่านทราบดีอยู่แล้วว่า กองทุนมีปีงบประมาณเป็นปีงบประมาณแผ่นดินคือเริ่ม ๑ ตุลาคม แล้วไปสิ้นสุด ๓๐ กันยายน แต่ว่าในส่วนของผู้ให้งบประมาณเราก็คือ กสทช. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลัก เขามีปี พ.ศ. เป็นปีงบประมาณ เพราะฉะนั้นก็จะเกิดความเหลื่อมกันของเวลา เราได้เงินมาจริง ๆ มันก็เข้าสู่ไตรมาสที่ ๒ ของปีงบประมาณของกองทุนแล้ว เพราะฉะนั้นในการบริหารจัดการงบประมาณกองทุนทุกปี ก็ต้องขอใช้เงินที่ยังไม่ถึงกำหนดจ่าย เอามาบริหารจัดการไปพลางก่อน ก่อนที่จะได้รับ งบประมาณ แล้วการบริหารงานหรือกิจกรรมโครงการต่าง ๆ ก็จะกระจายที่ให้สามารถ ขับเคลื่อนภารกิจได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี
ภาพรวมของการดำเนินงานปัญหาใหญ่ไม่มี แต่ปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างที่ นำเรียนไปแล้วว่าในเรื่องของกฎหมายที่ไม่เขียนสัดส่วนว่าเวลาผู้จัดสรรจะให้ต้องกำหนด สัดส่วนที่เท่าไรก็ไม่ได้เขียนก็ยังเป็นดุลยพินิจอยู่ อันนี้ก็เป็นประเด็นถ้าจะแก้ก็ต้องเป็นแก้ที่ ตัวพระราชบัญญัติ ส่วนเรื่องข้อบังคับต่าง ๆ อันนี้เป็นอำนาจของคณะกรรมการ ซึ่งกองทุน พยายามที่จะสรุปบทเรียนจากการดำเนินงานในเรื่องต่าง ๆ เช่น เรื่องของการจัดสรรทุน วิธีการต่าง ๆ ทำอย่างไรที่จะให้มีความสอดคล้องและเหมาะสมต่อกลุ่มเป้าหมาย ปีนี้ก็จะมี การทดลองริเริ่มการจัดสรรทุนในรูปแบบใหม่ ๆ ยกตัวอย่างเช่นว่าเดิมเรามีทุนที่จัดสรรอยู่ ใน ๓ ประเภท คือกลุ่มเปิดรับทั่วไป อันนี้เอากลุ่มเป้าหมายเป็นตัวตั้ง เริ่มตั้งแต่กลุ่มเด็ก และเยาวชนเป็นกลุ่มที่ ๑ ตามด้วยกลุ่มผู้สูงอายุ แล้วก็คนพิการ แล้วก็กลุ่มที่ ๔ เป็นกลุ่ม ประชาชนทั่วไป ส่วนทุนในเชิงยุทธศาสตร์นี้เราเอาประเด็นเป็นตัวตั้ง ประเด็นที่ต้องการ ขับเคลื่อนเป็นตัวตั้ง หรือใช้ Issue Based เป็นตัวตั้ง แล้วก็ต้องการที่จะมุ่งผลสัมฤทธิ์ของ ผลลัพธ์ ผลผลิต เช่น ให้ไปทำภาพยนตร์ ให้ไปทำละครชุด ให้ไปทำเกม อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งก็ต้องการเนื้อหาแบบไหนเราก็กำหนดไว้ในประกาศ ก็ถือว่าเป็นหมุดหมายสำคัญ หรือแผนงานสำคัญในการกำหนดการให้ทุนประเภทเชิงยุทธศาสตร์ แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นก็ยังมี ข้อจำกัดอยู่ว่าเวลาเราไปคุยกับภาคีเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศนี่มันยังมีอีกหลาย รูปแบบที่เราคิดว่ามันน่าจะทำให้การขับเคลื่อนภารกิจมีความสมบูรณ์ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ปีนี้ก็เลยจะทดลอง กำลังหารือกับคณะกรรมการกองทุนอยู่ในเรื่องที่จะให้ทุนในลักษณะ อุดหนุน ทุนในลักษณะอุดหนุนก็จะเน้นที่กลุ่มเด็กและเยาวชน หรือกลุ่มที่อาจจะไม่ถนัด ในการที่จะยื่นขอทุนโดยตรง เราก็ต้องเข้าไปเป็นพี่เลี้ยง แล้วก็จำนวนทุนก็ไม่ได้ให้ในจำนวน ที่มาก อันนี้กำลังร่างข้อบังคับอยู่ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งที่เราต้องการผลผลิตหรือต้องการผลลัพธ์ ผลผลิตที่สำคัญมาก ๆ ก็คือกับบริษัทที่เป็นมืออาชีพหรือว่าเป็นองค์กรระหว่างประเทศ ทั้งในประเทศ เราก็อยากมีรูปแบบหรือข้อกฎหมายที่รองรับการดำเนินงานในลักษณะของ การร่วมลงทุนหรือร่วมผลิต อันนี้ก็คิดว่าจะได้เห็นในการดำเนินงานในปีนี้ ซึ่งทำแล้วแล้วก็ ต่อเนื่องถึงปีงบประมาณ ๒๕๖๙ ปี ๒๕๖๙ นี้ก็เป็นช่วงเวลาที่กองทุนเองก็กำลังจัดทำแผน อยู่ตอนนี้ ในชั้นต้นผมขออนุญาตท่านประธานที่จะนำเรียนต่อที่ประชุมไว้เท่านี้ก่อนนะครับ เพื่อที่จะได้รับฟังข้อเสนอแนะและความเห็นของสมาชิกครับ ขอบคุณครับ