พงษ์มนู ถามรัฐบาล แผนช่วยเหลือเกษตรกร-โครงการลดต้นทุน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๘

พงษ์มนู ทองหนัก ตั้งกระทู้ถามรัฐบาลเรื่องนโยบายช่วยเหลือรายได้เกษตรกรจากสินค้าเกษตรราคาตกต่ำ โดยชี้แจงปัญหาพืชเศรษฐกิจหลักอย่างอ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด และข้าว ที่มีราคาตกต่ำกว่าปีที่ผ่านมา พร้อมวิพากษ์วิจารณ์ความล่าช้าในการรับซื้อข้าวโพดของกระทรวงพาณิชย์และเรียกร้องให้รัฐบาลเตรียมงบประมาณรองรับ รวมถึงเสนอให้กลับมาใช้โครงการประกันรายได้เพื่อชดเชยความเสียหาย พongmunu Thongkhong ถามรัฐบาลถึงแผนการช่วยเหลือเกษตรกรและโครงการลดต้นทุนการผลิต พร้อมสอบถามรายละเอียดงบประมาณและระยะเวลาในการดำเนินงาน

นายพงษ์มนู ทองหนัก พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พงษ์มนู ทองหนัก รวมไทยสร้างชาติ วังทอง เนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก วันนี้ผมได้ตั้ง กระทู้ถามถึงนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับการช่วยเหลือรายได้ด้านราคาสินค้าการเกษตรตกต่ำ ไปยังท่านนายกรัฐมนตรี แต่เราก็ทราบดีว่าท่านติดภารกิจและมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ มาเป็นผู้ตอบแทน ต้องขอบพระคุณท่านสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้กรุณามาตอบแทนในกระทู้ของผมในวันนี้ อย่างไรก็ดีในช่วงที่ผ่านมาท่านนายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายต่อสภาแห่งนี้ว่าจะทำการเกษตรเป็นเกษตรทันสมัย มีการตลาดนำ นวัตกรรมตาม รวมทั้งรายได้เสริมและเทคโนโลยีที่จะมาทำให้การเกษตรนั้นได้มีมูลค่าเพิ่ม ตลอดระยะเวลา ๒ ปีที่ผ่านมาก็จะเห็นได้ว่าราคาสินค้าเกษตรนั้นได้ตกต่ำมาตลอด ดังนั้น วันนี้ผมจึงจำเป็นต้องตั้งกระทู้ถามไปยังรัฐบาล อย่างไรก็ดีวันนี้เองด้านสินค้าเกษตรนั้นผมก็จะแบ่งเป็น ๒ ประเภทแล้วกัน ประเภทหนึ่งคือ เป็นพืชทางด้านเศรษฐกิจ เกี่ยวกับพืชเศรษฐกิจอันประกอบด้วยข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง อ้อย ยางพาราและปาล์มน้ำมัน ในวันนี้เราก็จะเห็นได้ว่าปาล์มน้ำมันกิโลกรัมละ ๖-๗ บาท ก็อยู่ได้ ยางพารากิโลกรัมละ ๖๐-๗๐ บาทก็อยู่ได้ แต่สินค้าเกษตรที่ปีนี้ค่อนข้างราคาจะลด ต่ำลงเป็นพิเศษก็ได้แก่อ้อย หลังจากปีที่แล้วราคาตันละประมาณ ๑,๓๐๐-๑,๔๐๐ บาท ปีนี้ เหลือประมาณตันละ ๙๐๐ บาท มันสำปะหลังปีก่อนกิโลกรัมละ ๕-๖ บาท ปีนี้เหลือ กิโลกรัมละประมาณ ๑ บาท ๘๐ สตางค์ ข้าวโพดจากราคากิโลกรัมละ ๘-๙ บาท ก็เหลือ ๔ บาท ส่วนข้าวไม่ต้องพูดถึงราคาต่ำเตี้ยเรี่ยดิน เหลือตันละประมาณ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท เมื่อวานนี้ผมก็ได้ยินว่ากระทรวงพาณิชย์ได้ออกประกาศว่าจะช่วยเหลือราคาสินค้าเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องข้าวโพดบอกว่าจะรับซื้อตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปในราคากิโลกรัมละ ๙ บาท ๕๐ สตางค์ ซึ่งอยากจะฝากท่านประธานไปยังกระทรวงพาณิชย์ว่าก็ดีที่รัฐบาล เล็งเห็นถึงความสำคัญของเกษตรกร แต่วันนี้ข้าวโพดของพี่น้องเกษตรกรยังอยู่ในไร่อยู่ ข้าวโพดกำลังออกดอกยังไม่ถึงฤดูเก็บเกี่ยว แต่วันนี้ข้าวโพดที่มีอยู่คือข้าวโพดของนายทุน ที่อยู่ในโรงโกดังเก็บหรือแม้แต่ข้าวโพดที่กำลังจะนำมาจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งคาดว่าถ้าวันนี้ เขามาขายกิโลกรัมละ ๙ บาท ๕๐ สตางค์ พอถึงเดือนหน้าประมาณปลายเดือนกันยายนนี้ ข้าวโพดจากประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวโพดจากวังทองและเนินมะปราง ของพี่น้อง บ้านผมจะออกผลผลิตมากลัวว่ารัฐบาลจะไม่มีเงินซื้อ ดังนั้นก็ฝากรัฐบาลว่าวันหน้าให้เตรียม เงินไว้เลย ๙ บาท ๕๐ สตางค์ พี่น้องประชาชนจะไปขายได้ที่ไหน และที่จำเป็นจริง ๆ แล้ว วันนี้ต้องประกาศเลยว่าข้าววันนี้ต้องยอมรับราคาตกต่ำมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องที่อยู่ ในเขตชลประทานในจังหวัดบ้านผมก็จะมีอำเภอพรหมพิราม อำเภอเมือง อำเภอวัดโบสถ์ บางส่วนข้าวเริ่มออกแล้ว เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาผมไม่ได้ไปประชุมพรรคเพราะว่าติดภารกิจ ไปเผาศพในเขตเลือกตั้งที่ ๑ ไม่ใช่เขตผม เป็นเขตอำเภอเมือง มีผู้ใหญ่บ้านท่านหนึ่ง ชื่อผู้ใหญ่เกรียงอยู่หมู่ที่ ๑๐ บ้านยางโทน ตำบลวัดพริก เป็นพิธีกร ก่อนจะเข้าดำเนินรายการ พิธีกรก็กระแซะผมมานิดหนึ่งว่าท่าน สส. ครับ เมื่อเช้านี้ผมเพิ่งขายข้าวไป ที่ท่านเห็นผม น้ำตาซึมนี่ไม่ใช่เพราะผมอ่านกลอนงานศพแล้วผมน้ำตาซึมนะครับ เพราะผมขายข้าวได้ ๔,๘๐๐ บาท เลยน้ำตาซึมออกมา ฉะนั้นก็จะฝากบอกท่านประธานไปยังรัฐบาลว่า จริง ๆ แล้ววันนี้ท่านต้องดำเนินการเลยว่าท่านจะรับซื้อข้าวเปลือกอย่างไร ในอดีตที่ผ่านมา ต้องยอมรับรัฐบาลก่อน ต้องขอเอ่ยนาม ในยุคลุงตู่ เราก็มีโครงการประกันรายได้ สินค้าเกษตร ซึ่งก็ทำให้เกษตรกรนั้นพออยู่ได้ แม้จะไม่ร่ำรวยแต่ก็ยังอยู่ได้ แต่พอมาถึง รัฐบาลนี้เราไม่มีโครงการประกันรายได้ แม้แต่ค่าปรับปรุงสินค้าเกษตรหรือที่ชาวนาเรียกว่า ค่าเก็บเกี่ยว กว่าจะได้แต่ละทีพี่น้อง สส. ด้วยกันก็อภิปรายในสภาแล้วอภิปรายอีก กว่าจะ ได้มาน้ำตาแทบกระเด็น เพราะว่าแต่ก่อนนี้เคยได้ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท จำนวน ๒๐ ไร่ วันนี้ รัฐบาลก็ตัดออกเหลือไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท เพียง ๑๐ ไร่ เพราะฉะนั้นชาวนาขาดทุนไปเยอะ แต่ว่าพอจะได้บ้างเพื่อเอาไปเป็นต้นทุนในปีหน้าก็ถูกตัดไปเสียสิ้น อย่างไรก็ดีวันนี้เพื่อน ๆ ของผมที่เป็น สส. ในสภานี้หลายคนก็ได้หารืออภิปรายบ้างแล้วเมื่อเช้าเกี่ยวกับเรื่องราคา สินค้าเกษตรตกต่ำโดยเฉพาะข้าว เหมือนอย่างเพื่อนผมที่นั่งอยู่พี่แก้วบอกว่านครปฐมก็มีข้าว เหมือนกัน ผมก็งงว่าอยู่แถวไหน บอกว่าอยู่บางเลน ไม่ใช่เขตพี่แก้วหรือ พี่แก้วบอกว่า นั่นก็นครปฐมบ้านผมเหมือนกัน อย่างไรก็ดีดังนั้นเองจะเห็นได้ว่าราคาสินค้าเกษตรปีนี้ตกต่ำ อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นวันนี้ผมก็จะถามคำถามเป็นคำถามแรกไปยังท่านประธานผ่านไปยัง รัฐบาล โดยมีท่านสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้มาตอบแทน ท่านนายกรัฐมนตรีในวันนี้

คำถามที่ ๑ ว่ารัฐบาลจะมีแผนดำเนินงานและจะมีการช่วยเหลือแก่ราคา สินค้าด้านการเกษตรให้กับพี่น้องเกษตรกรที่ราคาตกต่ำอย่างต่อเนื่องอย่างไร และมีแผน ดำเนินงานอย่างไรในระยะเวลาอันใกล้นี้จนถึงระยะกลางตลอดระยะเวลา ๕ ปี ว่าพี่น้องเกษตรกร จะทำการเกษตรแล้วไม่ขาดทุน จะทำอย่างไรให้พี่น้องเกษตรกรได้ลืมตาอ้าปาก และจะทราบ โครงการเหล่านี้ว่าท่านจะต้องใช้งบประมาณดำเนินการเท่าใด และเมื่อใดโครงการเหล่านี้ จะประสบความสำเร็จ ขอทราบรายละเอียดเป็นคำถามที่ ๑ ขอบคุณครับ