วรภพ วิริยะโรจน์ ยืนยันปัญหาแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง แม้จะมีการตั้งคณะกรรมการมา ๑๐ เดือนแล้ว และเรียกร้องให้ท่านรัฐมนตรีเร่งดำเนินการแก้ปัญหาที่ตรงจุด วรภพ วิริยะโรจน์ ระบุว่าธุรกิจแพลตฟอร์มใช้กลยุทธ์กดราคาเพื่อขับผู้เล่นไทยออกมาก่อนแล้วจึงขึ้นค่าธรรมเนียมการขายสูงถึง ๑๓-๒๕% และเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์ใช้อำนาจตามกฎหมายกำกับควบคุมเพดานค่าธรรมเนียมดังกล่าว วรภพ วิริยะโรจน์ ระบุปัญหาความไม่เป็นธรรมจากการที่แพลตฟอร์มมีอำนาจเหนือผู้ซื้อและร้านค้าจนขาดสิทธิในการเลือกขนส่ง และวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลโดยอ้างว่าบอร์ดคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าชุดใหม่เป็นของรัฐบาล จึงเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงแนวนโยบายแก้ไขปัญหา
กราบเรียนประธานสภาครับ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ก่อนอื่นดีใจที่ท่านรัฐมนตรีก็ยืนยันนี่เป็นปัญหาสำคัญ แต่ที่น่าตกใจก็คือตั้งคณะกรรมการมา ๑๐ เดือนแล้ว ผมว่าถ้าเราไปถามผู้ประกอบการไทยที่วันนี้เปิด App แพลตฟอร์มก็เจอ ปัญหาอย่างที่ผมเกริ่นยังเต็มเกลื่อนไปหมด ผมว่าคำตอบนี้ผมว่าผู้ประกอบการฟังแล้ว ผมขอเป็นตัวแทนที่ยืนยันว่ายังไม่เป็นเหตุผลที่พอรับได้ เพราะปัญหาเหมือนยังไม่ถูกแก้ไข จริง ๆ ก็ต้องฝากท่านรัฐมนตรีจริง ๆ ว่าหลายเรื่องบางทีมันอาจจะแก้ปัญหาไม่ตรงจุด หรืออาจจะยังไม่จริงจังกับการแก้ปัญหาเรื่องนี้มากพอ ในฐานะที่ผมเป็นผู้แทนราษฎรก็ยัง ต้องยืนยันปัญหาเรื่องนี้กับท่านรัฐมนตรีครับ
ในประเด็นต่อมาสำหรับคำถามรอบ ๒ นอกเหนือจาก ๒ ประเด็นที่ผม ได้เกริ่นไปแล้วก็ขอมาประเด็นแรกในคำถามที่ ๒ ต้องเรียนท่านรัฐมนตรีอย่างนี้ว่าถ้าเรา ย้อนกลับไปสัก ๓ ปีที่แล้ว ธุรกิจแพลตฟอร์มเขาไม่คิดค่าธรรมเนียมการขาย หรือไม่คิด GP ถ้าเรียกเป็นภาษาง่าย ๆ ผ่านมา ๓ ปีหลังจากที่เขาไม่คิดค่าธรรมเนียมตรงนี้จนเขาสามารถ กันผู้เล่นรายใหม่ ผู้เล่นของธุรกิจไทยออกไปจากธุรกิจได้ เพราะจากการกดราคาแบบนี้ จนผ่านมา ๓ ปี วันนี้เขาขึ้นมา ค่า GP หรือขึ้นค่าธรรมเนียมบริการการขาย ผมดูล่าสุดวันนี้ คือ ๑๓ เปอร์เซ็นต์บวก ๆ ต้องย้ำอีกทีว่านี่คือบวก ๆ ถ้ารวมค่าธรรมเนียม การชำระเงิน รวม Promotion ต่าง ๆ แล้วมันเคยมีการรวบรวมแล้วว่า GP วันนี้สูงสุดอยู่ที่ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ และเรื่องนี้ก็สามารถเกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์โดยตรง ในฐานะที่ท่านดูแล พ.ร.บ ว่าด้วยสินค้าและบริการ ท่านมีอำนาจที่จะสามารถกำกับ ควบคุมราคาค่าธรรมเนียมการขาย หรือ GP ของแพลตฟอร์มเหล่านี้ได้ เพราะว่าแน่นอนต้องอย่าลืมครับ ทุกค่าธรรมเนียมที่จัดเก็บจากธุรกิจแพลตฟอร์มที่ปัจจุบันนี้ กลายเป็นกึ่งผูกขาดไปเรียบร้อยแล้วจากการที่เขาตัดราคา Dump ราคามาอย่างยาวนาน มันกระทบผู้บริโภค กระทบทางร้านค้า ผู้ขายสินค้าที่จะต้องเป็นคนมาจ่ายให้กับความร่ำรวย ของแพลตฟอร์มตรงนี้ ในฐานะที่กระทรวงพาณิชย์ก็ถืออำนาจนี้อยู่ครับ มันก็เลยเป็น ประเด็นแรกในคำถามรอบ ๒ นี้ว่ารัฐบาลจะกำกับธุรกิจแพลตฟอร์ม กำกับเพดาน ราคา ค่าธรรมเนียมบริการการขาย GP นี้หรือไม่ อย่างไรและเมื่อไร
ประเด็นต่อมา สำหรับคำถามรอบ ๒ ถ้าท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการวันนี้ได้ลอง สั่งซื้อจากธุรกิจแพลตฟอร์ม ผมว่าท่านก็จะเห็นเหมือนกันว่าปัจจุบันนี้ไม่มีให้เลือกขนส่ง อีกต่อไปแล้ว ถ้าย้อนไปปีที่แล้วผู้ซื้ออย่างเรายังสามารถเลือกได้ว่าอยากได้การขนส่งเจ้าไหน ที่ส่งเร็วกว่า มั่นใจกว่า ไว้ใจได้กว่าหรือแม้กระทั่งถูกกว่าก็สามารถเลือกได้ นี่คือปีที่แล้ว ผ่านมาปีนี้เมื่อธุรกิจแพลตฟอร์มเขามีอำนาจมากขึ้น เขาใหญ่ขึ้น วันนี้เขาไม่ให้เลือกครับ เขาเลือกเองครับ นี่คือความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นของวงการนี้ที่ผู้ซื้อก็ไม่มีสิทธิเลือก ร้านค้า ก็ไม่มีสิทธิเลือก ทุกอย่างอยู่ในมืออำนาจของแพลตฟอร์ม คำถามนี้มันก็จะเกี่ยวพันกับ รัฐบาลแน่นอน ต้องบอกว่าต้องยืนยันนะครับ รัฐบาลนี้เป็นคนแต่งตั้งบอร์ดคณะกรรมการ แข่งขันทางการค้าชุดใหม่นี้ เพิ่งเข้าไปเองนะครับ ดังนั้นผมไม่คิดว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์จะมาตอบว่าไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล คงเป็นคำตอบที่ผมต้องดักไว้ล่วงหน้า ว่าไม่สามารถรับฟังได้ และในขณะเดียวกันในฐานะตัวแทนรัฐบาลก็ต้องการคำตอบว่า จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างไร ท่านจะมีแนวนโยบายส่งไปให้คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า ที่รัฐบาลเพิ่งแต่งตั้งให้จัดการเรื่องนี้หรือไม่
ส่วนประเด็นสุดท้าย ในคำถามรอบ ๒ อาจจะเป็นเรื่องฝากแต่ก็ต้องการ คำตอบจากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ครับ เพราะว่าถ้าเราไปดูเหมือนที่ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์เพิ่งเกริ่นเมื่อสักครู่ครับ มันมีประกาศจาก ETDA กระทรวง DE ที่กำหนด ๑๙ แพลตฟอร์ม ตลาดสินค้าหรือว่า e-Commerce ขนาดใหญ่ ที่ต้องมาแจ้งข้อมูลให้กับรัฐ แต่ถ้าไปดูใน ๑๙ รายชื่อที่เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีก็เกริ่น ๆ ไปบ้างแล้วกลับไม่มีแพลตฟอร์ม TikTok ซึ่งต้องเอ่ยชื่ออย่างนี้ครับ เพราะแพลตฟอร์มนี้เป็น แพลตฟอร์มขนาดใหญ่ วันนี้มี Market Share ผมคิดว่าทุกคนในวงการรู้กันคืออันดับ ๒ ที่เราซื้อขายกันอยู่ในธุรกิจแพลตฟอร์ม e-Commerce มันไม่ใช่แค่แพลตฟอร์ม Social Media ธรรมดา นี่คือแพลตฟอร์มขายสินค้าไปแล้ว ผมคิดว่านี่ข้อมูลคือข้อเท็จจริงที่ทุกคน ทราบกันดี แต่ในประกาศฉบับนี้ที่ออกมาเมื่อเดือนกรกฎาคมก็กลับไม่มีแพลตฟอร์มรายใหญ่ เจ้านี้ครับ มันจึงเป็นคำถามว่าทำไมรัฐบาลถึงไม่รวมธุรกิจแพลตฟอร์มขนาดใหญ่เหล่านี้ไปให้ ครบถ้วน มีการเกรงใจหรือว่าเกรงกลัวอะไรกันหรือไม่ถึงมีการเลือกปฏิบัติกันแบบนี้ครับ ดังนั้นทวนสรุปกันอีกครั้ง ที่ผมต้องการคำตอบจากคณะรัฐมนตรีให้ชัดเจนขึ้น ผมคิดว่า ให้ผู้ประกอบการเขาได้เข้าใจขึ้นว่ารัฐบาลจะกำกับแพลตฟอร์มอย่างไรว่าจะควบคุมเพดาน การขึ้นค่า GP ที่รวดเร็วแล้วก็ไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการและผู้บริโภคหรือไม่ จะกำกับ แพลตฟอร์มที่จะเปิดให้ผู้ซื้อแล้วก็ร้านค้าสามารถเลือกขนส่งได้เองหรือไม่ครับ และจะกำกับ แพลตฟอร์มให้ธุรกิจแพลตฟอร์มครบทุกรายก็คือเอา TikTok เข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์ม ที่จะต้องแจ้งข้อมูลให้กับรัฐด้วยหรือไม่ อย่างไรและเมื่อไร ขอเป็นคำตอบชัด ๆ อีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณท่านประธานครับ