ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ระบุปัญหาช่องว่างระหว่างนโยบายรัฐบาลกับการปฏิบัติจริง และเสนอให้เพิ่มความชัดเจนในเกณฑ์การเยียวยา แก้ไขระเบียบราชการที่ซับซ้อน เพื่อเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
ขอบคุณ ท่านประธาน ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ผมต้องนำเรียนท่านประธานแล้วก็ท่านรัฐมนตรี ด้วยข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งว่าผมเชื่อว่าผมแล้วก็ท่านรัฐมนตรีเองรวมถึงเพื่อนสมาชิกทุกคน ทราบดีอยู่แล้วว่าที่ผ่านมารัฐบาลได้ออกมาตรการในการช่วยเหลือเยียวยาพ่อแม่ พี่น้องประชาชน รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่หน้างานอย่างไรบ้าง แต่ปัญหาที่วันนี้ ผมอยากจะนำมาสะท้อนรวมถึงตัวผมเองมีข้อเสนอบางส่วนอยากจะให้ท่านเห็นก็คือช่องว่าง ระหว่างระดับนโยบายก็คือรัฐบาลที่ทำงานบริหารประเทศอยู่ในระดับบน กับช่องว่างที่ เกิดขึ้นกับระดับผู้ปฏิบัติงานข้างล่าง หลาย ๆ มาตรการที่ท่านได้บอกมาเป็นสิ่งที่ผมเชื่อว่า เป็นประโยชน์ เจ้าหน้าที่ได้เตรียม ข้อมูลให้ท่านมารายงานสถานการณ์ล่าสุดว่าได้มีการ ช่วยเหลือเยียวยาพ่อแม่ พี่น้องประชาชน ในแต่ละจังหวัดไปมากน้อยอย่างไรแล้วบ้าง แต่จาก คลิปที่ผมได้เปิดให้ท่านดูในช่วงเวลาประมาณ ๒ นาทีกว่า ๆ นั้นได้สะท้อนให้เห็นว่า คนส่วนใหญ่ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ในพื้นที่เขายังตกอยู่ในภาวะที่เครียด เพราะว่าการ ขาดความชัดเจนครับ ผมเข้าใจดีว่าในเรื่องของการจ่ายเงินชดเชยเยียวยาบางส่วนนั้นต้องเป็นไปตามระบบระเบียบ ราชการ ต้องใช้กระบวนการในการพิสูจน์ ผมเข้าใจข้อนี้ดี แต่ถ้าหากเราจะมองกระบวนการ ในส่วนนี้ว่าบางอย่างต้องใช้กระบวนการราชการ แต่ท่านช่วยให้ความชัดเจนกับพวกเขา นิดหนึ่งได้ไหมว่าตกลงแล้วการขอเงินชดเชยเยียวยาในแต่ละด้าน ๑. ขอที่ใคร ๒. หลักเกณฑ์ เป็นอย่างไร ๓. กระบวนการใช้ระยะเวลาเท่าไร เขาจะได้ไม่ต้องมานั่งรอความหวังทุกวันทุกคืน ทุกวันนี้นอกจากเขาที่ต้องระแวงว่ากระสุนจะมาตกที่บ้านของเขาหรือเปล่า เขายังต้อง คอยระวังว่าเขาจะตกข่าวหรือเปล่า ตกข่าวว่าอะไร อย่างยกตัวอย่างในคลิปที่เกิดขึ้นบุรีรัมย์ ทำไมได้ ๓,๐๐๐ บาท ทำไมสุรินทร์ไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่เกิดจากความเข้าใจผิดเนื่องจากว่า เป็นงบประมาณประจำในกระทรวง พม. หน่วยงานในพื้นที่เขาก็พยายามหาทุก ๆ ช่องทาง อะไรที่พอจะเบิกได้ก็ไปเบิกจากงบเปราะบาง ประชาชนก็เลยมีคำถามอีก ทุกวันนี้ทุกคน เดือดร้อน ทุกคนขาดรายได้ ทำไมต้องจ่ายให้เฉพาะกลุ่มคนเปราะบาง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของระบบราชการที่ผ่านมา นโยบายที่ผ่านมา แต่เกิด จากความไม่ชัดเจน และผมอยากจะเน้นย้ำอีกครั้งหนึ่งครั้งครับท่านรัฐมนตรี วันนี้เราเห็น ปัญหาตรงกัน สิ่งที่ผมอยากได้ยินจากท่านและจากรัฐบาล ๑. ความชัดเจน ๒. ถ้าท่านเห็น แล้วว่าระบบระเบียบราชการปัจจุบันเป็นปัญหาอุปสรรคอย่างไร ช่วยกลับไปแก้ไขระบบ ระเบียบราชการต่าง ๆ เหล่านั้นเพื่อทำให้เกิดการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนอย่างเร็วที่สุด ได้หรือไม่ ผมมีข้อเสนอมาในส่วนคำถาม ครั้งที่ ๒ ที่อยากจะส่งข้อเสนอไปยังท่านรัฐมนตรี และผมคาดหวังอยากจะได้ยิน ถ้าเป็นไปได้ให้ท่านรับปากเป็นบันทึกในที่ประชุมสภาว่า รัฐบาลจะหยิบไปทำหรือไม่หยิบไปทำอย่างไร เห็นด้วยหรือเห็นต่างอย่างไร ก็จะเป็นการดี ที่ทำให้ประชาชนที่กำลังติดตามรับฟังข่าวสารอยู่ได้สบายใจมากยิ่งขึ้น ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าปัญหาทั้งหมดที่พูดมาที่เกิดขึ้นเนื่องจากการจ่ายเงินชดเชยเยียวยานั้น เป็นกระบวนการที่ยาก ช้าและตกหล่น ยากอย่างไรครับท่านประธาน เพราะเงินเยียวยา มีหลายช่องทาง จะมาจากงบประมาณประจำของกระทรวง พม. จะมาจากในส่วนของ ปภ. บรรเทาและป้องกันสาธารณภัย จะมาจากเทศบาล อบต. ถ้าเกินกำลังศักยภาพเขาก็ต้องไป ไปขอที่อำเภอ เกินอำเภอก็ต้องไปขอที่จังหวัด หรือจะมาจากภาคส่วนอื่น ๆ อย่างเช่น เอกชน หรือว่าสภากาชาดที่เขามีเงินช่วยเหลือประชาชนในส่วนนี้ มีหลากช่องทางมาก ถามผมวันนี้ แม้แต่ตัวผมเองก็จำไม่หมด กระบวนการในการขอยื่นแบบฟอร์มต้องกรอกอะไรบ้าง เอกสาร ต้องใช้อะไรบ้าง ไม่มีใครจำได้ครับ อย่าพูดถึงประชาชนตาดำ ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ ประการที่ ๒ ช้าอย่างไร ช้าเพราะต้องพิสูจน์ทราบความเสียหายตามที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบนี่ล่ะครับ กว่าจะคัดกรองกันเสร็จ กว่าจะไปพิสูจน์กันเสร็จ ผมไปลงพื้นที่เจอชาวบ้านมาบอกว่า หมูตายไปหลายตัว ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ขออนุญาตไม่เอ่ยนาม ไม่บอกด้วยว่าจังหวัดไหน ก็ต้องไปพิสูจน์ว่าหมูตายเพราะอะไร ตายเพราะระเบิดลงหรือว่าตายเพราะตกใจเสียงประทัด ก็ต้องให้ปศุสัตว์มาตรวจสอบ นี่ละครับกระบวนการที่ช้าเพราะต้องพิสูจน์ทราบ อย่างที่ ๓ ตกหล่นเพราะอะไรครับท่านประธาน ตกหล่นเพราะต้องพิสูจน์ว่าใครเดือดร้อนบ้าง ทั้ง ๆ ที่ เห็นกันแล้วว่าทุกคนเดือดร้อนเหมือนกันหมด ทำไมเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมารัฐบาล สามารถจ่ายเงินชดเชยเยียวยาเป็นรายครัวเรือนแบบถ้วนหน้าในพื้นที่ประสบภัยได้ล่ะครับ ๕,๐๐๐ บาท ๗,๐๐๐ บาท ๙,๐๐๐ บาทว่าไป พื้นที่ไหนท่วมนาน ท่วมไม่นานก็จ่าย ลดหลั่นกันไปแต่จ่ายแบบถ้วนหน้าเป็นรายครัวเรือนได้หรือไม่ แบ่งจ่ายมาบางส่วนที่เยียวยา พื้นฐาน บางส่วนที่เยียวยาเฉพาะกลุ่มที่เขาเสียหาย บ้านเรือนเสียหาย รถยนต์เสียหาย วัว ควายล้มตายก็ไปพิสูจน์กัน แต่อย่างน้อย ๆ ให้พวกเขาทุกคนรู้สึกว่ารัฐไม่ได้ทอดทิ้งเขา รัฐมองเห็นทุก ๆ คน รัฐบาลมีแนวคิดอย่างไรในการเปลี่ยนกระบวนการที่ยาก ช้าและตกหล่น เป็นง่าย เร็วและทั่วถึง ทำให้ง่ายอย่างไรครับท่านประธาน ผมเสนอครับ หน่วยเยียวยาสัญจร รัฐบาลตั้ง One Stop Service ได้หรือไม่ ให้ผู้ว่าหรือ อบจ. เป็นประธานก็ได้ เป็นแกนนำ ก็ได้ เอา พม. จังหวัด เกษตรจังหวัด พาณิชย์จังหวัด อำเภอ เทศบาลท้องถิ่นทุกอย่าง ธอส. ธ.ก.ส. ไปตั้งโต๊ะตามหมู่บ้านเลยครับ และให้ประชาชนแต่ละครัวเรือนเขามีปัญหาอะไร มาหาที่โต๊ะสัญจรที่เดียว เขาติดต่อที่เดียวไม่ต้องไปติดต่อแยกทีละหน่วยงาน แล้วหน่วยงาน มี Offer อะไร มีข้อเสนอเงินเยียวยาอะไรให้เขาบ้าง บอกเขาไปเลยให้เขายื่นเอกสาร ครั้งเดียวจบ นี่คือกระบวนการแรกที่อุดช่องว่างระหว่างส่วนบนกับส่วนล่างคือตั้งศูนย์ One Stop Service แบบสัญจร ข้อที่ ๒ รวดเร็วมากยิ่งขึ้นโดยใช้เทคโนโลยี รัฐบาลมีเครื่องไม้เครื่องมืออยู่แล้วครับ Digital Wallet เอย App ทางรัฐเอย ที่จะเปิดให้ลงทะเบียน ๒๐ บาท รถไฟฟ้าตลอดสาย รัฐบาล สามารถใช้ได้นี่ครับ เอามาประยุกต์ใช้กับส่วนนี้ทำให้คนส่วนใหญ่ทุกวันนี้ที่เขาเข้าถึง เครื่องไม้เครื่องมือทางด้านดิจิทัลอยู่แล้ว พ่อเฒ่าแม่แก่มีลูกหลานที่ทำงานในต่างจังหวัด สามารถกดขอรับสวัสดิการได้อยู่แล้ว รัฐบาลมีฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์อยู่แล้ว เอาเทคโนโลยีมาประกอบใช้ให้เขาได้รับความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้นได้หรือไม่ ส่วนที่ ๓ ทั่วถึงอย่างไร ผมได้บอกไปแล้วแบ่งบางส่วน เยียวยาแบบถ้วนหน้าทั่วถึง บางส่วนต้อง พิสูจน์ทราบก็ว่าไปรอกันได้เป็นกระบวนการ และอย่าลืมกลุ่มที่เขาตกหล่น ผมเจอประชาชน อีกเป็นจำนวนมาก เป็นคนในพื้นที่จริง ๆ แต่ไม่มีสิทธิในที่ดินทำกินตัวเอง ไม่มีทะเบียนบ้าน เพราะฉะนั้นมันปฏิเสธไม่ได้ว่าเรายังจำเป็นที่จะต้องใช้กระบวนการกระดาษนี้อยู่บางส่วน แต่ก็ต้องมีกระบวนการที่รองรับสำหรับกลุ่มต่าง ๆ เหล่านี้ด้วยที่เป็นกลุ่มเฉพาะ ก็อยากจะ สอบถามความชัดเจนกับท่านรัฐมนตรีครับ สามารถยกหูสั่งการใครได้เลยทันทีหรือไม่ ถ้าไม่ได้อยากจะได้ความชัดเจนว่าจะเปลี่ยนกระบวนการที่ยาก ช้า ไม่ทั่วถึง เป็นรวดเร็ว ง่าย และทั่วถึงอย่างไรได้บ้าง ขอบคุณท่านประธานครับ