ชัยชนะ เปิดมินิธัญญารักษ์ ๑๐๐ คน ร่วมมือท้องถิ่นบำบัดผู้เสพยาเสพติด

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๗ สิงหาคม ๒๕๖๘

ชัยชนะ เดชเดโช หารือแนวทางการบำบัดรักษาผู้เสพยาเสพติดในปีงบประมาณ ๒๕๖๙ โดยเน้นความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการขยายจุดมินิธัญญารักษ์ เพิ่มเครื่องมือกระตุ้นสมอง และสร้างงานให้ผู้เลิกยาเสพติดสำเร็จ

นายชัยชนะ เดชเดโช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชัยชนะ เดชเดโช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข ผมเรียนกับเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติให้ทราบว่าในปีงบประมาณ ๒๕๖๙ กระทรวงสาธารณสุขเรามีแนวทางในการบำบัดรักษาผู้เสพที่เป็นผู้ป่วยตามนโยบายของ รัฐบาล ผมเรียนอย่างนี้ว่ากระทรวงสาธารณสุขได้มอบให้ ๓ หน่วยงานหลักในกระทรวง สาธารณสุข ในการดูแลบำบัดผู้เสพที่เป็นผู้ป่วย ๑. กรมสุขภาพจิต ซึ่งเป็นแม่งานหลัก ๒. กรมการแพทย์ ๓. สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการบำบัดและฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติด ที่ผมเรียนแบบนี้เพราะท่านจะได้ทราบว่า ทำไมเราถึงได้ ๓ หน่วยงานนี้ภายใต้กระทรวง สาธารณสุขทำงานร่วมกัน สกส. คณะกรรมการเขามีหน้าที่พิจารณาดูสถานที่ว่าที่ไหนควรที่ จะเพิ่มเติมในการทำมินิธัญญารักษ์ ซึ่งเดิมทีนั้นใน ปี ๒๕๖๗ เรามีมินิธัญญารักษ์อยู่ ๑๖๒ แห่ง ปี ๒๕๖๘ เพิ่มเป็น ๒๕๖ แห่ง จำนวน ๕,๐๘๐ เตียงครับ นับไปกว่านั้นอีก ท่านประธานครับ ในปีนี้กระทรวงสาธารณสุขเราได้ร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง ๓ สมาคม ทั้งสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัด สมาคมสันนิบาตสมาคม สมาคม องค์การบริหารส่วนตำบล เราร่วมกันในการเปิดมินิธัญญารักษ์ โดยให้โรงพยาบาลชุมชนเป็น แม่ข่าย ขณะนี้เมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม เขาได้เริ่ม Kick Off ไปแล้ว ๘ จังหวัด ๑๐ ท้องถิ่น และขณะนี้ที่องค์การบริหารส่วนตำบลท่าศาลาเราได้เริ่มแล้ว ตั้งแต่วันที่ ๔ สิงหาคม ได้มีผู้เสพที่เป็นผู้ป่วยเข้ามารักษาแล้ว ๑๐๐ คน ที่บอกว่านำร่องกับองค์กรปกครอง ท้องถิ่น ทำอย่างไรครับ เราจะร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความต้องการที่จะเปิด สถานบำบัดร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข รุ่นหนึ่งจะรับได้ ๑๐๐ คน ใช้ระยะเวลาบำบัด ๑ เดือน ถ้า ๑ เดือนไม่หาย คุณสามารถอยู่ต่อได้ ถ้าประเทศนี้เราก็เปิดได้ ๗๖ จังหวัด ๗๗ จังหวัดเราก็จะมีรุ่นละ ๗,๗๐๐ คน เดือนหนึ่งบำบัดได้ ๗,๗๐๐ คน ปีหนึ่งประมาณ ๙๐,๐๐๐ กว่าคน ในซีกที่เป็นมินิธัญญารักษ์ ในซีกที่เป็นผู้ป่วยสีเหลืองและสีเขียว ไม่รวมแดงกับส้ม ปีนี้ชัดเจนครับ กระทรวงสาธารณสุขเราตั้งเป้าไว้ ๔๐๐,๐๐๐ คน เราเดินทางมาถึงครึ่งทางเราทำไปแล้ว ๒๗๐,๐๐๐ คน เหลืออีก ๑๓๐,๐๐๐ คน เรากำลัง เดินหน้าในเชิงรุกร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยในการเปิด มินิธัญญารักษ์เพิ่มขึ้น ๑๐๐ คน ไม่เพียงพอครับ เดิมทีเราบำบัดและเราส่งเขากลับไป อยู่ที่บ้าน หลังจากนี้เราได้ร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรม ท่านรัฐมนตรีเอกนัฏ ร่วมมือกับ ท่านรัฐมนตรีอรรถกร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ป่วยที่เป็นผู้เสพเข้ามา รับการบำบัด ถ้ามีความสามารถเลิกยาเสพติดได้เราจะสร้างงานให้ครับ เป็นนโยบายหลัก ของรัฐบาลครับ มากกว่าศูนย์บำบัด วันนี้กรมสุขภาพจิตเรามีทีม MCATT อยู่ครับ หลังจากนี้ ทีม MCATT ของกรมสุขภาพจิตจะลงพื้นที่ในชุมชนหนาแน่น แออัด เปราะบาง จะลงไปทำ ความเข้าใจให้ความรู้เกี่ยวกับการรักษาสุขภาพจิต ให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดว่าทำไมต้องเลิกยาไปใช้ยาทำไม วันนี้ MCATT เรามีทั่วประเทศ หลายชีวิตครับ และจะลงทุกพื้นที่ตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายนเป็นต้นไป จะลงชุมชนทุกสัปดาห์ ทุกอาทิตย์ครับ เพื่อไปทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนและกับเยาวชนที่กำลังหลงผิดอยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากกรมสุขภาพจิตเดินหน้าทำความเข้าใจเกี่ยวกับ MCATT แล้ว วันนี้กรมสุขภาพจิตเรามีเครื่องมือตัวหนึ่งเขาเรียกว่าเครื่อง TMS เป็นเครื่อง กระตุ้นสมองคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งเป็นเครื่องที่ช่วยลดการมีความต้องการยาเสพติด เครื่องตัวนี้เรามีทั้งประเทศอยู่ ๑๒ เครื่องครับ ปีงบประมาณ ๒๕๖๙ เราได้เพิ่มมาอีก ๒๒ เครื่อง ทั้งหมด ๓๙ เครื่อง กรมสุขภาพจิตมีแนวทางว่าเราจะซื้อเครื่องเหล่านี้ให้ครบ อย่างน้อยจังหวัดละเครื่อง ๗๖ จังหวัด เวลาเราเจอบุคคลที่เป็นผู้ป่วยสีแดงและสีส้ม ซึ่งมีความต้องการยาเสพติดเราใช้เครื่องกระตุ้นแม่เหล็กไฟฟ้านี้ทำให้เขาลดการอยากได้ครับ นี่เป็นสิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขเดินหน้าเชิงรุกในการทำเรื่องนี้ เรามีกรมการแพทย์ที่มี โรงพยาบาลธัญญารักษ์อยู่ทั้งหมด ๖ ที่ และสถาบันอีก ๑ ที่ ๗ ที่ ที่พร้อมรับผู้เสพที่เป็น ผู้ป่วยที่เดินหน้าเข้ามาในการบำบัดรักษา ผมเรียนกับท่านประธานผ่านไปถึงเพื่อนสมาชิก ผู้ที่ได้ตั้งคำถามในวันนี้ว่ากระทรวงสาธารณสุขและรัฐบาลโดยการทำงานด้วยความร่วมมือ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันนี้เราแบ่งขาการทำงาน อย่างชัดเจน กระทรวงมหาดไทยนอกจากปราบปรามหลังจากนี้ก็จะเปิดศูนย์ฟื้นฟูอีก จะใช้ งบกลางในการเปิดศูนย์ฟื้นฟู ผมเชื่อมั่นเหลือเกินครับ ห้วงเวลาที่เหลืออยู่รัฐบาลให้ ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมากและคิดตระหนักดีตลอดเวลาว่าปัญหายาเสพติดเป็นภัย คุกคามแห่งชีวิตของมนุษย์ไทยที่กำลังหลงผิดอยู่ วันนี้เมื่อเราบำบัดแล้ว เราได้สร้างระบบ การติดตามคือ App ล้อมรักษ์ เมื่อคนบำบัดแล้วกลับไปอยู่ที่บ้านต้องมี อสม. หรือตัวแทน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเข้าไปติดตามว่าหลังจากกลับไปอยู่ที่บ้านแล้วคุณยังใช้ชีวิตแบบเดิมหรือ เปล่า อยู่ในสิ่งแวดล้อมแบบเดิมหรือเปล่า ยังกลับไปใช้สารเสพติดหรือเปล่า ถ้าคุณกลับไป อยู่บ้านตามคำรายงานผ่าน App ล้อมรักษ์เข้ามา ไม่ว่าจะเป็น อสม. หรือตัวแทนกำนัน ผู้ใหญ่บ้านรายงานว่าบุคคลคนหนึ่งกลับไปอยู่บ้านและต้องบำบัด กลับไปใช้ยาเสพติดซ้ำ ภายใน ๒ อาทิตย์ เราจะนำตัวกลับมาบำบัดไหมครับ นี่เป็นสิ่งที่เราเดินหน้ายกระดับให้ ความเชื่อมั่นและเข้มงวดในการติดตาม เพราะเราหวังเป็นอย่างยิ่ง บุคคลที่เคยหลงผิดนั้น ไม่ใช่เป็นบุคคลอันตราย บุคคลที่ใช้ยาเสพติดนั้นรัฐบาลไม่ได้มองว่าเป็นบุคคลที่เลวร้าย แต่เราพร้อมให้โอกาสถ้าคุณเดินหน้าเข้ามาและกล้าบอกว่าจะบำบัดและกลับมาอยู่ในสังคม ปกติ และเราจะคืนคนคุณภาพสู่กลับสังคมไทยครับ ขอบคุณมากครับ