สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๘

ภัณฑิล น่วมเจิม หารือเรื่องการแก้ไข พ.ร.ก. ๒ ฉบับ มาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และเรียกร้องการแก้ไขช่องว่างเชิงระบบที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข

นายภัณฑิล น่วมเจิม กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตวัฒนาและเขตคลองเตย ก็ขอร่วมอภิปรายใน พ.ร.ก. ๒ ฉบับ มาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แล้วก็ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลซึ่งผูกโยงกันนะครับ ขอเริ่มในหมวดแรกก่อนนะครับ เราก็พอ จะทราบปัญหากันอยู่แล้วว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ก็สนับสนุนในเรื่องของความรับผิดของ ผู้ประกอบการธุรกิจว่าจะต้องเข้มงวดมากขึ้นในการปรับปรุงรักษาความปลอดภัยทำให้ ผู้เสียหายได้รับการเยียวยาได้อย่างรวดเร็ว แล้วก็ลดภาระการติดตามทรัพย์ของตัวเองด้วย ผมก็ยังไม่ค่อยมั่นใจเท่าไรว่าการบังคับใช้จะสามารถทำได้มากน้อยแค่ไหน ดูจากสถิติที่มี การประกอบมาในรายงานเรื่องประเภทการจับกุมคดีอาชญากรรมออนไลน์ในเดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ทั้งพนันออนไลน์ บัญชีม้า SIM ม้าทั้งหลาย มันไม่ได้ลดลงและมันเพิ่มขึ้น อย่างค่อนข้างรุนแรงด้วย SIM ที่ปัจจุบันผมก็เคยอภิปรายพูดในคณะกรรมาธิการคุ้มครอง ผู้บริโภคหลายครั้งว่าประเภทกลุ่มผู้ถือครอง SIM ๑๐๐ กว่าเลขหมายขึ้นไปยังมีคงเหลือที่ยัง ต้องยืนยัน ๘๐๐,๐๐๐ กว่า SIM หมายเลข นี่มันผ่านมาเป็นปีแล้วนะครับ จะรออีกกี่เดือน ถึงจะปิด SIM พวกนี้ มีบริษัท หรือนิติบุคคล หรือคนธรรมดาประเภทไหนที่ต้องมี SIM เป็นร้อย ๆ แล้วไม่สามารถมายืนยันได้ ปิดเถอะครับ กลุ่มผู้ถือครอง SIM ๖-๑๐๐ เลขหมาย คงเหลือยังต้องยืนยันอีก ๑,๕๐๐,๐๐๐ กว่าเลขหมาย เป็นไปได้อย่างไรครับ และอีกอันหนึ่ง ข้อเสนอนี้ก็เขียนไว้ กองทุนหรือทำหลักประกันคุ้มครองความเสียหายเพื่อความเชื่อมั่นของ ผู้บริโภค แล้วก็สามารถที่จะเยียวยาได้ แต่จริง ๆ ปลายทางมันมาสู่ไหน เวลาถูกโกงแล้ว ถูกหลอกดูดเงินแล้ว มันก็รีบไปม้า เป็นม้ารับจ้าง แล้วก็ไปสู่สินทรัพย์ดิจิทัลก็เลยเป็นที่มาว่า เราจะต้องพูดคุยกันถึงเรื่องการแก้ไข พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล มันยังมี ช่องว่างเชิงระบบที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ต่อให้แก้ฉบับนี้แล้วก็ยังมีปัญหา คือ ๑. การใช้ ทรัพย์สินของลูกค้าโดยมิชอบ เราไปฝากไว้กับ Exchange ใช่ไหมครับ ความโปร่งใสของ ผู้ประกอบการที่จะขาดการตรวจสอบแบบ Realtime Proof of Reserve คือการเปิดเผย ธุรกรรม On-Chain Proof of Reserve เหมือนธนาคาร มันต้องมีเงินสำรองใช่ไหมครับ เกิดมีความเสียหายเกิดขึ้น ของที่เราไปฝากไว้กับบนแพลตฟอร์ม ต่าง ๆ หรือบน Market ต่าง ๆ ผู้ที่ดูแลอยู่จะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะมาคืนเราได้ ตรงนี้ยังไม่มีนะครับ การขาดกลไกชดเชย หรือกองทุนคุ้มครองผู้เสียหายเมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ แพลตฟอร์มล่ม หรือผู้ประกอบการ ล้มละลาย มันก็มีบทเรียนจาก Zipmex จาก Bitkup จากข่าวว่าสะท้อนชัดเจนว่ากฎหมาย เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากไม่มีกลไกการบังคับใช้ที่เข้มแข็ง ระบบเตือนภัยที่ทันท่วงที ก็ยังไม่สามารถเยียวยาผู้บริโภคได้ เปรียบเทียบในหลายประเทศ Zipmex มีโอนทรัพย์สิน ไปยัง ZipUp ซึ่งไม่อยู่ภายใต้ใบอนุญาต ก.ล.ต. กฎหมายปัจจุบันก็ยังไม่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ Off แพลตฟอร์ม คือมันมีรายละเอียดเชิง เทคนิคเยอะ ต้องขอประทานโทษที่ใช้ภาษาอังกฤษค่อนข้างเยอะ แต่ผมไม่แน่ใจว่าที่ศึกษา กันไปเร่งรีบออกเป็น พ.ร.ก. ท่านลงรายละเอียดครบหรือยัง มันค่อนข้าง Advance มากพอสมควร Bitkub ผู้บริหารถูกดำเนินคดี Insider Trad คุณเคยเชือดให้ดูหรือยังว่า คนกระทำความผิดมารับโทษอย่างไร มีเหรียญ Bitkub Coin ที่เกิดจากการปั่นราคา ไม่มีการเปิดเผยธุรกรรม On-Chain ยังมีข้อจำกัดเยอะครับ ข้อบัญญัติมาตรา ๓๑ ก็บัญญัติ ไว้ชัดนะครับ ให้แยกบัญชีลูกค้า แต่ยังมีช่องว่างอย่างที่ผมกล่าวก่อนหน้านี้ ไม่มีการแสดง Proof of Reserve ต่อสาธารณะ เราจะมั่นใจได้อย่างไรครับ ห้ามใช้ทรัพย์สินลูกค้า โดยมิชอบก็ไม่มีบทลงโทษเฉพาะสำหรับกรณีที่เจตนากระทำความผิด ผู้สอบบัญชีโอเคได้รับ ความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. แต่ไม่มีระบบหมุนเวียนผู้สอบบัญชี ไม่เปิดเผยผล Audit ความโปร่งใสของธุรกรรม ปัจจุบันไม่มีบัญญัติเรื่อง On-Chain Disclosure แล้วก็ไม่สามารถ ตรวจสอบแบบ Realtime ได้ เรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้นเร็ว คือเป็น Matter of Second คือวินาทีเดียว ท่านต้องมีระบบที่ดีมาก ๆ ผู้ให้บริการต่างชาติโอเคตอนนี้ปัจจุบัน ต้องขออนุญาตหากบริการคนไทย กฎหมายกองทุนคุ้มครองผู้ลงทุนปัจจุบันไม่มี ไม่มี การเยียวยาจาก Exchange ล้มหรือถูก Hack ต่างประเทศเขาทำอย่างไร จริง ๆ เราไม่ต้อง มาศึกษาเรื่องนี้ใหม่ มันก็มีหลายประเทศซึ่งก็ยังไม่ได้มีสมบูรณ์แบบ ญี่ปุ่นแยกบัญชีลูกค้า เคร่งครัดว่าอันไหนเป็นบัญชีของลูกค้า อันไหนเป็นบัญชีของตัว Exchange หรือแพลตฟอร์ม มี Proof of Research กองทุนคุ้มครองผมพูดไปแล้ว สิงคโปร์ทำ License แบบ Tier ความเสี่ยงระดับไหน แน่นอนในโลกแบบนี้มันต้องมี Sandbox สำหรับนวัตกรรม แล้วก็ต้องกำกับดูแลไม่ให้เป็นการอาจจะปิดกั้นกันจนเกินไป กำหนดระดับความเสี่ยงของ แต่ละสินทรัพย์ เปิดเผยข้อมูล On-Chain รายไตรมาส EU ก็มีชัดเจนนะครับ ลงระดับว่า การอารักขาเก็บทรัพย์สิน การเปิดเผยข้อมูล การกำกับตลาดทุน เข้าใจว่ามันเป็นการ รอนสิทธิประเภทหนึ่ง แล้วมันก็อาจจะตรงกันข้ามกับหลักการของ Blockchain หรือของ Cryptocurrency แต่ว่ามันจำเป็นเพราะมันมีคนเสียหายเยอะ ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการ แก้กฎหมาย บัญญัติเลยให้มี Proof Of Reserve ผู้ประกอบการต้องเปิดเผยยอดสินทรัพย์ ที่ถืออยู่และเทียบกับยอดหนี้ต่อผู้ลงทุนแบบรายเดือน กำหนดบทลงโทษอาญาสำหรับ ผู้บริหารที่ใช้ทรัพย์สินลูกค้าโดยมิชอบ ไม่ใช่เพียงแต่ปรับโทษควรเพิ่มจำคุกในกรณีที่มีเจตนา จัดตั้งกองทุนคุ้มครองผู้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ร่วมทุนระหว่าง Exchange กับรัฐบาลและ ก.ล.ต. จัดตั้งกลไกตรวจสอบอิสระ สุ่มตรวจธุรกรรมป้องกัน Frontliner Front running คือบางทีรู้ข้อมูลล่วงหน้า Wash Trade คืออะไรครับ ซื้อขายปลอม ซื้อขายเหมือน Fake เหมือนให้มันมีซื้อขาย ความจริงมันไม่มีการซื้อขายจริง พวกนี้มันต้องมีกลไกในการ ตรวจสอบ เปิดพื้นที่ Sandbox เพื่อทดสอบนวัตกรรม Define NST Landing กำหนด ให้มีการหมุนเวียนผู้สอบบัญชี มันต้องมีระยะเวลาปฏิบัติว่าผู้สอบบัญชีหนึ่งต้องมีระยะเวลา ปฏิบัติงานสูงสุดต่อผู้ประกอบการรายเดิม ๓-๕ ปี ไม่อย่างนั้นก็รู้กันเองถูกไหมครับ เพื่อป้องกันความสัมพันธ์ระยะยาวที่จะนำไปสู่ Conflict of Interest หรือขัดกันของ ผลประโยชน์ และเพิ่มอิสระในการตรวจสอบ บังคับเปิดรายงานการสอบบัญชีต่อสาธารณะ ผู้ประกอบการต้องเปิดเผยรายการตรวจสอบทางการเงินที่ผ่านการรับรองจากผู้สอบบัญชี ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ เพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและช่วยนักลงทุนตัดสินใจบนข้อมูล ที่ชัดเจน หากไม่แก้ไขตรงนี้ยังจะเกิดอะไรขึ้นครับ ก็ซ้ำรอยได้เหมือนเดิมครับ Zipmex ก็ไม่มี Proof of Reserve ไม่มีบทลงโทษ นักลงทุนไม่ต้องพูดถึงความจริงเขาก็ไม่ได้มีความ เชื่อมั่นกับ ก.ล.ต. มากอยู่แล้วนะครับ Startup Define ก็อาจจะถูกว่าเมื่อเราไม่สามารถ กำกับดูแลได้ ไม่สามารถส่งเสริมได้ก็ไปตั้งที่อื่นดีกว่าที่กฎระเบียบเขาเอื้ออำนวยมากกว่า ไม่สามารถป้องกันอาชญากรรมแบบ Proactive ได้ สรุป พ.ร.ก. การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ ดิจิทัลของไทยนั้นยังคงเป็นเพียงแค่กรอบ กฎหมายขาดกลไกบังคับใช้ที่มีประสิทธิภาพ ขาดมาตรการเสริมเชิงเทคโนโลยีที่ทันสมัย ประเทศไทยนั้นจำเป็นต้องยกระดับ พ.ร.ก. ฉบับนี้ ให้เท่าทันโลก ก่อนที่นักลงทุนไทยจะต้องตกเป็นผู้เสียหายรายต่อไปในระบบสินทรัพย์ดิจิทัล ผมว่าที่ผ่านมาไม่ใช่เคสสุดท้ายแน่นอน ฝากไว้ด้วยครับ ขอบคุณครับ