รังสิมันต์ โรม อภิปรายต่อญัตติด่วนเรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาขบวนการค้ามนุษย์ แก๊งคอลเซนเตอร์และบัญชีม้า โดยชี้ให้เห็นความคืบหน้าของปัญหาน้อยมากนับตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ และเรียกร้องให้สภาฯ พิจารณาอย่างเร่งด่วน รังสิมันต์ โรม ระบุปัญหาความเสียหายจากการหลอกลวงออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เชื่อมโยงกับการค้ามนุษย์ โดยชี้ว่าตัวเลขความเสียหายจริงอาจเกิน 100,000 ล้านบาทและมีผู้ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก พร้อมวิพากษ์วิจารณ์บทบาทของประเทศไทยในฐานะจุดผ่านกลางและการตั้งถิ่นฐานของแก๊งเหล่านี้ รวมถึงเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการปราบปรามอย่างจริงจัง
เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขออนุญาตสรุปในส่วนของ ญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหา ขบวนการค้ามนุษย์ แก๊งคอลเซนเตอร์และบัญชีม้า ซึ่งท่านชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ได้เปิดการ อภิปรายไปเมื่อก่อนหน้านี้ ก่อนอื่นท่านประธานผมเองพูดเรื่องนี้ด้วยความหนักใจ เพราะว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมเองได้มีโอกาสอภิปรายอยู่ในหลากหลายวาระ แล้วผมก็ทราบว่าเพื่อน ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยเฉพาะในเรื่องนี้ทุกคนเห็นปัญหา เราปิดชื่อพรรค เราปิดชื่อฝ่าย ทุกคนเห็นตรงกันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก แต่เราต้องยอมรับว่านับตั้งแต่การอภิปราย ที่ผมคิดว่าก็เป็นหนึ่งในคนที่พูดถึงเรื่องนี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว หรือแม้กระทั่งปี ๒๕๖๖ ผมคิดว่า เราเห็นความคืบหน้าของเรื่องนี้น้อยมาก แล้วเราต้องยอมรับจริง ๆ ว่าสุดท้ายเราก็ต้องมา อภิปรายกันอีกครั้งดังที่เพื่อนสมาชิกหลากหลายท่านที่ได้มีการเปิดการอภิปรายในเรื่องนี้ อย่างมีนัยสำคัญ ขอสไลด์ด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ซึ่งผมเองก็อยากจะใช้โอกาสนี้ในการ สรุปแล้วก็ให้เห็นถึงปัญหาของความใหญ่ของปัญหาที่เรากำลังเจออยู่ เราไม่ได้กำลังพูดถึง แค่เฉพาะทุนสีเทาที่มาจากต่างประเทศ แต่เรากำลังพูดถึงการผนวกรวมกันของทุนสีเทาและ อาจจะดำในประเทศไทยของเราเองด้วยซ้ำไป ท่านประธานครับ ถ้าเราพูดถึงในเรื่องของ ความเสียหายหลายท่านพูดไปแล้วผมจะไม่ลงในรายละเอียดนะครับ ไปสไลด์ถัดไปเลยครับ เราจะพบว่าความเสียหายกลม ๆ มันคือ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือเกิดขึ้นในประเทศไทย แต่ถ้าเราพูดให้ชัดว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นถ้ารวมถึงคนที่อาจจะไม่กล้าที่จะพูดว่าพวกเขาถูก แก๊ง Scammer หลอกลวง ผมเชื่อว่าตัวเลขแห่งความเป็นจริงของความเสียหายที่เกิดขึ้น มันอาจจะทะลุ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปแล้ว ในแง่ของยอดจำนวนคนที่ผมได้ทำงานร่วมมือ กับภาคประชาสังคม ผมพบว่าตัวเลขคร่าว ๆ นับชเวโกะโก KK Park และอื่น ๆ มีคนที่อยู่ ในอุตสาหกรรม Scammer ไม่น่าจะน้อยกว่า ๓๐๐,๐๐๐ คน แล้วผมทำนายไว้เลยครับ อีก ๕ ปีข้างหน้า หากข้อมูล หากการเติบโตของแก๊ง Scammer Call Center เหล่านี้ยังมี ต่อไปผมเชื่อว่าจะมีคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้ไม่น่าจะน้อยกว่า ๑ ล้านคน ตัวเลขความ เสียหายทั่วโลกวันหนึ่งข้างหน้าคงจะมีมากกว่างบประมาณแผ่นดินของพวกเราตลอดทั้งปี ท่านประธานครับ เมื่อเราไปพูดถึงแล้วประเทศไทยอยู่ตรงไหน เกี่ยวข้องกันอย่างไรกับ การหลอกลวงการค้ามนุษย์ต่าง ๆ ในสไลด์หน้าถัดไป เราจะพบว่าคนจากหลากหลายชาติถูกหลอกโดยที่พวกเขาจะถูกนำพาผ่านมาที่ประเทศไทย แล้วส่งต่อไปที่อื่น ที่ท่านประธานเห็นในสไลด์เป็นข้อมูลที่ถูกรวบรวมเอาไว้โดย IOM นะครับ อันนี้ยังไม่ได้นับว่าจริง ๆ มันมีเส้นทาง Route ที่มาจากจีนอย่างที่เราเห็นคือในกรณีของ ซิงซิง เราจะพบว่าจากอินโดนีเซียซึ่งก็มีคนที่ถูกหลอก จากมาเลเซีย จากศรีลังกา แม้กระทั่ง เอธิโอเปีย และข้อมูลใหม่ ๆ ที่มันปรากฏเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นจากเคนยา จากโมร็อกโก เราจะพบว่าสุดท้ายพวกเขาจะต้องผ่านประเทศไทยเสมอ เพราะว่าแก๊ง Call Center จะบอกว่าถ้าคุณมาทำงานในประเทศไทย เป็นครูสอนภาษาอังกฤษในกรณีที่คนชาตินั้น พูดภาษาอังกฤษได้ มาเป็นดารานักแสดงในกรณีของซิงซิง มาทำอาชีพอะไรก็แล้ว พวกเขา จะบอกว่าถ้าคุณมาทำงานในประเทศไทยคุณจะมีรายได้ที่ดี แต่สุดท้ายสิ่งที่มันเกิดขึ้นจริงก็ คือแก๊ง Call Center เหล่านี้ก็จะพาคนเหล่านี้ไปที่เมียวดี หรือที่อื่นในใกล้เคียงกัน นั่นหมายความว่าสถานะของประเทศไทยในวันนี้เราแทบไม่แตกต่างอะไรกับการเป็น Agent อย่างไม่ได้เต็มใจ อย่างไม่ได้อยากเป็นของพวกแก๊ง Call Center แก๊ง Scammer หรือแก๊ง ค้ามนุษย์อีกแล้ว เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่าวันนี้ถ้าไม่มีประเทศไทย แก๊ง Call Center ก็จะไม่มาตั้งอยู่ริมชายแดนของพวกเราขณะนี้ ผมคิดว่า ๒ คำถามที่เราควรจะเข้าใจ เวลาที่ จะเข้าใจภาพของแก๊ง Call Center คือ ๑. ทำไมแก๊ง Call Center ถึงต้องเลือกมาตั้งอยู่ใกล้ ชายแดนของประเทศไทย และ ๒. การมาตั้งอยู่ใกล้ชายแดนของประเทศไทยพวกเขา ได้ประโยชน์อะไร ทำไมไม่เป็นประเทศจีน ไฟฟ้าแรงสูง อินเทอร์เน็ตดีมันมีแค่ประเทศไทย เหรอ ทำไมจีนไม่มีเหรอ อินเดียไม่มีเหรอ ผมคิดว่ามันต้องตั้งคำถามเหล่านี้แล้วเราจะเห็นถึง ความผิดปกติว่าประเทศไทยเกี่ยวข้องอย่างไรกับปัญหาของสิ่งที่เรียกว่าแก๊งหลอกลวงที่ใหญ่ ที่สุดในโลกขณะนี้ ท่านประธานครับ ถ้าเราดูในเรื่องอาณาจักรของแก๊ง Call Center วันนี้ แก๊ง Call Center มีหลายที่ เล่าไก่กับล่าเสี้ยวนี้อาจจะไม่มีศักยภาพเท่าไรแล้วเพราะว่า ทางการจีนเอาจริงเอาจัง แต่ที่อื่น ๆ ยังมีอยู่ ในกัมพูชายังมีอยู่ ในสามเหลี่ยมทองคำประเทศ ลาวยังมีอยู่ ในเมียวดียังมีอยู่ และมีการขยายอาณาจักรไปถึงพะย่าโต้นซูต่าง ๆ แล้ว แก๊ง Call Center อยู่รอบตัวเราแล้ว แล้วก่อนหน้านี้มีเพื่อนสมาชิกบางท่านได้อภิปรายไปว่ามี แม้กระทั่งความพยายามด้วยซ้ำของแก๊ง Call Center ที่จะเข้ามาตั้งในประเทศไทย ผมคิด ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมหนักใจและน่ากังวลใจอย่างยิ่งว่าปัญหาขนาดนี้อาณาจักรของ Call Center ที่มันใหญ่ยักษ์ขนาดนี้ อยู่รอบตัวของเราขนาดนี้ แต่ที่ผ่านมาเราแทบไม่มี ความชัดเจนในเรื่องของมาตรการ หรือนโยบายของภาครัฐในการที่จะปราบปรามพวกนี้ อย่างจริงจัง ข้อมูลที่ผมทำนะครับ ผมพบว่าในเฉพาะเมืองเมียวดี ในสไลด์หน้าถัดไป นี่คือ ๓๔ จุดน่าสงสัยของแก๊ง Call Center ที่อาจจะมีทั้งพนันออนไลน์ผสมโรงกันไปด้วย ๓๔ จุด นี้เกินกว่า ๑๐ จุดเป็นของคนไทย หลายจุดเป็นตำรวจ เป็นทหาร เป็นอดีตทหาร ทั้งหมดนี้ เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงเอาเงินในกระเป๋าของพวกเราเข้าไป ถามว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะเข้าใจว่าปัญหาของแก๊ง Call Center เกี่ยวพันกับประเทศ ไทย และถ้าเราแก้ปัญหาภายในประเทศของเราได้พวกนี้อยู่ไม่ได้ครับ นี่คือข้อมูลหลักฐานที่ ผมพยายามพูดมาโดยตลอดว่าหนึ่งในสิ่งที่ทำให้แก๊ง Call Center มันเติบโต ดูเลยครับนี่คือ จุดขายไฟฟ้าที่เราให้กับประเทศเพื่อนบ้าน ดูเลยครับที่ไหนบ้าง เขตไหนบ้าง เรามาช่วยกัน ครับ ผมถึงพยายามเน้นย้ำว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ และ Call Center ที่มันเติบโตแล้วมันมา ตั้งชายแดนก็เพราะเขาหวังพึ่งสิ่งเหล่านี้ ถูกต้องครับ บางจุดที่ผม Highlight สีดำไฟตัด ไปแล้ว แต่อีกหลายจุดยังขาย แล้วผมจะบอกให้บางจุดโดยเฉพาะที่จังหวัดตากนี้เป็น Nominee บริษัทเป็นบริษัทเครือข่ายของชนกลุ่มน้อยที่มาซื้อขายไฟ แล้วประทานโทษ ท่านประธานคิดว่าชนกลุ่มน้อยเหล่านี้ที่เขาปล่อยให้ทุนสีเทามาเช่านี่เขาจะเอาไฟให้ใครครับ ผมเชื่อว่าคงมีชาวบ้านได้ประโยชน์อยู่บ้าง แต่ผมเชื่อว่าส่วนใหญ่ไปเข้าแก๊ง Call Center ไฟจากบ้านเรานี่ละครับ ท่านประธานครับ ไปดูที่สไลด์ถัดไป นี่คือวิดีโอ นี่คือเสาไฟ สายไฟที่ลากไปยัง KK Park ซึ่งมี คนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมของ KK Park ซึ่งเป็น Call Center อยู่ประมาณแสนคน ไฟเหล่านี้ถูกลากจากแผ่นดินไทยเข้าไป พูด Fair Fair นะครับ ไฟตรงนี้ตัดแล้วหลังจาก หลาย ๆ ภาคส่วนตั้งคำถาม แต่ท่านประธานเชื่อไหมผมได้ยินกับหูเพราะผมเป็นคนถาม การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่าในเมื่อเสาไฟตรงนี้ ไฟฟ้าตรงนี้ตัดแล้วเราจะสามารถรื้อถอนเสา ได้ไหม จะเก็บไว้ทำไม ท่านประธานคิดว่าผมได้รับคำตอบว่าอะไรครับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บอกกับผมว่าเผื่อไม่แน่ในอนาคตกลับมาขายใหม่ วิธีคิดของหน่วยงานการไฟฟ้าในประเทศ ผมถึงต้องเรียกร้องว่ากระทรวงมหาดไทยต้องเอาจริงเรื่องนี้ได้แล้ว ท่านจะปล่อยเรื่องนี้ให้ คาราคาซังไปทำไม การขายไฟฟ้าหากนำไปสู่การตัดไฟเราไม่ได้กระทบอะไรเลยครับ ไฟฟ้า เหล่านี้คิดเป็นรายได้ไม่เยอะเลยของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เราจะเก็บไว้ทำไมครับ ตกลงแล้ว วันนี้ประเทศของเรา เราคือแบตเตอรี่ให้กับแก๊ง Call Center ใช่หรือไม่ แล้วความตลกร้าย ที่สะท้อนถึงความล้มเหลวของระบบราชการในประเทศเรา คือผมต้องเรียนด้วยความเคารพ ไปถึงทาง ครม. และถึงพี่น้องชาวไทยทุกท่าน ถ้าพูดกันอย่างเป็นธรรมทุกฝ่ายผมคิดว่า ครม. คณะรัฐมนตรีก็ไม่ได้ถึงขนาดนิ่งนอนใจขนาดนั้น แค่ถ้าใช้ความพยายามสักหน่อยกว่านี้ มันอาจจะประสบความสำเร็จ เพราะหนังสือฉบับนี้คือหนังสือติดตามมติของคณะรัฐมนตรี หนังสือฉบับนี้ระบุอย่างชัดเจนว่า ให้มีการระงับสาธารณูปโภคข้ามพรมแดนที่จะไปใช้เป็น ประโยชน์ต่อพวกแก๊ง Call Center สั่งการไปที่กระทรวงมหาดไทย เพราะมหาดไทยเป็นคน กำกับดูแล แต่ประทานโทษครับไฟยังขายอยู่ หนังสือนี้ตั้งแต่พฤษภาคม ๒๕๖๗ ผ่านมาแล้ว ๘ เดือนเกิดอะไรขึ้น ทำไมไฟฟ้ายังคงไหลจ่ายเข้าไปที่ยังแก๊ง Call Center ต่อไป ผมไปยืน อยู่บนท่าข้ามที่ตรงข้ามกับชเวโกะโก ใช่ครับตรงนั้นไฟถูกตัดแล้ว แต่เราก็พบว่าท่าข้าม เหล่านี้ถูกอนุมัติโดยกระทรวงมหาดไทย แล้วน้ำมันที่ถูกส่งไปเพื่อไปปั่นไฟให้กับชเวโกะโก มาจากประเทศไทย เกิดอะไรขึ้นกับประเทศเราครับ ตกลงแล้วแก๊ง Call Center มันจะ ดำรงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีลมใต้ปีกที่ชื่อว่าประเทศไทยใช่หรือไม่ ท่านประธานไปดูที่หน้าสไลด์ ถัดไป อันนี้เป็นท่าถัดไป ท่าข้ามเหมือนกันครับ แต่เป็นท่าที่ ๒๙ ผมไม่แน่ใจว่าตรงนี้ถ้าผม จำไม่ผิดมันคล้ายกันระหว่าง KK Park กับหวันยาครับ Huanya New City International ท่าข้ามนี้เป็นท่าข้ามที่ฝั่งตรงกันข้ามไม่ได้มีชุมชนชาวบ้านอะไรมากมาย ส่วนใหญ่เป็นแก๊ง Scam เป็น Call Center ที่เห็นอยู่ไกล ๆ อาคารดังกล่าวหลังคาสีชมพูตรงนี้คือ Scammer คือ Call Center ทั้งหมดครับ ในนั้นมีการช็อตไฟฟ้า ในนั้นมีการทุบตี ในนั้นมีการทำร้าย ร่างกาย ในนั้นมีขบวนการที่กำลังหลอกเงินคนไทยและคนทั่วโลก ท่านี้เป็นท่าที่อนุมัติ โดยกระทรวงมหาดไทย แล้วไปที่หน้าสไลด์ถัดไป ความน่าตกใจคือท่านี้ครับ มีหน่วยงาน ฝ่ายความมั่นคง มีออฟฟิศอยู่ มีที่ทำการท่า ๒๙ มีสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ผมก็เพิ่งรู้ว่า ปกติท่าพวกนี้ผมเข้าใจมาโดยตลอดว่าเป็นที่ส่งของ ส่งสินค้า แต่มันมี ตม. ด้วย มีศุลกากร ทั้งหมดนี้ตรงข้ามกับ Call Center สรุปว่าเจ้าหน้าที่รัฐของเรานี่เกี่ยวข้องกับแก๊ง Call Center หรือไม่ นี่คือวันที่ผมในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงลงพื้นที่ ตรงนี้คือ สิ่งที่เรียกว่าเป็นบริเวณตรงข้ามกับแก๊ง Call Center ที่เรียกว่าช่องแคบ ปูนจากประเทศไทย กำลังขนไป ๆ แล้วไปไหนครับ ไปท่าข้ามตรงนี้ใช่ไหม ไปท่าเรือ Ferry ที่กำลังจะขนส่งไป แล้วลองดูเดี๋ยววิดีโอผ่านไปนิดหนึ่งจะเห็นนะครับ เราจะเห็นว่าปูนเหล่านี้ฝั่งตรงข้ามมันแทบ ไม่มีอะไรเลย เขากำลังก่อสร้าง Call Center ครับ ผมเป็นประจักษ์พยานของการก่อสร้าง Call Center และผมเห็นมันด้วยตาตัวเอง นี่คือสภาพความเป็นจริง ตกลง Call Center นี่ สร้างโดยใครครับ ในบริเวณท่าดังกล่าวผมเห็นใครครับ ชุดนั้นลายพรางน่าจะคุ้น ๆ คือทหาร ของเราเอง ผมเชื่อว่าท่าเหล่านี้ไม่มากก็น้อยเผลอ ๆ ก็มีคนที่ถูกหลอกแล้วข้ามไป ปูนก็ยัง ขนได้ สิ่งของมูลค่าสูงจำนวนมากขนาดนี้ขนได้ ทำไมคนจะขนไม่ได้ ขนได้ครับ วันนี้ผมได้เปิดข้อมูลและหลักฐานที่ชี้ชัดอย่างชัดเจนว่าแก๊ง Call Center สุดท้ายมันก็คือ สิ่งที่ปลูกสร้างโดยคนไทย โดยประเทศไทย ที่มีคนบางกลุ่มได้ประโยชน์บนความทุกข์ทรมาน ของผู้อื่น ท่านประธานครับ ผมคิดว่าจนถึงตอนนี้หน่วยงานของรัฐจริง ๆ ไม่จำเป็นต้องรอให้ กรรมาธิการหรือให้สภาต้องพูดเรื่องนี้ซ้ำอีกเลย ผมคิดว่าถึงเวลาที่เรื่องนี้จะเป็นวาระแห่งชาติ ที่เราจะต้องทุ่มสรรพกำลังในการปราบปราม ในการจัดการแก๊ง Call Center การมีมาตรการ ในเรื่องของบัญชีม้าอย่างเดียวไม่เพียงพอ การมีมาตรการในเรื่องของซิมม้าอย่างเดียว ไม่เพียงพอ เพราะศัตรูของชาติวันนี้มันอยู่ใกล้ ๆ เรา เราต้องปราบปรามพวกนี้อย่างถึง รากถึงโคน จัดการกับบรรดาเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน และที่สำคัญ คือการช่วยเหลือคนอีก ๖,๐๐๐ คนที่รอความช่วยเหลืออยู่ คนเหล่านี้ถูกหลอกไปครับ พวกเขาถูกหลอกไป พวกเขาเข้าใจว่าจะมาทำงานในประเทศไทย หลังจากที่มีการช่วยซิงซิง ซึ่งเป็นนักแสดงชาวจีน เกิดคำถามว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการช่วยเหลือคนที่เป็นเหยื่อ ค้ามนุษย์อย่างรวดเร็ว แล้วที่เหลือเขาจะได้รับการช่วยเหลือเมื่อไร ท่านประธานที่เคารพ ครับ ผมคิดว่าผมสนับสนุนการเสนอญัตติในวันนี้ และผมเองในฐานะที่เป็นประธาน คณะกรรมาธิการความมั่นคงผมติดตามเรื่องนี้ แล้วผมก็ยินดีหากสภาผู้แทนราษฎรจะส่งเรื่อง นี้เข้าสู่กรรมาธิการ แต่ผมอยากจะขอความกรุณา ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้เราต้อง ช่วยกัน ลำพังกรรมาธิการความมั่นคงอย่างเดียวพวกผมเองเราทำอย่างเต็มที่แล้ว ผมต้องการสรรพกำลัง ผมต้องการเพื่อนจากทุกพรรคการเมืองโดยเฉพาะจากฝั่งรัฐบาลที่ พวกท่านมีที่นั่งอยู่ใน ครม. ผมอยากให้เราใช้เวลานี้ โอกาสนี้ร่วมมือกันในการปราบปราม แก๊ง Call Center ทำให้ภัยคุกคามนี้มันหมดไป ทำให้ประเทศไทยของเรากลับมามีชื่อเสียงที่ดี อีกครั้ง ทำให้คนที่เขากำลังจะเดินทางมาที่ประเทศไทยไม่ต้องกังวลว่าเขาจะถูกหลอก เขาจะเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์หรือไม่ Land of Smile จะเป็น Land of Smile อย่างแท้จริง ถ้าพวกเราช่วยกัน ขอบคุณครับท่านประธาน