สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๑๖ มกราคม ๒๕๖๘

ปิยรัฐ จงเทพ หารือเรื่องการค้ามนุษย์ และเรียกร้องการดำเนินการบูรณาการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์

นายปิยรัฐ จงเทพ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปิยรัฐ จงเทพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตพระโขนง เขตบางนา พรรคประชาชน ต่อประเด็นนี้ญัตติเรื่องของการค้ามนุษย์ ท่านประธานครับ ผมเองในฐานะเป็นกรรมาธิการ อยู่ในคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการ ปฏิรูปประเทศ ผมเองตอนแรกไม่ได้ตระหนักถึงปัญหาเรื่องนี้มากเท่ากับการได้มีโอกาส เข้ามาอยู่ในกรรมาธิการชุดนี้ เราได้รับเรื่องร้องเรียน เราได้รับเรื่องราวเกี่ยวกับปัญหา การค้ามนุษย์ การลักลอบสิ่งผิดกฎหมายต่าง ๆ มากมายหลายเรื่อง เราได้พิจารณาเรื่องนี้ กันมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๗ มีเคสหนึ่งที่ผมมีโอกาสได้เข้าไปช่วยเหลือตั้งแต่ช่วงที่เขายังอยู่ ที่ประเทศเพื่อนบ้าน เอ่ยชื่อประเทศได้ครับ เพราะว่าเป็นข้อเท็จจริงก็คือกัมพูชา เขาไม่มี ทางเลือก เขาทักมาทาง Page Inbox ตามทางช่องทางที่เขาทำได้ผ่านท่าน สส. สุภกร เขตสวนหลวง พรรคประชาชน เดิมทีนั้นเราทำการช่วยเหลือตอนนั้นเรายังเป็นพรรคก้าวไกล ผมเองต้องวางแผนกันเองไม่รู้จะไปประสานงานกับใคร ไม่รู้จะไปสื่อสารอย่างไรให้เขาได้มี ความปลอดภัย เพราะกลัวแจ้งเจ้าหน้าที่รัฐเดี๋ยวคนของรัฐก็ประสานงานเกิดไปถึงผู้ร้าย ก็จะเป็นความเดือดร้อนกับเขาอีก ก็พยายามช่วยเหลือกันเท่าที่ทำได้ ปรากฏว่าโชคดีของเขา ได้มาถึงชายแดนไทยและกลับมาสู่อ้อมกอดของครอบครัวอย่างปลอดภัยด้วยการช่วยเหลือ ของ สส. ตัวเล็ก ๆ ๒ คนนี้ละครับ ฉะนั้นแล้วผมจึงบอกว่ากระบวนการช่วยเหลือถ้ารัฐจะทำ รัฐทำได้ผมเชื่อ ถ้าผมเป็น สส. ฝ่ายค้านแล้วพวกผมทำได้ ผมเชื่อมั่นว่ารัฐบาลทำได้ นี่เป็นแค่ ๑ คนในจำนวนหลายหมื่นคน จากการสอบถามผู้เสียหาย ๒ รายนี้ที่เขามา เขาบอกว่ามี คนไทยอยู่นับเป็นพันคนและต่างชาติอีกจำนวนมากที่ถูกหลอกข้ามไปทำอาชีพหรือทำธุรกิจ ที่ไม่ได้เป็นไปตามข้อตกลง เขาถูกตกลงว่าจะให้ไปทำการค้าขายออนไลน์ แต่พอไปถึงกลับ บังคับขู่เข็ญให้เข้ามาหลอกลวงคนไทยด้วยกันเอง และถ้าใครทำยอดไม่ได้ ทำยอดไม่ถึง ก็จะถูกทรมาน ถูกบังคับขูดรีดโดยใช้กลไกต่าง ๆ เราจะเห็นว่าหลายสื่อมวลชนได้นำข้อมูลจากสถาบันเพื่อสันติภาพสหรัฐอเมริกา ปี ๒๐๒๓ ที่ผ่านมาบอกว่ามี ๗๕ แหล่งอยู่รายรอบประเทศไทย ซึ่งอยู่ในหลาย ๆ ประเทศไม่ว่าจะเป็น ลาว กัมพูชา และเมียนมา เราจะเห็นว่ามูลค่าความเสียหายที่ทั่วโลกต้องสูญให้กับแก๊ง Call Center กลุ่มนี้กว่า ๒.๒๔ ล้านล้านบาท และเฉพาะอาเซียนอย่างเดียว อาเซียนนี่ย้ำอาเซียน ร่วมใจ ๓ ประเทศ มีพม่า แล้วก็กัมพูชา แล้วก็ลาว ดูดเงินเราไป ๑.๕๓ ล้านล้านบาท ครึ่งหนึ่งของงบประมาณรายจ่ายประจำปีของเรา ถือเป็นเงินมหาศาลมากที่สูญเสียเข้าไป ในตลาดมืดกลุ่มนี้ สไลด์ต่อไปครับ นี่คือมาตรการของรัฐไทยกำลังทำอยู่ตอนนี้ เราเคยได้ยิน คำพังเพย วัวหายล้อมคอก ใช่ไหมครับท่านประธาน แต่นี่เรากำลังเจอปรากฏการณ์วัวหาย ทุกวันไม่คิดจะล้อมคอกไม่พอ ไม่คิดจะตามวัวกลับด้วย วัวกลับที่ว่าก็คือทรัพยากร ทรัพย์สิน และมูลค่าต่าง ๆ ที่เราสูญเสียไปไม่สามารถตามทวงคืนได้เลย ถ้าไปแล้วไปลับอย่าคิดว่า ไปแล้วจะกลับมาได้เพราะเส้นเงินถึงนะครับ พอเข้าสู่ระบบเท่านั้นละแปลงเป็นค่าเงินดิจิทัล จบเลยไม่สามารถทวงกลับมาเป็นตัวเงินได้ ที่หลายท่านพูดถึงมาตรการการจัดการนี่ผมคิดว่า สิ่งหนึ่งที่เราต้องคำนึงถึง คือมาตรการการคืนทรัพย์สินมูลค่าต่าง ๆ ที่ถูกหลอกไปนั้นกลับคืน มาสู่ประชาชน ผมเชื่อว่าสิ่งนี้ประชาชนที่สูญเสียไปเขาต้องการที่สุดครับ ผมถามหลายคน บอกต้องการไหมกับการเอาคนร้ายมาลงโทษ หลายคนบอกไม่คิดถึงขนาดนั้นขอแค่ได้เงินคืน มาเท่านั้นเองตอนนี้ แต่มาตรการเหล่านั้นไม่ได้มีออกมาเป็นรูปธรรมจากรัฐบาล ผมดีใจ เหลือเกินเห็นท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าจะได้มีการเจรจาอย่างจริงจัง และถ้าเกิดว่าเจรจา ไม่ได้ผลอาจจะขออนุญาตใช้กำลังจากประเทศไทยส่งเข้าไป อ๋อไม่ใช่ท่านนายกรัฐมนตรี ขออภัยครับท่านประธาน ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีบอกว่าจะส่ง กองกำลังเข้าไป เมื่อวานนี้ผมเห็นข่าว BGF ที่ฟังเมียวดีเรียกประชุมทันทีเลยท่านประธาน บอกว่า ต่อไปนี้ใครเป็นผู้ประกอบการที่ใช้พื้นที่เมียวดีในการประกอบธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น ค้ามนุษย์ ลักพาตัวอะไรก็แล้วแต่จะดำเนินการให้ถึงที่สุด จะไม่ให้อยู่ในพื้นที่ต่อไป นั่นแปลว่ามีเค้าลางว่ามีโอกาสที่เราจะเจอต้นตอแล้ว ก็อยากฝากถึงรัฐบาลต้องใช้กลไก บูรณาการครับรอบนี้ ไม่ใช่แค่ตำรวจ ไม่ใช่แค่ทหาร และไม่ใช่แค่ดิทิจัล ต้องทุกหน่วยงาน บูรณาการเรื่องนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน