สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๑๖ มกราคม ๒๕๖๘

เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล หารือเรื่องปัญหาการค้ามนุษย์ ตามแนวชายแดน และเรียกร้องการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง

นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขออภิปรายสนับสนุนญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องปัญหาการค้ามนุษย์ตามแนว ชายแดน ท่านประธานครับ ผมขอเท้าความอย่างนี้ ช่วงก่อนปี พ.ศ. ๒๕๖๐ รัฐบาลจีนได้มี เป้าหมายอย่างชัดเจนในการที่จะนำพาประเทศไปสู่ระดับสากล ในการดำเนินการดังกล่าว รัฐบาลจีนได้ดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมอย่างหนักเพื่อที่จะสร้างแรงจูงใจให้มีการ ลงทุน รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่คู่ค้า การปราบปรามกลุ่มอาชญากรรมโดยเฉพาะกลุ่ม ทุนจีนสีเทา แล้วก็กลุ่มธุรกิจมืดถูกปราบปรามอย่างนักโดยเฉพาะการค้ามนุษย์ การดำเนินการดังกล่าวทำให้สถิติการค้ามนุษย์ในประเทศจีนลดลงไปอย่างมาก แต่ในทาง กลับกันประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลับมีสัดส่วนที่สูงขึ้นมาอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อกลุ่มทุนจีน กลุ่มขบวนการค้ามนุษย์ไม่สามารถที่จะดำเนินการในจีนได้ ได้มีการย้ายฐาน ไปยังประเทศอื่น ๆ ประเทศเมียนมาคือเป้าหมายที่สำคัญ ที่แรก ๆ ที่ได้มีการตรวจพบก็คือ ที่เล่าไก่อยู่ในเขตปกครองโกก้าง สไลด์ต่อไปนะครับ อันนี้ก็คือมีการตรวจพบที่เล่าไก่ แล้วก็มี การทลายในช่วงปี ๒๕๖๖ แล้วต่อมาในประเทศจีนก็เกิดความตื่นตัว มีการฉายหนังอยู่ เรื่องหนึ่งสะท้อนปัญหาการค้ามนุษย์ที่คนจีนถูกหลอกลวงมาตกเป็นเหยื่อขบวนการ ค้ามนุษย์ คนจีนดูหนังเรื่องนี้แล้วมีความแตกตื่นไม่กล้าที่จะเข้ามาในประเทศไทย อันนี้ก็คือ หนังชื่อว่า No More Bets แล้วเมื่อเร็ว ๆ นี้ก็ได้เกิดเหตุการณ์นี้ ซึ่งมันเป็นการตอกย้ำความคิด ความเชื่อของคนจีนว่ามาไทยและประเทศที่อยู่รอบประเทศไทยไม่ปลอดภัย หลังจากที่เกิด ข่าวนี้ในสังคมจีนเกิดความตื่นตัวเรื่องนี้อย่างมาก กระแส Social ต่าง ๆ ไม่อยากที่จะ เดินทางมาในประเทศไทยเหมือนอย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายคนได้อภิปรายไปแล้ว เมื่อเกิด เหตุการณ์เหล่านี้ถามว่าประเทศไทยได้ทำอะไรบ้างนะครับ เมื่อเร็ว ๆ นี้ก็คือวันที่ ๑๔ มกราคมที่ผ่านมา ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านดำเนินการ ศูนย์สั่งการ ชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา จังหวัดตาก โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เป็นประธาน ได้ดำเนินการจัดประชุมด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ แล้วผลในที่ประชุมได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหา อาชญากรรมข้ามชาติและการค้ามนุษย์ ดูเหมือนจะดีที่ได้มีการตอบสนองเรื่องนี้อย่าง รวดเร็ว แต่ผลสรุปที่ออกมา มาตรการที่ออกมาจากการประชุมมันเป็นสิ่งที่น่าผิดหวังครับ น่าผิดหวังอย่างไร ผลก็คืออันที่ ๑ ออกมาว่า จัดระเบียบข้อมูลข่าวสารในการชี้แจง ข้อเท็จจริงต่อประชาชนและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง คือยังไม่ได้มีการดำเนินการใด ๆ เลย แค่ที่จะจัดระเบียบข้อมูลข่าวสารนะครับ อันต่อไปก็คือเน้นย้ำให้หน่วยงานด้านความมั่นคง ในพื้นที่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบ อันต่อไปก็คือประสานกับทุกฝ่ายเพื่อให้ ข่าวสารป้องกันการลักลอบข้ามชายแดนโดยผิดกฎหมายอย่างนี้ แล้วอันสุดท้ายก็คือ เตรียมการรับการประสานและให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม ก็คือบอกว่ามีการ ออกมาตรการอะไรขึ้นมา ดำเนินการประชุมกันอย่างจริงจัง แต่สิ่งที่จะทำมันก็เหมือนกับ ไม่ได้ทำ คือการสั่งการ การขอให้มีการประชาสัมพันธ์ การจัดการข้อมูลข่าวสารนี่เป็นงาน ปกติที่หน่วยงานในระดับพื้นที่เขาทำกันอยู่แล้ว มันไม่ใช่มาตรการที่จะแก้ไขอะไรได้เลย สิ่งแรกที่จะต้องจัดการก่อน ต้องทำอะไรก่อนใครเพื่อน ก็คือการจัดการกับเจ้าหน้าที่ที่ทุจริต คอร์รัปชัน การค้ามนุษย์ข้ามชายแดนไปมา โดยเฉพาะที่จังหวัดตากเกือบทุกพื้นที่ทุกเส้นทาง มีเจ้าหน้าที่อยู่ตามด่านชายแดน ถ้าหากเจ้าหน้าที่ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชันไม่มีทางที่จะ ผ่านไปได้หรืออย่างน้อยมันก็น้อยลง เมื่อไม่มีการดำเนินการแบบนี้ถามว่าการจัดระเบียบ ข้อมูลข่าวสาร การประชาสัมพันธ์ มันก็ทำกันทุกวันอยู่แล้วแล้วจะไปแก้อะไรได้ล่ะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าปรากฏการณ์แบบนี้ที่ผมพูดผมไม่ได้โทษที่ตัวผู้ว่านะครับ รัฐบาลไทย ผู้มีอำนาจในสังคมไทยไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนอะไรเลยกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ตอนนี้จำนวน นักท่องเที่ยวจีนจะลดลง แล้วหลังจากเรื่องการท่องเที่ยวจะลามไปเรื่องอื่นอีกอะไรรู้ไหมครับ การลงทุนอื่น ๆ ที่จะได้รับผลกระทบตามมา ถ้าหากรัฐบาลไทยยังทำตัวนิ่งเฉย ไม่เดือดร้อน อะไรกับปัญหาที่เกิดขึ้นมันอาจจะเกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจ สังคมในอนาคตโดยที่เรา คาดไม่ถึง เพราะฉะนั้นผมจึงขอสนับสนุนญัตตินี้เพื่อให้มีการลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ อย่างจริงจังครับ ขอบคุณมากครับ