วีรภัทร เสนอปฏิรูปกฎหมายปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ก่อนไทยเสียภาพลักษณ์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๑๖ มกราคม ๒๕๖๘

วีรภัทร คันธะ เสนอให้ปฏิรูปกฎหมายป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์และคนเข้าเมือง เพื่อแก้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติที่ไทยถูกมองว่าเป็นฐานของมิจฉาชีพ โดยเรียกร้องความเข้มแข็งในการบังคับใช้กฎหมายและการจัดตั้งหน่วยงานพิเศษเพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติอย่างบูรณาการ พร้อมเสนอให้รัฐบาลลงนามข้อตกลงความมั่นคงใหม่ สร้างเครือข่ายข่าวกรองระหว่างประเทศ และพิสูจน์เจตจำนงผ่านการปฏิบัติจริงในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่แฝงตัวอยู่ในพื้นที่แม่สอด จังหวัดตาก เพื่อหยุดยั้งปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติและฟื้นฟูภาพลักษณ์ของประเทศในสายตาชาวโลก

นายวีรภัทร คันธะ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีรภัทร คันธะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ อำเภอพระประแดง ยกเว้นตำบลบางจาก พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ล่าสุดกรณีดาราจีน ซิงซิง ที่ถูก หลอกมาค้ามนุษย์ในประเทศไทย หรือแม้แต่เรื่องอื้อฉาวเรื่องของการบุกจับแก๊ง Call Center การดูดเงินที่มีมาตลอดแล้วก็หนาหูขึ้นทุกวัน ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องอาชญากรรม ธรรมดาแต่สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของระบบป้องกันและจัดการกับอาชญากรรม ข้ามชาติในเชิงโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นทางด้านกฎหมาย การบังคับใช้ และมาตรการเชิงรุก ของภาครัฐ ท่านประธานครับ ประเทศไทยเคยถูกขนานนามว่าเป็นศูนย์กลางของอาเซียน แต่วันนี้เรากลับถูกตราหน้าว่าเป็นประตูสวรรค์ของกลุ่มอาชญากรที่เลือกใช้ประเทศไทย เป็นฐานในการค้ามนุษย์ แล้วก็กระทำผิดกฎหมายข้ามชาติ เราคงต้องถามตัวเองว่า เพราะเหตุใดโครงสร้างความปลอดภัยของประเทศไทยหรือแม้แต่ภายในประเทศ รอบ ๆ ประเทศไทยถึงอ่อนแอ แล้วใครเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์จากช่องโหว่เหล่านี้ ประเทศไทย อาจจะมีจุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ แต่ความล้มเหลวในการ บังคับใช้กฎหมายกลับกลายเป็นเรื่องของดาบสองคมที่เปิดโอกาสให้กลุ่มมิจฉาชีพใช้ ประเทศไทยเป็นฐานในการดำเนินกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย ซึ่งประเทศไทยก็มีกฎหมาย มากมาย ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. ป้องกันการปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ร.บ. คนเข้าเมือง แต่ปัญหาก็ยังเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เราจึงควรพิจารณา ๒ พ.ร.บ. นี้ว่ายังไม่ครอบคลุมปัญหา ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันหรือเปล่า หากกฎหมายที่มีอยู่ยังไม่สามารถปิดช่องว่างเหล่านี้ได้ก็คงถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องปรับปรุง กฎหมายให้ทันสมัยแล้วก็มีประสิทธิภาพมากขึ้น ท่านประธานครับ ผมอยากเสนอข้อเสนอ เชิงรุกเรื่องของการปฏิรูปกฎหมาย ๒ พ.ร.บ. ที่กล่าวมา ซึ่งก็คาดหวังว่าการส่งเรื่องนี้เข้าไป ยังคณะกรรมาธิการจะช่วยเสนอ แล้วก็แก้ไขในเรื่องของ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปราม การค้ามนุษย์ แล้วก็ พ.ร.บ. คนเข้าเมือง เราควรจริงจังกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับการทุจริตและละเลยหน้าที่นะครับ

ต่อมาผมเสนอว่า เราควรมีหน่วยงานพิเศษที่ทำงานร่วมกับหน่วยงานระหว่าง ประเทศเพื่อสกัดกั้นอาชญากรระดับนานาชาติ หรือศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรม ข้ามชาติที่เน้นการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์อย่างบูรณาการ รายงานความคืบหน้าต่อประชาชน อย่างโปร่งใส หากท่านจริงจังต่อปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นจากการค้ามนุษย์และแก๊ง Call Center ท่านก็ควรมีการปฏิบัติงานเชิงรุกที่มากกว่านี้

แล้วสุดท้ายสิ่งที่สำคัญที่รัฐบาลควรทำ ก็คือการจัดทำความร่วมมือระหว่าง ประเทศ ลงนามในข้อตกลงความมั่นคงฉบับใหม่ที่มีมาตรการเข้มงวดและตรวจสอบได้ รวมถึงการสร้างเครือข่ายข่าวกรองระหว่างประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบ Real Time สำคัญนะครับ รัฐบาลต้องพิสูจน์ไม่ใช่แค่ด้วยคำพูดแต่ด้วยการกระทำ เพราะรัฐบาลชุดนี้ เคยประกาศเจตจำนงอย่างชัดเจนที่จะแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง แต่การแก้ปัญหา ที่ผ่านมาแสดงถึงความจริงจังหรือไม่ การบุกจับกลุ่มมิจฉาชีพรายใหญ่ในประเทศไทย หรือว่าบริเวณใกล้เคียงมีผลลัพธ์ที่จับต้องได้แค่ไหน มีแผนเชิงรุกชัดเจนในการป้องกันไม่ให้ ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งพักพิง หรือศูนย์กลางของแก๊งมิจฉาชีพหรือไม่

ท่านประธานครับ เมื่อไม่นานมานี้ผมได้มีโอกาสเดินทางไปที่แม่สอด จังหวัด ตาก ไปธุระส่วนตัว แต่สิ่งที่ผมพบครับ ผมเรียก Grab Grab ก็ยังหันมาพูดกับผมว่าเดี๋ยวนี้ คนจีนเยอะมาก แล้วก็มีเรื่องของแก๊ง Call Center อะไรที่อยู่บริเวณนี้ก่อนที่ซิงซิง จะเป็นข่าวดังเสียอีก แม้แต่คนในพื้นที่ยังรู้เลยท่านประธาน แต่ว่าเราหลายคนอาจจะหลับตา หรือว่าไม่ทราบได้เพราะว่ามีผลประโยชน์หรืออะไรหรือเปล่า ผมก็ไม่อาจจะก้าวล่วงได้ แต่สิ่ง สำคัญก็เป็นการฝากคำถามถึงรัฐบาลแล้วก็สังคมไทย การที่ประเทศไทยถูกตราหน้าว่า เป็นประตูนรกของนักท่องเที่ยว แต่เป็นประตูสวรรค์สำหรับมิจฉาชีพ เป็นแหล่งที่มาของ อาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งแม้ว่าจะไม่ได้ใช้ประเทศไทยโดยตรงแต่ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน ไปที่ประเทศเพื่อนบ้าน เราเรียกได้ว่าเราเสียศักดิ์ศรีของประเทศมาก ท่านประธานครับ ผม Check จาก Weibo Social Media ของชาวจีนเมื่อเช้านี้ เขาก็ถามอยู่ว่ารัฐบาลไทยจะตัด ไฟกี่โมง จริง ๆ ก็มีแนวทางหลายแนวทางแต่เราก็เห็นแล้วว่าตอนนี้ถ้าท่านลองกลับไป สอบถามหน่วยงานราชการนะครับ หน่วยงานราชการประเทศจีนที่กำลังจะเดินทางมา ประเทศไทยก็ยกเลิกแผนการเดินทางมา กลุ่มนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาในช่วงตรุษจีนก็ ยกเลิกการเดินทางมา แสดงให้เห็นว่าอะไรครับ แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยไม่ใช่ประเทศที่ ปลอดภัยอีกต่อไปในสายตาไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่รวมถึงข้าราชการแล้วก็ หน่วยงานที่ต้องการเดินทางมาดูงานที่ประเทศไทยด้วย สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึง ความล้มเหลวของระบบป้องกันและบังคับใช้กฎหมายในระดับเชิงโครงสร้าง ซึ่งไม่เพียงแต่ ทำให้เราเสียหน้าทางการเมืองแต่ยังถูกเหยียดหยามจากสังคมโลกด้วยว่าเป็นรัฐบาล ที่ไร้น้ำยา และยังทำให้เราเสียรายได้มหาศาลจากการท่องเที่ยวและความสัมพันธ์ทาง เศรษฐกิจจากนานาชาติ นี่มันน่าอับอายขายหน้าที่สุดเลย ท่านประธานครับ ในเมื่อกฎหมาย นี้ที่มีอยู่ไม่ได้ตอบโจทย์ แล้วก็ความร่วมมือของระหว่างประเทศก็ยังขาดความโปร่งใส ก็ถึง เวลาแล้วที่เราจะต้องถามตัวเองว่ารัฐบาลนี้พร้อมแล้วหรือยังที่จะทำอะไรเพื่อแก้ไขปัญหานี้ หรือจะปล่อยให้ประเทศไทยเสียโอกาสไปมากกว่านี้ กำไรระยะสั้นที่เกิดจากการลงทุนที่ไม่ โปร่งใสจะคุ้มค่ากับชื่อเสียง กับความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัยของพี่น้องชาวไทย และนักท่องเที่ยวได้หรือไม่ หากประเทศไทยยังคงนิ่งเฉยแล้วปล่อยให้กลุ่มมิจฉาชีพใช้เรา เป็นฐานปฏิบัติการ ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลกจะเป็นไปในทางไหน ต่อให้ นายกรัฐมนตรีจะเดินทางบินไปกี่ประเทศถ้าเราแก้ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ก็ไม่ต้องบินแล้วครับ ผมว่าแก้ปัญหานี้ได้ก็เหมือนกับท่านบินไปแล้วหลายประเทศ เราจะปล่อยให้ประเทศไทย เป็นฐานที่มั่นของอาชญากรรมข้ามชาติหรือไม่ นี่ก็คือคำถามสำคัญ หรือเราพร้อมจะยอมรับ ว่าเราก็เป็นเพียงหมากตัวเล็กในเกมของอาชญากรข้ามชาติ ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้อง แสดงความกล้าหาญในการปฏิรูประบบอย่างจริงจัง และหยุดยั้งปัญหานี้ก่อนที่ประเทศไทย จะเสียทุกอย่าง สุดท้ายนะครับ จะตัดไฟกี่โมง ขอบคุณครับ