รักชนก ศรีนอก อภิปรายสนับสนุนญัตติต่อต้านการค้ามนุษย์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยชี้ให้เห็นความล้มเหลวของรัฐบาลในการสร้างฮับ 8 ฮับ และยกตัวอย่างปัญหาการบริหารงบประมาณ กฎหมายที่ไม่เอื้ออำนวย รวมถึงการทุจริตของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ รักชนก ศรีนอก ระบุตัวเลขความเสียหายจากการหลอกลวงในอาเซียนและชี้ว่าไทยเป็นศูนย์กลางการค้ามนุษย์ พร้อมยกกรณีชายแดนตราดที่รัฐละเลยตรวจสอบพื้นที่ทับซ้อนซึ่งถูกใช้สร้างศูนย์มั่วสุมเพื่อรองรับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหา
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน รักชนก ศรีนอก ผู้แทนจากชาวบางบอน จอมทอง หนองแขม วันนี้ขอร่วมอภิปรายสนับสนุน ญัตติการค้ามนุษย์ แล้วก็การต่อต้านแก๊ง Call Center ท่านประธานคะ ตั้งแต่ที่รัฐบาลชุดนี้ ภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยได้รับตำแหน่งมา นายกรัฐมนตรีคนที่แล้วก็ประกาศว่า ประเทศไทยอยากจะเป็นฮับ ๘ ฮับ จะมีฮับสุขภาพ การกิน ท่องเที่ยว การเงิน ดิจิทัลต่าง ๆ คือฮับ ๘ ฮับนี้ทุกวันนี้เราก็ยังเป็นไม่ได้ เรายังไม่มีความสามารถในการเป็นได้เพราะว่า เรื่องของการบริหารจัดการงบประมาณต่าง ๆ หรือไม่ว่าจะเป็นระเบียบ กฎหมายที่เราก็มี ความอ่อนแอ เจ้าหน้าที่ภาครัฐก็ขึ้นชื่อเรื่องการเรียกรับเก็บส่วยต่าง ๆ ความไม่ตรงไปตรงมา เกิดขึ้นเต็มไปหมด แต่ว่าฮับที่เราอยากเป็นเราเป็นไม่ได้ แต่ว่าอันนี้ที่เราเป็นได้คือฮับของ การค้ามนุษย์ แล้วก็แก๊ง Call Center ซึ่งต้องบอกว่าตอนนี้เรากลายเป็นศูนย์กลางทางผ่าน ในการค้ามนุษย์จริง ๆ ท่านประธาน เพราะว่าตอนนี้รอบ ๆ ประเทศของเรา ดิฉันขออนุญาต เอ่ยชื่อสักนิดหนึ่งกับสไลด์นี้
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
พม่า ลาว กัมพูชานี่ค่ะ ขอบคุณอินโฟกราฟิกจาก TNN นะคะ ๓ ชาติอาเซียนได้เงินจากการ Scam กันไปเท่าไร นี่คือตัวเลข ถ้าคิดเป็นจีดีพีของทั้ง ๓ ชาติประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ประเทศไทยเรา Record เอาไว้ว่าเรานี่ประมาณ ๓ ปี ๔ ปี ในการเก็บข้อมูลบอกว่าประมาณ ๗๗,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ดิฉันคิดว่าตัวเลขจริง ๆ แล้วมันน่าจะมากกว่านั้น เพราะว่ามันมีตัวเลขของคนที่ โดนหลอก ๕๐,๐๐๐ ๑๐๐,๐๐๐ บางทีเขาก็โอเค ตัดใจถือว่าฟาดเคราะห์ไป จริง ๆ มันไม่ใช่ การฟาดเคราะห์นะ เราต้องจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจังไม่ใช่เรื่องของบาปบุญ หรือว่าไม่ใช่ เรื่องของความประมาทเลินเล่อส่วนตัว แต่มันเป็นเรื่องความอ่อนแอในการบริหารจัดการของ รัฐบาล แล้วก็ความผิดพลาดในการบริหารนโยบายของภาครัฐ และท่านประธานคะ ดิฉันก็ได้ มีโอกาสไปลงพื้นที่ที่จังหวัดตราด บ้านท่าเส้น จริง ๆ จะไปดูงบประมาณในการก่อสร้างถนน แต่ว่าสิ่งที่ดิฉันได้ไปเจอก็คือนี่ค่ะ รูปแรกรูปนี้จริง ๆ ก็เป็นเหมือนกับถนนที่เป็นรอยต่อของ กัมพูชาแล้วก็ฝั่งไทย แต่ว่าตอนที่ดิฉันไปถึงก็ได้พบเจอกับสิ่งนี้ค่ะ การก่อสร้างถนนตรงนั้น ก็มีการก่อสร้าง เพราะว่ามันมีการไปมาหาสู่กันระหว่างชาวกัมพูชา แล้วก็ชาวไทย เพราะว่า มันเป็นสิ่งที่เรียกว่าเป็นด่านธรรมชาติ ก็คือว่าการตรวจเข้มนี่มันก็มีแค่นี้ท่านประธาน ไม้อันเดียว ไม่ได้เข้มงวดอะไรมาก มันก็ข้ามไปข้ามมาแล้วมันก็เกิดตลาด พอมีตลาดนี่จังหวัด ก็เลยบอกจัดไปทำถนนให้จะได้สัญจรสะดวก ๆ พอทำถนนเสร็จปรากฏว่ามันก็มีโควิด พอโควิดปุ๊บตลาดก็ปิดแต่ว่าถนนเสร็จแล้ว พอถนนเสร็จแต่ว่าตลาดใช้ไม่ได้แล้ว สิ่งที่ปรากฏ ก็คือสิ่งนี้นะคะ ถ้าท่านใดที่อยู่ทางบ้านลองซูมดู มองไกล ๆ จากฝั่งไทยไปจะเห็นเป็นโดม สีทองแล้วก็มีตึกรามต่าง ๆ ตรงนี้เรียกว่า Entertainment Complex ในฝั่งกัมพูชา และที่ ดิฉันเอามาโชว์นี้เพราะอะไรรู้เปล่าท่านประธาน เพราะว่าเส้นแนวนั้นเป็นเส้นแนวที่เรียกว่า MOU 43 มันเป็นเส้นแนวที่ยังไม่ได้มีการปักปันแบ่งเขตกันว่าสรุปว่าพื้นที่ตรงนั้นเป็นของ ใครกันแน่ มันเป็นพื้นที่ทับซ้อน แต่ฝั่งกัมพูชาสร้าง Entertainment Complex ทับแนวนั้น ดิฉันก็ถามว่าแล้วอย่างนี้ฝ่ายความมั่นคงไม่ได้มีการติดตามเรื่องนี้เลยหรือ ฝ่ายความมั่นคง ก็บอกว่าถามไปที่จังหวัดแล้วจังหวัดก็บอกเห็นอีกทีก็คือขึ้นมาแล้วแบบนี้ ก็งงเหมือนกันว่า ภาครัฐของเรานี่ทำงานกันอย่างไร แต่ว่าถึงที่สุดแล้วดิฉันก็ได้ถามเจ้าหน้าที่ที่อยู่หน้างานว่า สุดท้ายแล้วสิ่งที่เรียกว่า Entertainment Complex จริง ๆ แล้วมันเป็นแค่คำสวยหรู ของการที่เวลาทุนเทาในแผ่นดินใหญ่เขาจะเอาเม็ดเงินมาสร้างเป็นแหล่ง Scam หรือว่า แหล่ง Call Center ตามแถบตะเข็บชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน เขาจะใช้คำว่า Entertainment Complex หรือบอกว่ามาทำกาสิโนนะคะ แต่ว่าสุดท้ายแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ ก็คือเป็นศูนย์รวมของ Scam แล้วก็แหล่งแก๊ง Call Center ท่านประธานคะ ในส่วนของการแก้ไขปัญหาแก๊ง Call Center จริง ๆ มันแบ่ง ออกเป็น ๒ ส่วนหลัก ๆ ก็คือส่วนที่เกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงิน บัญชีธนาคาร บัญชี Crypto ต่าง ๆ อันนี้คือส่วนการเงิน อีกส่วนหนึ่งคือเรื่องของการค้ามนุษย์ ดิฉันไม่ได้พูด เกินเลยนะว่าประเทศเราตอนนี้กลายเป็นฮับของการค้ามนุษย์จริง ๆ ท่านประธาน เพื่อน ๆ สมาชิกของดิฉันที่กำลังจะอภิปรายต่อไปหรือต่อให้เป็นเพื่อนสมาชิกฝั่งรัฐบาลทุกคนรู้กันดี แม้กระทั่งว่าอยู่ในกรรมาธิการบางทีขอข้อมูลไปบ้าง ได้บ้าง ไม่ได้บ้างนะคะ เรายังรู้เลยว่า มันเกิดอะไรขึ้นในประเทศเราหรือว่าข้าง ๆ ประเทศเรา เรารู้ว่าประเทศเราถูกใช้เป็น ทางผ่านอย่างไรในการค้ามนุษย์ เรารู้ว่าคนที่อยู่ในตึก Scam เหล่านี้ถูกทำร้ายอย่างทารุณ สาหัสอย่างไรบ้าง บางทีมีการทำร้ายร่างกาย ช็อตไฟฟ้า เอาเก้าอี้ฟาดต่าง ๆ บางคนถูก บังคับให้เป็นโสเภณี ถึงขนาดว่าบางทีคือโดนตัดเอาอวัยวะไปขายโดยที่ไม่ได้เต็มใจ นี่คือสิ่งที่ เกิดขึ้น แล้วเราก็รู้กันดี แต่ว่ามันเป็นอะไรคะ คือ สส. รู้กันทั้งสภา ประชาชนรู้กันทั้งประเทศ รัฐบาลไม่รู้ หรือนายกรัฐมนตรีไม่มีข้อมูล ไม่มีใครรายงานหรือว่าเกิดเรื่องเหล่านี้กับท่าน ท่านบอกว่าท่านโดนแก๊ง Call Center โทรมาหลอกแล้วก็เอามาเล่าให้ฟัง มันขำท่านประธาน คือเราไม่ได้อยากรู้ว่าแก๊ง Call Center มันทำงานเก่งอย่างไร หรือนายกรัฐมนตรีโดนหลอก อย่างไร เราอยากรู้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะมาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้กับพ่อแม่พี่น้อง ประชาชนอย่างไร ขนาดนายกรัฐมนตรียังโดนหลอกแล้วบอกว่าเกือบเชื่อเลย แล้วพ่อแม่ พี่น้อง ตาสีตาสาที่อยู่ตามตะเข็บชายแดนหรือต่างจังหวัดที่เขาอาจจะไม่ได้รู้หนังสือ บางคนทำงานเก็บเงินกันมาเป็น ๑๐ ปี ทำนานี่ยากลำบากจะตาย แต่ว่าพอบั้นปลายมาโดน แก๊ง Call Center หลอก เราอยากรู้มากกว่าว่านายกรัฐมนตรีจะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างไร เพราะว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานมาก ๆ ดิฉันพูดคร่าว ๆ ให้ฟัง ธนาคาร แบงก์ชาติ สมาคมธนาคาร ก.ล.ต. กระทรวงการคลัง ปปง. กสทช. ค่ายมือถือ กระทรวง DE DSI สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทหาร คือใช้รองนายกรัฐมนตรี ๑ คนก็ยังไม่พอ ๒ คนยัง ไม่พอ ดังนั้นมันเป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีต้องลงมาดูเรื่องนี้ด้วยตัวเอง และดิฉันก็ร้องขอว่า ให้ท่านต้องเพิ่มอัตราการเรียนรู้ของท่านมากกว่านี้ได้แล้ว คืออย่าให้คนในประเทศหรือว่า พ่อแม่พี่น้องประชาชนเข้าใจว่าทุกวันนี้ท่านมาฝึกงาน วันนี้ท่านต้องแบบแสดงความเป็น ตัวจริงของท่านได้แล้ว แล้วก็แก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้สำเร็จให้ได้จริง ๆ ในยุคสมัยของท่านค่ะ ขอบคุณค่ะ