มนพร ชี้แจงปัญหาถนนสาย 347-3267 พร้อมแผนเร่งซ่อมแซม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๑๖ มกราคม ๒๕๖๘

มนพร เจริญศรี ตอบกระทู้ถามแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เกี่ยวกับปัญหาถนนสาย ๓๔๗ และ ๓๒๖๗ โดยชี้แจงสาเหตุการเลื่อนการประชุมเนื่องจากต้องไปทำพิธีศพคุณแม่ อธิบายรายละเอียดทางเทคนิคของถนนหมายเลข 347 ที่เชื่อมต่อกับเส้นทางอื่นในจังหวัดปทุมธานีและพระนครศรีอยุธยา พร้อมชี้แจงมาตรการซ่อมแซมพื้นผิวจราจรและงบประมาณที่จัดสรรไว้ อธิบายความรับผิดชอบและแผนการซ่อมแซมถนนสาย ๓๒๖๗ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และอ่างทอง โดยชี้แจงข้อจำกัดด้านงบประมาณและการเสนอใช้เงินเหลือจ่ายปี ๒๕๕๘ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาพื้นผิวจราจรที่ชำรุดก่อน อธิบายแผนขยายช่องทางจราจรและติดตั้งไฟส่องสว่างบนถนนสาย ๓๔๗ และ ๓๒๖๗ พร้อมยืนยันเร่งรัดโครงการขยายไหล่ทางและสะพานข้ามคลองให้แล้วเสร็จก่อนหมดวาระ

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เนื่องจากท่านติดภารกิจในการเดินทางไปตรวจราชการใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้ ร่วมกับ ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร จึงได้มอบหมายให้ดิฉันมาตอบกระทู้ถามแทน ดิฉัน ต้องขอบพระคุณท่านสมาชิกเนื่องจากอาทิตย์ที่แล้วเป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะดิฉันก็ขอเลื่อน เนื่องจากจะต้องไปทำฌาปนกิจศพคุณแม่ แล้วก็ขอบพระคุณในความห่วงใยที่ได้แสดง ความเสียใจต่อการจากไปของคุณแม่ แล้ววันนี้ดิฉันก็ได้มาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิก แล้วก็ต้องขอบพระคุณเป็นอย่างมากท่านก็ยังยืนยันที่จะถามกระทู้ถามคำถามที่ท่านมีความ ห่วงใยเรื่องของถนนอยู่ ท่านประธานที่เคารพคะ จากประเด็นคำถามของท่านสมาชิกทั้ง ๓ คำถามเลย ซึ่งจะเป็นเรื่องของถนนสายทางทั้งทางหลวงหมายเลข ๓๔๗ แล้วก็หมายเลข ๓๒๖๗ ซึ่งคำถามแรกดิฉันจะขอฉายภาพรวมของถนนในถนนหมายเลข ๓๔๗ ก่อนนะคะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

จะเห็นว่า ถนนหมายเลข ๓๔๗ จะเป็นถนนที่เชื่อมต่อกับหมายเลข ๓๔๖ ที่แยกหน้ามหาวิทยาลัย ปทุมธานี ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองปทุมธานี แล้วก็ไปสิ้นสุดที่แยกเจ้าปลุก ซึ่งบริเวณ ดังกล่าวเป็นทางหลวงแยกตัดกันกับหมายเลข ๓๔๗ แล้วก็หมายเลข ๓๒๖๗ ที่ตำบลเจ้าปลุก อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีระยะทางทั้งสิ้น ๖๖ กิโลเมตร โดยแบ่งเป็น จำนวนช่องจราจรเป็น ๔ ช่วง ช่วงแรกก็จากแยกเทคโนโลยีปทุมธานีถึงทางต่างระดับ เชียงรากใหญ่ เป็นขนาด ๑๐ ช่องจราจร ระยะทาง ๑๐ กิโลเมตร ซึ่งเส้นทางดังกล่าวอยู่ ในพื้นที่ของจังหวัดปทุมธานี บริเวณนี้เป็นบริเวณที่มีรถสัญจรไปมา แล้วก็รถสี่ล้อ รถสิบล้อ รถบรรทุกหกล้อ ปริมาณต่อวันก็คือประมาณ ๓๘,๐๐๐ คัน แล้วก็มีไหล่ทาง ๒.๕ เมตร กลับมาดูในช่วงที่ ๒ ตั้งแต่ถนนต่างระดับที่ท่านสมาชิกได้พูดถึง เชียงรากใหญ่ถึงถนน ต่างระดับเชียงรากน้อย มีขนาด ๖ ช่องจราจร ระยะทาง ๑๐ กิโลเมตร พื้นที่ดังกล่าวอยู่ใน พื้นที่ของจังหวัดปทุมธานี ปริมาณรถที่มีการสัญจรไปมาจำนวนมากก็คือมีปริมาณรถถึง ๔๘,๐๐๐ คันต่อวัน มีไหล่ทาง ๒.๕ เมตร พอมาดูในช่วงที่ ๓ ก็จะเป็นช่วงทางต่างระดับ เชียงรากน้อยถึงแยกบางปะหัน พอมาถนนตรงนี้จะเป็น ๔ ช่องจราจร ระยะทาง ๒๘ กิโลเมตร อยู่ในพื้นที่ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีรถปริมาณน้อยเพียงแค่ ๑๒,๐๐๐ คันต่อวัน ไหล่ทาง ๒.๕ เมตร ช่วงที่ ๔ ก็เป็นช่วงของแยกบางปะหันถึงแยกทางหลวง ๓๒๖๗ แยกเจ้าปลุก ก็จะเหลือปริมาณของช่องจราจรจาก ๔ ช่องจราจร จะเหลือเพียง ๒ ช่องจราจร มีระยะทาง ๑๕ กิโลเมตร ซึ่งในเส้นทางดังกล่าวจะอยู่ในความรับผิดชอบของแขวงทางหลวงอ่างทอง แล้วปริมาณรถโดยสารสัญจรไปมาก็จะมีจำนวนปริมาณไม่มาก เนื่องจากถนนเส้นนี้บีบลงมา เป็นทางเชื่อมต่อ เป็นถนน ๒ ช่องจราจร ก็จะฉายภาพให้ท่านสมาชิกได้เห็นว่าในช่วง แต่ละช่วง ไม่ว่าจะเป็น ๑๐ ช่องจราจร มา ๖ ช่องจราจร มา ๔ ช่องจราจร แล้วก็มา ๒ ช่อง จราจร ถนนเส้นทางดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกันอย่างไร จะเห็นว่าในช่วงของบางปะหันไปถึง อำเภอมหาราชไปจนถึงแยกเจ้าปลุกก็จะเป็นความรับผิดชอบของทางหลวงที่จังหวัดอ่างทอง จากที่ท่านได้พูดถึงปัญหาแล้วก็อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เนื่องจากมีเส้นทางในช่วงของหน้าที่ว่าการ อำเภอที่ท่านบอกว่าจะต้องมีการปรับปรุง กรมทางหลวงเองมีมาตรการที่จะปรับปรุง แล้วก็ แก้ไขโดยได้บรรจุไว้ในแผนงบประมาณปี ๒๕๖๙ ในวงเงิน ๖๐ ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ใน ขั้นตอนของการเตรียมการนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ในช่วงของที่ท่านพูดถึงเมื่อสักครู่ว่า ตรงบริเวณพื้นผิวคอนกรีตมีการยุบตัว เราก็ได้มีงานซ่อมผิวคอนกรีตระหว่างหมู่บ้าน ขวัญเมืองไปจนถึงหน้าการไฟฟ้าภูมิภาคบางปะหัน วงเงิน ๑๕ ล้านบาท แต่บางช่วงที่เป็น ถนนช่วงที่จะต้องมีผิวจราจรเป็น Asphaltic เราก็ได้ตั้งงบประมาณตรงบริเวณบ้านหนองจิก ไปถึงองค์การบริหารส่วนตำบลเสาธง วงเงินอีกประมาณ ๑๕ ล้านบาท ต่อมาในเรื่องของ อีกช่วงหนึ่งที่ท่านสมาชิกได้เอ่ยถึงความเสียหาย เนื่องจากความเสียหายที่เกิดจากถนนทรุด หรืออาจจะเพราะว่าปริมาณรถบรรทุกใช้เส้นทางนี้เป็นจำนวนมาก ประกอบกับถนนเส้นทาง ดังกล่าวหรือบางช่วงไม่ได้มีการซ่อมบำรุงเราจึงได้จัดงบซ่อมบำรุงลงไปเป็นการซ่อมทางผิว Asphaltic ระหว่างเทศบาลตำบลมหาราชถึงวัดโบสถ์ อีกประมาณ ๑๕ ล้านบาท แล้วก็งานซ่อม ผิวที่โรงพยาบาลตำบลน้ำเต้าถึงวัดน้ำเต้าอีก ๑๕ ล้านบาท ก็ประมาณ ๖๐ ล้านบาท

ส่วนท่านสมาชิกได้พูดถึงคำถามที่ ๒ เรื่องของการซ่อมแซมทางหลวงสาย ๓๒๖๗ ตั้งแต่แยกเจ้าปลุกไปจนถึงอำเภอมหาราช ถึงอำเภอท่าเรือ พระนครศรีอยุธยา ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ถนนสายดังกล่าวเป็นถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบ ทั้งจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแล้วก็จังหวัดอ่างทอง ซึ่งในบริเวณขออนุญาตฉายภาพรวมของ ถนนหมายเลข ๓๒๖๗ ในช่วงแรกก็จะเป็นช่วงที่แยกเจ้าปลุกมีขนาด ๔ ช่องจราจร แล้วก็ ปริมาณการเดินรถโดยสารหรือว่าปริมาณที่รถสัญจรไปมาอยู่ที่ประมาณ ๔๘,๐๐๐ คันต่อวัน มีไหล่ทาง ๒.๕ เมตร พอมาช่วงที่ ๒ แยกเจ้าปลุกไปถึงตลาดบางโขมดก็มีระยะทางประมาณ ๒๐ กิโลเมตร เป็นความรับผิดชอบของแขวงทางหลวงพระนครศรีอยุธยา ช่วงที่ ๓ จากบางโขมด ไปถึงตลาดไปจนถึงแยกบางโขมดก็มีขนาด ๒ ช่องจราจร ท่านประธานจะเห็นว่าปริมาณ ในช่วงของ ๒ ช่องจราจร รถที่ใช้สัญจรไปมาก็จะมีจำนวนน้อยลง ก็คือประมาณ ๙,๐๐๐ กว่าคันต่อวัน จะเห็นว่าบางช่วงมีถนน ๔ ช่องจราจร มี ๒ ช่องจราจร นั่นก็เพราะว่าการ จัดสรรงบประมาณที่กระทรวงคมนาคมได้รับอย่างจำกัด กระทรวงคมนาคมก็มีแผนงานที่จะ ขยายจากถนนที่ปริมาณจำนวนรถเยอะจาก ๔ ช่องจราจร ให้เป็น ๖ ช่องจราจร ขยายจาก ๒ ช่องจราจรให้เป็น ๔ ช่องจราจร ในประเด็นที่ท่านสมาชิกได้มีความห่วงใยว่าจะมีการขยาย ถนนเส้นนี้อย่างไร เนื่องจากว่าปริมาณรถมีจำนวนมากขึ้น พี่น้องประชาชนสัญจรไปมา และไหล่ทางก็แคบ ก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าโดยปกติแล้วงบกระทรวง คมนาคมท่านดูเสมือนว่ามีจำนวนมาก แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้มีจำนวนมาก แต่เนื่องจากมี Megaproject เป็นจำนวนมาก แล้วงบประมาณเหล่านั้นเป็นงบผูกพัน การตั้งงบประมาณ แต่ละครั้งมันจะมีงบบำรุงระยะเวลา ๑ ปี งบซ่อมแซมแล้วก็งบผูกพัน งบผูกพันจริง ๆ งบประมาณทั้งหมดได้เริ่มตั้งมาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว แต่เราจะต้องดำเนินโครงการนั้นให้แล้ว เสร็จตามกรอบของงบประมาณ แต่ขณะที่ท่านได้พูดถึงนี้ถ้าเกิดโครงการไหนที่มีความจำเป็น เดือดร้อนนอกจากเราจะเตรียมตั้งงบประมาณในการซ่อมแซมบำรุงไว้ในปี ๒๕๖๙ แล้ว ดิฉัน ได้กำชับอธิบดีกรมทางหลวงว่าเนื่องจากถนนเส้นทางดังกล่าวพี่น้องประชาชนสัญจรไปมา อย่างลำบาก ถนนแคบ แล้วไหล่ทางก็แคบ ประกอบกับภาวะปัจจุบันนี้เรื่องของรถที่ต้องใช้ ความเร็ว เรื่องของรถที่บรรทุกหนัก กระทรวงคมนาคมก็ให้ความใส่ใจ ไม่ว่าเรื่องของด่านชั่ง น้ำหนักไม่ให้รถมีบรรทุกน้ำหนักเกินที่กฎหมายกำหนด เรื่องของสัญญาณไฟจราจร เรื่องของ ไฟส่องสว่าง รวมทั้งสร้างจิตสำนึกให้ผู้ขับขี่รถโดยสารใช้ความเร็วในบริเวณพื้นที่ชุมชน ก็จะต้องบอกว่าในส่วนของงบประมาณเหลือจ่ายปลายปีในงบประมาณปี ๒๕๖๘ หลังจากที่ กรมทางหลวงได้จัดหาผู้รับจ้างหมดแล้วถ้ามีเงินเหลือจ่ายปลายปีแต่ว่าปกติก็จะมีทุกปี ดิฉัน ก็ได้กำชับให้ทางกรมทางหลวงทั้งพระนครศรีอยุธยา หรืออ่างทอง หรือปทุมธานี เตรียมไปดู จุดที่ซ่อมแซมแล้วก็ให้สามารถให้ใช้เงินเหลือจ่ายนี้ไปแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนไปก่อน เพราะฉะนั้นในส่วนของงบประมาณปี ๒๕๖๙ ก็เช่นเดียวกัน ยังมีเรื่องของการบูรณะทาง คอนกรีตอีกในช่วงระหว่างสหกรณ์การเกษตรมหาราชจนถึงคลองบางนาก็ประมาณ ๑๕ ล้านบาท แล้วก็ทางเข้า อบต. ไผ่ขวางถึงสถานีไฟฟ้าแรงสูงอยุธยาก็อีกประมาณ ๑๕ ล้านบาท เพราะฉะนั้นในช่วงถนนที่มี ๒ ช่องจราจร ก็จะได้รับการซ่อมแซมเรื่องผิวคอนกรีตให้พี่น้อง สามารถสัญจรไปมาตรงบริเวณพื้นผิวได้โดยที่ไม่ต้องขับรถไปเบียดในเส้นทางของไหล่ทาง ก็จะทำให้มีความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนมากขึ้น กรมทางหลวงเองก็ได้ขอความร่วมมือ พี่น้องประชาชนในเรื่องของการตีเส้นจราจรให้เห็นว่าบริเวณนี้เป็นเรื่องของพื้นผิวจราจร บริเวณ ๒ ข้างทางเป็นเรื่องของไหล่ทางก็จะทำให้ช่วยในเรื่องของการลดอุบัติเหตุ รวมทั้ง ติดตั้งไฟส่องสว่างให้มีความสว่าง แล้วก็มีความปลอดภัย มีทัศนะในสายตาที่ผู้ขับขี่ได้ มองเห็น

ในเรื่องของคำถามที่ ๓ ท่านสมาชิกได้พูดถึงว่าจะมีแผนการดำเนินการขยาย ช่องจราจรอย่างไร ทั้งไฟส่องสว่าง ก็ขออนุญาตนำเรียนว่าทั้งทางหลวงหมายเลข ๓๔๗ แล้วก็ทางหลวงหมายเลข ๓๒๖๗ ซึ่งถนน ๒ สายนี้เป็นโครงข่ายต่อเนื่อง แล้วก็เป็นทางหลวง แผ่นดินที่เดินทางสัญจรไปมาระหว่างจังหวัดปทุมธานี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เราก็ได้มี โครงการดำเนินการที่จะติดตั้งไฟส่องสว่าง ในปี ๒๕๖๘ นี้ติดตั้งไปแล้วในวงเงินประมาณ ๔,๔๐๐,๐๐๐ บาท เป็นติดตั้งเสาไฟกิ่งเดียว สูง ๙ เมตร จำนวน ๘๙ ต้น ในส่วนของแยกเข้า คลองตาสีถึงสะพานข้ามแยกสาย ๓๒ เราก็ติดตั้งไปในวงเงินประมาณ ๒ ล้านบาท ส่วนในเรื่อง ของการขยายช่องทางจราจรก็อย่างที่กราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่าโครงการ ดังกล่าวเราก็ต้องดำเนินการต่อไป แล้วก็โดยเฉพาะถนนสายอ่างทองถึงบางโขมดที่จะขยาย ไหล่ทาง เนื่องจากว่าทางหลวงขนาดนี้เป็นทางหลวงขนาด ๔ ช่องจราจร ๖ ช่องจราจร แล้วก็ตรงมีสะพานข้ามคลองทั้ง ๘ แห่ง ซึ่งปรากฏว่าสะพานข้ามทางรถไฟอีก ๑ แห่ง ปัจจุบันได้ทำการสำรวจออกแบบแล้ว เสร็จแล้ว แล้วก็อยู่ในระหว่างเตรียมรายงาน ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมก็คืออีไอเอ ถ้าโครงการดังกล่าวได้มีการทำอีไอเอผ่านแล้ว เราก็จะออกพระราชกฤษฎีกากำหนดในเรื่องของการเวนคืนพื้นที่ ก็นำเรียนว่าโครงการทั้งหมด ที่ท่านสมาชิกได้มีความห่วงใยในเรื่องของการขยายไหล่ทางก็ตาม ออกกฤษฎีกาก็ตาม ดิฉัน จะเร่งรัดให้ดำเนินการแล้วเสร็จโดยเร็วในสมัยที่ท่านสมาชิกหรือพวกเรายังเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ เราจะได้มีผลงานต่อพี่น้องประชาชนว่ากระทรวงคมนาคม ได้มีความห่วงใย โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นหนึ่งในนโยบายของรัฐบาล ที่เราจะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในทุกมิติให้พี่น้องประชาชนสามารถสัญจรไปมาได้รับความ สะดวกสบายแล้วก็ปลอดภัย ขอบพระคุณสำหรับ ๓ คำถาม ขอบคุณค่ะ