เฉลิมชัย อธิบาย ๖ มาตรการคุมช้างป่า เน้นพื้นที่คุ้มครอง-ใช้โดรนเฝ้าระวัง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๑๖ มกราคม ๒๕๖๘

เฉลิมชัย ศรีอ่อน อธิบายมาตรการจัดการปัญหาช้างป่า ๕ ประการ ได้แก่ การเพิ่มพื้นที่อาหารเพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ การสร้างแนวป้องกันที่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณและประสิทธิภาพ การจัดชุดเฝ้าระวังผลักดัน ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต การช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และการจัดพื้นที่รองรับช้างป่าอย่างยั่งยืนใน ๕ กลุ่มป่า โดยเน้นการดำเนินการในพื้นที่ป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด เพื่อลดความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างผ่านการใช้วัคซีนคุมกำเนิดเพื่อควบคุมประชากรและป้องกันความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรกรรม พร้อมทั้งนำเสนอ ๖ มาตรการเพิ่มเติมเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งดังกล่าว ได้แก่ การเพิ่มพื้นที่คุ้มครอง การขยายจำนวนอาสาสมัคร และการนำเทคโนโลยีเช่นโดรนมาใช้ในการเฝ้าระวังและผลักดันช้างออกจากป่าอย่างทันท่วงที

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ต้องขอขอบคุณท่านญาณธิชา บัวเผื่อน เป็นอย่างสูงที่ท่านได้ตั้งกระทู้ถามในส่วนเรื่องของช้าง ซึ่งผมเองก็อยากจะมีเวทีที่จะทำความเข้าใจ แล้วก็ชี้แจงในส่วนของการดำเนินการนะครับ ผมเรียนอย่างนี้ว่านโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ผมเข้ามานั่ง เป็นรัฐมนตรีอยู่ก็คือการที่จะทำให้คนอยู่ร่วมกับช้างได้ เราต้องสามารถที่จะอยู่ร่วมกันได้ โดยที่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย ผมมีหน้าที่นอกจากรักษาชีวิตพี่น้องประชาชนแล้ว ก็ยังมี หน้าที่ที่จะอนุรักษ์ช้างไปพร้อม ๆ กันด้วย แต่ว่าปัจจุบันนี้จากสถานการณ์ที่ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรท่านได้พูดในเบื้องต้นว่าวิกฤติต่าง ๆ มันมาเกิดขึ้นในช่วงนี้ จากสถิติ การเสียชีวิต การทำร้ายช้างกับพี่น้องประชาชน ซึ่งท่านได้กล่าวไว้แล้วว่าโดยเฉลี่ยประมาณ ๙ วันต่อ ๑ ศพ แต่เท่าที่ผมทราบในความเป็นจริงยังมีอีกส่วนหนึ่งที่ไม่ได้แจ้ง ไม่ได้ ขึ้นทะเบียนกับการเสียหายจากตรงนี้ ผมก็อนุมานว่าน่าจะประมาณสักอาทิตย์ละ ๑ ศพ ซึ่งมันเป็นความสูญเสียที่ใหญ่หลวง ซึ่งผมเองก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นตรงนั้นนะครับ และวันนี้ กับจำนวนช้างที่มีอยู่ประมาณ ๔,๐๐๐ เศษ ๆ ๔,๒๐๐-๔,๔๐๐ ประมาณนี้ครับ ๔,๐๐๐ กว่าเชือกก่อให้เกิดความเสียหายตรงนี้ ถ้าเหมือนที่ท่านบอกว่าอัตราการเกิด ๗-๘ เปอร์เซ็นต์ ปล่อยไปอีก ๑๐ ปี ช้างจะเพิ่มอีกเท่าหนึ่ง ผมยังมองภาพไม่ออกเลยว่าปัญหาจะแก้อย่างไร ถ้าถึงเวลาวันนั้น เพราะฉะนั้นผมเข้ามาตรงนี้ก็ได้มีการทำงานประสานงานกับทาง คณะกรรมาธิการวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับเรื่องช้าง ได้เรียกในส่วนของ เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้ามาคุยว่าวันนี้เราต้องมา ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง มีมาตรการอะไรบ้างที่เราจะดำเนินการในส่วนของตรงนี้ ผมเรียนอย่างนี้ว่าการดำเนินการในเรื่องของการอนุรักษ์และการจัดการช้างซึ่งเป็น คณะกรรมการนะครับ ได้มีการประชุมกันเมื่อปี ๒๕๖๖ เมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๖๖ ณ มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด ในขณะนั้นโดยมีท่านพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แล้วก็มีท่านวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นรองประธานในขณะนั้น มีอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเป็นเลขานุการ ทำหน้าที่เพื่อจะบูรณาการความร่วมมือ การดำเนินการ อนุรักษ์ จัดการ และแก้ไขปัญหาให้เป็นรูปธรรม ซึ่งในการประชุมครั้งนั้นมีมาตรการออกมา ทั้งหมด ๖ ข้อ ผมก็ได้นำมาตรการต่าง ๆ นั้นมาดูว่ายังมีมาตรการตรงไหนบ้างที่ยังไม่ ดำเนินการ และถ้าเราไม่รีบดำเนินการปัญหาที่ท่านสมาชิกท่านได้กล่าวในเบื้องต้นว่า มันจะเป็นวิกฤติของประเทศ และวันนี้พี่น้องประชาชนที่ทำมาหากินโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่น้องที่เป็นเกษตรกรจะได้รับผลกระทบมากที่สุด และถ้าจำนวนช้างมีปริมาณมากขึ้น เรื่อย ๆ ผมเชื่อว่าเขาจะขยายอาณาเขตออกไปเรื่อย ๆ จากวันนี้ถ้าท่านได้ติดตามข่าว ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ที่จังหวัดปราจีนบุรี ในกรณีที่มีการเสียชีวิตในไร่อ้อย ซึ่งไร่อ้อยนั้น อยู่แนวเขตห่างจากเขตป่าประมาณ ๔๐-๕๐ กิโลเมตร นั่นหมายถึงว่าวันนี้ขอบเขตของ การหากินของช้างเพิ่มขึ้นมากในปริมาณช้างทั้งหมดที่มีอยู่ ๔,๐๐๐ กว่าตัว ถ้ามันมีอยู่ ๘,๐๐๐ ตัว ท่านก็คิดดูว่าวันนี้ปัญหามันจะทวีคูณมากแค่ไหนถ้าเราไม่เริ่มตั้งแต่วันนี้ เพราะฉะนั้นมาตรการทั้งหมด ผมจะอ่านคร่าว ๆ ๖ มาตรการ

มาตรการที่ ๑ มีการจัดการพื้นที่ป่าอนุรักษ์ให้เป็นแหล่งอาหารของช้างป่า นี่คือนโยบายอยู่แล้วครับ ๑. การเพิ่มพื้นที่ป่า การเพิ่มพื้นที่อาหาร เป็นการแก้ปัญหา ที่ต้นเหตุอย่างแท้จริง เราจะไม่พูดหรอกครับว่าวันนี้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะคนรุกป่า ป่ารุกคนอะไร ผมว่าสำหรับผมแล้วผมต้องการมองปัญหาเพื่อไปแก้ปัญหาโดยตรงนะครับ

มาตรการที่ ๒ มีการสร้างแนวป้องกันช้างป่า ซึ่งผมว่าทุกท่านคงจะทราบ ถ้าติดตามเรื่องนี้ มีการทำแนวรั้ว รั้วไฟฟ้า ทำแนวขุดคู ทำเป็นกำแพง แต่ทั้งหมดนะครับ ๑. ปัญหาที่เกิดขึ้นคือช้างมีพัฒนาการในการที่จะแก้ไขอุปสรรคของเขา กับ ๒. งบประมาณ ที่ได้รับไม่ต่อเนื่องและไม่เพียงพอ สมมุติว่าถ้าท่านต้องการทำแนวเขตสัก ๕๐ กิโลเมตร ท่านสามารถทำได้แค่ ๓๐ กิโลเมตร มีช่องว่างอีก ๒๐ กิโลเมตร ช้างก็สามารถออกมาได้อยู่ดี นั่นคือปัญหาที่ผมได้ดำเนินการนะครับ

มาตรการที่ ๓ ก็คือมีการจัดชุดเฝ้าระวังผลักดันช้างป่า ซึ่งตรงนี้เครือข่าย ที่เฝ้าระวังมีทั้งอาสา ทั้งเจ้าหน้าที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งในจำนวนผู้เสียชีวิตที่ท่านได้กล่าวนะครับ มีเจ้าหน้าที่หลายท่านทั้งบาดเจ็บแล้วก็เสียชีวิต ซึ่งตรงนี้เราก็ได้ดำเนินการทำอย่างเต็มที่เพื่อที่จะให้ช้างก่อให้เกิดผลกระทบกับพี่น้อง ประชาชนให้น้อยที่สุด

มาตรการที่ ๔ การช่วยเหลือในส่วนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จากการที่ช้างออกมาตรงนี้ ไม่ว่าจะเป็นเงินช่วยเหลือฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นกองทุนช่วยเหลือ ผู้ได้รับผลกระทบจากสัตว์ป่านะครับ

มาตรการที่ ๕ การจัดการพื้นที่รองรับช้างป่าอย่างยั่งยืน ซึ่งตรงนี้เราได้ ดำเนินการในส่วนของ ๕ กลุ่มป่า ๑. กลุ่มป่าตะวันออก ๒. กลุ่มป่าตะวันตกและกลุ่มป่า แก่งกระจาน ๓. กลุ่มปากคลองแสง-เขาสก ๔. กลุ่มป่าเขาเขียว-น้ำหนาว แล้วก็ ๕. กลุ่มป่า ดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับดำเนินการตรงนี้นะครับ

มาตรการที่ ๖ คือมาตรการที่ท่านได้ถามและกำลังเป็นปัญหาอยู่วันนี้ว่า จากอัตราการเพิ่มของช้าง ๗-๘ เปอร์เซ็นต์ หรืออาจจะถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าในพื้นที่ที่มี ความสมบูรณ์ มันทำให้อัตราการเพิ่มของช้างเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเมื่อเกิดขึ้นอย่าง ต่อเนื่องพื้นที่ที่อยู่ พื้นที่ที่จะเป็นอาหารมีอยู่เท่าเดิมหรือน้อยกว่าเดิม ปริมาณช้างมากขึ้น เพราะฉะนั้นอาณาเขตของการเดินหากินก็จะขยายไปมากขึ้นไป การขยายตรงนี้มันก็จะ เข้าสู่พื้นที่ภาคการเกษตร เราจึงมีมาตรการคิดว่าถ้าเราจะดำเนินการ ๑-๕ ให้ได้ผล เราต้อง มีการควบคุมประชากรของช้างให้อยู่นิ่งก่อนเพื่อที่เราจะได้ดำเนินการในเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น เพิ่มพื้นที่ป่า เพิ่มพื้นที่อาหาร การดำเนินการกั้นรั้ว แนวรั้ว การที่จะตั้งโครงการอาสาในการ ผลักดันช้าง รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐถึงจะดำเนินการได้ ถึงจะบริหารจัดทำแผนได้ ก็เลยมี การคิดเรื่องของวัคซีน วัคซีนตัวนี้ผมเรียนอย่างนี้ว่าไม่ใช่การทำหมันช้าง แต่เป็นการ คุมกำเนิดช้างเพื่อที่จะให้รอบการเกิดของช้างน้อยลง และเราสามารถบริหารจัดการ อย่างอื่นได้ และวัคซีนตรงนี้ก็ได้รับการรับรองแล้วว่าไม่มีอันตรายแต่เป็นการใช้กับช้างบ้าน มีผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนและการดำเนินการก็ไม่ใช่เรื่องง่ายครับ เราจะ ดำเนินการในส่วนของพื้นที่ป่ารอยต่อ ๕ จังหวัดตรงนี้ก่อน การดำเนินการวัคซีนตรงนี้ จะสามารถใช้ได้กับช้างเพศเมียแค่นั้น และช้างเพศเมียนั้นต้องเคยมีลูกมาก่อนด้วย นี่คือ ความยากลำบากอย่างหนึ่ง ๒. ฤทธิ์ของวัคซีนในการที่จะไปควบคุมฮอร์โมน ไม่ใช่ทำหมัน ย้ำอีกครั้ง สามารถควบคุมได้ประมาณ ๗ ปี เพราะฉะนั้นในรอบ ๗ ปี เราสามารถที่จะเพิ่ม พื้นที่ป่า เพิ่มพื้นที่อาหารต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาช้างได้ ได้ดีกว่าให้อัตราการเพิ่มของช้าง เป็นไปอย่างนี้เรื่อย ๆ และเราไม่สามารถจะควบคุมได้

เพราะฉะนั้นนี่คือ ๖ มาตรการต่าง ๆ ที่ผมได้เข้ามาและดำเนินการตามมติ ของคณะกรรมการในการดำเนินการ ตรงไหนที่ยังไม่ได้ทำก็สั่งให้ทำ วันนี้มีมาตรการต่าง ๆ เพิ่มพื้นที่ เพิ่มอาสาสมัครในการเข้าไปผลักดัน และที่สำคัญคือเพิ่มเทคโนโลยีเข้าไป เรามี การซื้อ Drone และมีการฝึกอบรมฝึกหัดเพื่อที่จะให้ Drone เป็นตัวบินแนวป่ากับแนว ชาวบ้าน เพื่อให้รู้การเคลื่อนไหวของช้างว่าช้างได้มีการขับเคลื่อน ได้มีการยกออกจากป่า วันไหน ชุดปฏิบัติการของเรากับชุดอาสาของเราก็จะได้เข้าไปในการผลักดันช้างได้ทันท่วงที แทนที่จะก่อความเสียหายแล้วเราถึงจะดำเนินการ เพราะฉะนั้นนี่คือมาตรการที่เราพยายาม ทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้คนกับช้างอยู่ร่วมกันได้ ขออนุญาตตอบท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ในข้อแรกแบบนี้ครับ ขอบคุณมากครับ