เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร อภิปรายร่าง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน โดยชี้ว่ากฎหมายไทยซับซ้อนเกินไปและขัดขวางการลงทุนของชาตินิยมไทย จึงเสนอให้ลดกฎระเบียบและให้อำนาจรัฐบาลออกกฎกระทรวงแทนการผ่านเป็นพระราชบัญญัติ พร้อมวิจารณ์ระบบราชการที่ซับซ้อนและไม่มีประสิทธิภาพ เสนอให้ลดจำนวนหน่วยงาน ปรับปรุงกระบวนการทำงาน และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อลดความล่าช้า
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางปะกอก พรรคประชาชนครับ ผมขอร่วมอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติ การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ในเรื่องการขออนุญาตต่าง ๆ นะครับ ผมเองจริง ๆ แล้วเพิ่งผ่านสุราก้าวหน้าไปเมื่อเช้านี้ จริง ๆ ผมว่าหลักการคล้าย ๆ กันครับว่าจริง ๆ แล้วประเทศเราตอนนี้ต้องมาดูกันจริง ๆ พูดถึงเรื่องการนำต่างชาติมาลงทุนเอย อะไรเอย หรือเพิ่มการลงทุน เอาจริง ๆ แล้วครับ จริง ๆ เราไม่ได้ไม่มีสตางค์ครับ มีสตางค์เยอะมากครับนายทุนไทย แต่ไม่ค่อยกล้าลงทุน ในประเทศไทย ไม่ใช่เพราะว่าเขาไม่รักชาตินะครับ แต่คือการทำมาหากินในประเทศบ้านเรา มันยากเหลือเสียเกิน ผมพูดตรง ๆ ครับ คือผมเองก็เป็นคนไทยเชื้อสายจีน อากงอาม่า ก็มาจากเมืองจีนตอนหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ปฏิวัติวัฒนธรรม แต่ก่อนแกก็เล่าให้ฟังครับ ว่าแกมาเข็นถ่านขายครับ ถ้าอากงผมมาอยู่วันนี้ครับแล้วมาจากเมืองจีนมาเข็นถ่านขาย เชื่อไหมครับท่านประธานโดนจับครับ ไม่มีใบอนุญาตขนส่งเชื้อเพลิง ขายเชื้อเพลิงครับ เพราะถ่านเป็นเชื้อเพลิงชนิดหนึ่ง ดังนั้นเราจะสังเกตได้เลยครับว่าสิ่งที่คนธรรมดาจะสร้าง เนื้อสร้างตัวขึ้นมาเหมือนคนในอดีตที่บอกว่าขยันแล้วไม่อด ไม่จนนั้นเป็นไปไม่ได้ ด้วยระบบ โครงสร้างรัฐของไทยเลย หรือกฎหมายไทยครับ
ประเด็นแรกครับท่านประธานเรามีกฎหมายเยอะเกินไปครับ อันนี้เรียกว่า Deregulation ก็ต้อง Deregulation กันไป ความซับซ้อนต่าง ๆ ก็ต้องน้อยลง อย่างเช่น พ.ร.บ. สุราก้าวหน้า หรือร่างภาษีสรรพสามิตเช้านี้ครับ จริง ๆ หลายอย่างเป็นอำนาจของ รัฐบาลที่ทำได้เลยในส่วนของกฎกระทรวงต่าง ๆ ทำได้เลยครับไม่ต้องรอมาทำเป็น พ.ร.บ. เช่นนี้ครับ
ประการที่ ๒ ครับท่านประธาน Bureaucracy หรือระบบราชการที่เทอะทะ วันนี้ใครดูข่าวครับ เวียดนามเขาปรับลดข้าราชการ ๒๐๐,๐๐๐ ตำแหน่ง แล้วก็เขาบอกว่า มันเพิ่มประสิทธิภาพได้ แต่ผมก็ไม่ได้บอกว่า เดี๋ยวเอาไปดราม่าบอกว่าพรรคประชาชน เอาข้าราชการออกอีกแล้ว เราต้องมาดูกันจริง ๆ ครับ เรามีหน่วยงานราชการเยอะมาก เรามีองค์กรอะไรเยอะมากครับ แต่พอเรา สส. หลายครั้งกรรมาธิการจะขอข้อมูลเพื่อไป ทำงาน ทำ พ.ร.บ. บอกหน่วยงานนั้นบอกไม่ใช่ ชื่อมันใช่เลยครับ แต่บอกว่าไม่ใช่ของฉัน ก็โยนกันโยนกันมา จะมีหน่วยงานเยอะทำไม แล้วผมเห็นใจพี่น้องข้าราชการครับหลายคน ผมอยากให้ความเป็นธรรมแทนเพื่อนสมาชิกหลายคนที่อาจจะพูดว่าเช้าชามเย็นชาม คือบางครั้งผมเข้าใจจริง ๆ ครับ ผมได้มีโอกาสร่วมทำงานในสภาแห่งนี้กับเจ้าหน้าที่สภา หลายองค์กร หลายหน่วยครับ คือเห็นใจครับว่าระเบียบของทางราชการ แม้กระทั่งสภาเรา ครับท่านประธานต้องฝากท่านประธานจริง ๆ เรื่องการเซ็นเอกสารครับ ยังต้องเซ็นเป็น กระดาษครับ ผมบอกว่าเซ็นเป็นอิเล็กทรอนิกส์ได้ไหม เซ็นผ่านไลน์เดี๋ยวผมมาพีดีเอฟ ผมเซ็นให้ ไม่ได้ครับ บางครั้งมีการเดินทางข้าราชการต้องวิ่งไปหา สส. ครับ อันนี้ผมโชคดี เป็น สส. กทม. ครับ ผมก็จะขี่มอเตอร์ไซค์มาสภา บางครั้งต้องวิ่งไปสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อไปให้เซ็นนิดเดียว อย่างนี้มันก็เกิดความล่าช้า ตรงนี้ก็ต้องแก้ไขโดยการที่ Digitalization ข้อมูลต่าง ๆ ให้มันเป็น Machine Reliable แล้วก็การเซ็นการผ่านหนังสือต่าง ๆ ให้มัน กระชับง่ายขึ้น
อันที่ ๓ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญใน พ.ร.บ. นี้ที่ผมอยากทิ้งไว้เป็นข้อเสนอแนะให้กับ ทางกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้น อย่างเดียวไม่พอครับในการแก้ไขกฎหมาย หลายครั้งที่เรามีการ แก้ไขกฎหมายแล้วไม่เกิดผลขึ้นจริง ผมยกตัวอย่างประสบการณ์ตรงของผมที่ผมไปต่อ ใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ เพราะผมเองก็เป็นมัคคุเทศก์มาก่อน มีบัตรไกด์ ผมไปครับ การ Implement เขาเรียกว่า พ.ร.บ. Digital ID ครับ ผมก็ใช้ ThaID ในการแสดงตัว ออนไลน์ ว่าผมสอบว่าอันนี้ ผู้คุมสอบเขาบอกไม่ได้ ไป ๆ มา ๆ ครับ ผมก็เลยถามไปถามมา เผอิญรู้จักทางหัวหน้าเขาพอดี ก็โทรถามอันนี้มันไม่ได้จริงหรือ ผมไปเปิด พ.ร.บ. ดูครับ จริง ๆ ได้ แต่ข้าราชการชั้นผู้น้อยท่านนั้นครับก็น่าเห็นใจไม่ได้รู้ เพราะว่าอาจจะไม่มี หนังสือเวียน หรือหนังสือเวียนเขาไม่ได้อ่านก็ไม่ทราบ ไม่มีการรับรู้ทั่วถึงกัน เป็นต้น ผมเข้าใจครับเพราะกฎหมายมันก็เยอะ วนกลับมาอันแรกคือกฎหมายเราเยอะเกินไปครับ เขาก็ปฏิบัติไม่ถูก ข้าราชการก็ไม่รู้จะปฏิบัติกันอย่างไร เพราะมันเปลี่ยนแปลงเยอะเหลือเกิน ผมแลยแนะนำคล้าย ๆ ท่านผู้อภิปรายสักครู่ครับ ต่อไปเราใช้เทคโนโลยีได้ครับท่านประธาน ผมก็คุยในคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว แล้วผมได้ทำรายงานส่งมาแล้วครับ เรื่อง Super License โดยมี AI ใช้ AI แล้วก็มีหน่วยงานกลางที่คอยรับเรื่อง อย่างเช่นยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับท่านประธาน ถ้าผมอยากเปิดโรงแรมที่มีบาร์ด้วย ที่มีนวดสปาด้วย ผมต้องทำอย่างไร ปกติผมต้องไปวิ่งหมดเลยนะ สาธารณสุขไปขอใบสปา ซึ่งอันนี้ก็ต้องถามว่าทำไมผมจะเปิด ร้านนวด ผมต้องขอจริง ๆ หรือ ใช่ไหมครับ นวดสุขภาพ ผมไปเปิดร้านขายเหล้า มีบุหรี่ ไปสรรพสามิตด้วย ใช่ไหมครับ ผมจะเปิดร้านอาหารในบาร์ผมต้องไปวิ่งหาเขตครับ อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งหลายครั้งมันก็ไม่เกิดประสิทธิภาพ เพราะว่าเอกสารก็ขอเหมือนกัน บางครั้งขออะไรครับ ขอใบตรวจสุขภาพของเจ้าของร้านครับ แต่เจ้าของร้านตรวจอะไรครับ ผมนี่โดนแล้วครับท่านประธาน ต้องไปโดนสวนทวารว่าเป็นอหิวาตกโรคหรือเปล่า แต่ผมไม่ใช่เป็นคนทำอาหารนะครับท่านประธาน คือบางอย่าง Requirement มันผิดฝา ผิดตัวไปหมด อันนี้ต้องให้คณะกรรมการ Revise ด้วย แต่ถ้าวันหนึ่งครับอยากให้ใช้ AI มานี้ ก็คือ ๑. มีเว็บไซต์กลางเลยครับ ขอใบอนุญาตครอบจักรวาล Universal Permit นะครับ เข้าไปเลยครับ คุยกับ Chatbot Chatbot ก็จะหาคุณเรียนรู้มาว่าถ้าเปิดโรงแรมคุณจะเอา ใบนี้ไหม ใบนี้ไหม แล้วเขาก็จะมาเลยครับบอกว่าให้ใส่ใบอะไรไปบ้าง บัตรประชาชน ทะเบียนบ้านไม่ต้องไปขอเขาครับ เพราะคุณมีอยู่แล้ว อะไรที่ไม่มี อย่างเช่น สถานที่ตั้ง รูปในร้านให้เขาส่ง อันนี้ค่อยให้เขาส่ง แล้วทีนี้ระบบประมวลผลหลังบ้านมันจะประมวลเอง ว่าใบอนุญาตตามกฎหมายเดิมที่ต้องใช้มันมีใช้เอกสารอะไรบ้างตามระเบียบเดิม แล้ว AI จะจัดการเลยครับ ส่งคำขอไปตามหน่วยงานนั้น ๆ หรือว่าประเมินเลยว่าหน่วยงานไหน ที่เข้าไปตรวจแล้วจะ Tick ถูกในช่องได้มากที่สุด ก็ให้หน่วยงานนั้นไปแล้วกระทำการแทน หน่วยงานอื่น คล้าย ๆ กับ พ.ร.บ. นี้ของท่านวรภพที่ได้ออกมาครับท่านประธาน
สุดท้ายครับ อยากให้คำนึงถึง ผมเชื่อว่าสภาแห่งนี้คงเห็นด้วยในหลักการนี้ เพราะเป็นการปลดแอก ปลดล็อกเศรษฐกิจของประชาชนคนธรรมดาบ้านเรา แล้วก็จริง ๆ แล้วผู้ประกอบการทุกคนอยากได้สิ่งนี้มากครับท่านประธาน แล้วมันไม่ใช้เงินอะไรเยอะเลย ไม่ต้องใช้ภาษีประชาชนในการไปลงทุนเป็น Megaproject เลยท่านประธาน ผมเห็นด้วยกับ ร่างพระราชบัญญัติร่างนี้ครับ ขอบคุณครับ