นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ อภิปรายเรื่องร่างกฎหมายล้มละลายฉบับใหม่ เพื่อปรับปรุงระบบการฟื้นฟูสถานะลูกหนี้บุคคลธรรมดา โดยเสนอให้เพิ่มเกณฑ์หนี้สินขั้นต่ำและมาตรการเฉพาะทาง เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาหนี้สินและลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ หารือเรื่องการปรับเกณฑ์หนี้สินเพื่อฟื้นฟูกิจการและบุคคลธรรมดา และแสดงความกังวลต่อความเสี่ยงจากโครงการสถานบันเทิงครบวงจรที่อาจนำไปสู่ปัญหาหนี้จากการพนัน นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ หารือเรื่องความเชื่อมโยงระหว่างนโยบายการฟื้นฟูหนี้สินและการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร โดยชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เช่น การขยายปัญหาหนี้สิน ความไม่เท่าเทียมในการกระจายรายได้ และภาระทางการเงินของธนาคาร รวมถึงผลกระทบระยะยาวต่อสถานะลูกหนี้ จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อสร้างสมดุลที่ยั่งยืน
ขอบพระคุณท่านประธานครับ เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน วันนี้ขอร่วมอภิปรายในประเด็นสำคัญที่มีผลกระทบ ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนนะครับ นั่นคือการฟื้นฟูสถานะ ของลูกหนี้บุคคลธรรมดา ปัจจุบันปัญหาจากระบบเดิมในพระราชบัญญัติล้มละลายที่เรา ใช้อยู่ก็คือปี ๒๔๘๓ ถูกบังคับใช้มานานแล้วก็ไม่สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจและสังคม ที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบันนะครับ ในเรื่องของจำนวนหนี้ขั้นต่ำในการยื่นฟื้นฟูกิจการ ทำให้กิจการขนาดเล็กหลายแห่งต้องเผชิญล้มละลายโดยไม่จำเป็นนะครับ ๒. ก็คือในเรื่อง ของการขาดมาตรการเฉพาะสำหรับลูกหนี้บุคคลธรรมดา คือส่งผลให้บุคคลกลุ่มนี้ประสบ ปัญหากับการฟื้นตัวจากวิกฤติเศรษฐกิจ ร่างกฎหมายที่กำลังจะพิจารณาฉบับนี้นะครับ ได้มีการปรับปรุงข้อกำหนดต่าง ๆ การเพิ่มเกณฑ์หนี้สินขั้นต่ำ การฟื้นฟูกิจการและการเพิ่ม หมวดสำหรับการฟื้นฟูลูกหนี้บุคคลธรรมดานะครับ ซึ่งสะท้อนถึงความยืดหยุ่นและการ คำนึงถึงข้อเท็จจริงในสถานการณ์ปัจจุบัน การฟื้นฟูสถานะลูกหนี้บุคคลธรรมดาประเทศไทย ก็กำลังจะเผชิญปัญหาหนี้สินของประชาชนในระดับที่น่ากังวล หนี้ครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้น และประชาชนจำนวนมากขาดโอกาสในการฟื้นฟูสถานะทางการเงินเมื่อเกิดวิกฤติ ร่างกฎหมายล้มละลายฉบับนี้จึงเป็นเป้าหมายในการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ประสบปัญหา โดยมีหลักการสำคัญดังนี้นะครับ ก็คือ
๑. ในการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ตั้งใจฟื้นตัว โดยกำหนดเงื่อนไขเอื้อให้ลูกหนี้ สามารถจัดการหนี้ได้โดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบกระบวนการล้มละลายทั้งหมด เพิ่มโอกาสให้ ลูกหนี้ที่มีศักยภาพในการกลับมาทำงานและสร้างรายได้
๒. การลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ลูกหนี้ที่ได้รับการฟื้นฟูเร็วขึ้นก็จะกลับ เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้เร็วขึ้น ซึ่งช่วยลดภาระทั้งเจ้าหนี้และภาครัฐนะครับ
๓. การสร้างสมดุลระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้ โดยการเพิ่มกลไกการเจรจา อย่างเป็นธรรมนะครับ เมื่อหาทางออกที่เหมาะสมสำหรับทุกฝ่าย สาระสำคัญของ พระราชบัญญัติฉบับนี้ก็คือการปรับเกณฑ์ โดยเพิ่มเกณฑ์หนี้สินขั้นต่ำลูกหนี้สามารถยื่นขอ ฟื้นฟูกิจการจาก ๑๐ ล้านบาท เป็น ๕๐ ล้านบาท การฟื้นฟูสถานะของลูกหนี้บุคคลธรรมดา โดยเพิ่มหมวด ๓/๔ เพื่อกำหนดกระบวนการฟื้นฟูสำหรับบุคคลธรรมดาโดยมีเกณฑ์หนี้สิน ขั้นต่ำอยู่ที่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท และสูงสุดไม่เกิน ๑ ล้านบาทนะครับ
๔. การกำหนดบทลงโทษที่เพิ่มขึ้นเพื่อบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น แต่ทีนี้ครับท่านประธานผมขออนุญาตฝากข้อกังวลของผมนะครับกับการฟื้นฟู หนี้ของบุคคลธรรมดาอันอาจจะเกิดมาจากโครงการสถานบันเทิงครบวงจรของรัฐบาล หรือโครงการกาสิโนที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนะครับ ถ้าหากผ่านแล้วไม่ถูกประชาชน ลุกมาต่อต้านนะครับ ถ้ามันเกิดขึ้นจริงตามกฎหมายก็คือจะมีเนื้อหาสาระบอกว่า พ.ร.บ. สถานบันเทิงครบวงจร ในมาตรา ๕๙ ระบุว่าผู้รับใบอนุญาตสามารถให้สินเชื่อแก่ ผู้เข้าเล่นหรือเข้าพนันในสถานประกอบการกาสิโนได้ ซึ่งมันก็จะโยงกับการฟื้นฟูหนี้ ส่วนบุคคลหรืออาจจะเกิดหนี้ในอนาคต โดยรัฐบาลก็มีแนวคิดจะเปิดสถานบันเทิงครบวงจร เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่โครงการนี้ มันก็ต้องมีทั้งข้อดีและข้อกังวลที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ แม้จะมีข้อดีก็คือการดึงดูด นักท่องเที่ยว นักลงทุนจากต่างประเทศ หรือว่าการเพิ่มรายได้ภาษีที่นำมาพัฒนาประเทศได้ จากภาษีกาสิโน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นดังนี้ ก็คือการพนันก็จะเพิ่มปัญหาหนี้สินใหญ่ในหมู่ ประชาชนที่ขาดความรู้ทางด้านการเงิน หากไม่มีกลไกควบคุมที่เพียงพอปัญหาหนี้สิน การพนันก็อาจจะเพิ่มขึ้นแล้วส่งผลให้การฟื้นฟูหนี้มาจากการพนันนั้นอาจจะเป็นภาระให้แก่ ภาครัฐและธนาคารได้ รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงในระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านต่าง ๆ ก็คือในเรื่องของการสนับสนุนจากภาครัฐ รัฐก็จะต้องรับภาระในการช่วยเหลือผู้ที่ประสบ ปัญหาหนี้จากการพนันผ่านโครงการฟื้นฟูต่าง ๆ ของการเงิน เช่น การจัดตั้งกองทุนหรือการ ให้ความช่วยเหลือในการฝึกอบรมหรือแก้ไขทางด้านจิตใจให้กับผู้ติดการพนัน
๒. รัฐก็จะต้องเพิ่มงบประมาณในการจัดการปัญหาหนี้สินจากการพนัน โดยต้องใช้ทรัพยากรจากงบประมาณของรัฐเอง จากนั้นก็จะมีปัญหาในเรื่องของด้านภาระ ทางสังคมคือหากการพนันไม่ถูกควบคุมก็อาจจะขยายปัญหาหนี้สินและส่งผลกระทบต่อ สังคมแล้วก็เพิ่มจำนวนคนจนและความไม่เท่าเทียมในการกระจายรายได้ในอนาคต ในการเพิ่มภาระให้กับธนาคารอีกนะครับ ธนาคารก็อาจจะเผชิญความเสี่ยงที่หนี้สิน จากการพนันไม่สามารถชำระได้เต็มจำนวน ทำให้เกิดหนี้สูญหรือเอ็นพีแอลที่เราเข้าใจกันอยู่ ซึ่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินของธนาคารในอนาคตก็จะเกิดปัญหา
อีกอันหนึ่งใกล้จะจบแล้วครับท่านประธาน ก็คือความเสี่ยงในการเพิ่มจำนวน ลูกหนี้ ก็คือสถานบันเทิงครบวงจรก็อาจจะเพิ่มลูกหนี้ที่เกิดปัญหาจากการพนัน ทำให้มีการ ต้องฟื้นฟูคนจำนวนนี้จำนวนมาก หากรัฐจะเปิดการพนันที่ถูกกฎหมายก็ควรจะมีมาตรการ ที่เข้มงวดแล้วก็จำกัดสถานที่ให้กับผู้เล่น แล้วก็เรื่องของการบำบัดในอนาคต แม้สถานบันเทิง จะเป็นแนวทางที่ช่วยเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ระยะยาวก็อาจทำให้ลูกหนี้บุคคลธรรมดา เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่เสี่ยงเข้าสู่วงจรหนี้อย่างการพนันหรือความฟุ่มเฟือย สถานะของ ลูกหนี้จึงอาจจะได้รับผลกระทบนะครับ สถานบันเทิงครบวงจรก็กลายเป็นอุปสรรคต่อ เป้าหมายในการฟื้นฟูหนี้ในฐานะลูกหนี้ หากไม่ได้รับการควบคุมอย่างเหมาะสม ผมจึงขอให้ รัฐบาลพิจารณาความเชื่อมโยงระหว่างนโยบาย ๒ ด้านอย่างรอบคอบเพื่อสร้างสมดุลที่ยั่งยืน ให้กับประเทศชาติและประชาชน ขอบพระคุณครับท่านประธาน