มนพร เจริญศรี นำเสนอร่างพระราชบัญญัติล้มละลายฉบับที่ ๑ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมกระบวนการฟื้นฟูกิจการ โดยเน้นการปรับจำนวนหนี้และมาตราที่เกี่ยวข้อง มนพร เจริญศรี อภิปรายร่างกฎหมายล้มละลายฉบับแก้ไขเพิ่มเติม โดยเสนอให้เพิ่มหมวด ๓/๒ ถึง ๓/๔ เพื่อครอบคลุมการฟื้นฟูกิจการของกิจการขนาดย่อม บุคคลธรรมดา และธุรกิจขนาดใหญ่ พร้อมชี้ให้เห็นปัญหาข้อจำกัดในการฟื้นฟู SMEs ในปัจจุบัน มนพร เจริญศรี เสนอหลักการแก้ไขร่างกฎหมายฟื้นฟูกิจการ โดยปรับเกณฑ์หนี้ธุรกิจขนาดใหญ่ให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจปัจจุบัน ยกเลิกหมวดฟื้นฟู SMEs เดิม และเสนอหลักการใหม่ที่กำหนดเงื่อนไขจำนวนหนี้ ๑-๕๐ ล้านบาท ให้สามารถขอฟื้นฟูกิจการได้โดยไม่จำกัดประเภทกิจการ พร้อมทั้งขยายสิทธิในการพักชำระหนี้ทันทีเมื่อศาลรับคำร้องและคุ้มครองผู้ค้ำประกันตามประมวลกฎหมายแพ่ง มนพร เจริญศรี เสนอเพิ่มเติมหมวด ๓/๓ และ ๓/๔ ในกฎหมายฟื้นฟูกิจการ เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ในคดีและบุคคลธรรมดาที่มีรายได้หรือประกอบกิจการยื่นคำร้องขอฟื้นฟูแบบเร่งรัดได้ มนพร เจริญศรี นำเสนอร่าง พ.ร.บ. การบริหารหนี้สินเพื่อฟื้นฟูสถานะลูกหนี้ โดยชี้แจงรายละเอียดการชำระหนี้และการลดภาระหนี้ พร้อมยกสถิติคดีแพ่งและเรียกร้องให้ที่ประชุมพิจารณาให้ความเห็นชอบ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านค่ะ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้มานำเสนอกฎหมายร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในเรื่องของกระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้ค่ะ หลักการก็คือ ๑. ได้มีการ แก้ไขพระราชบัญญัติบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ ดังนี้ค่ะ
ในหลักการแก้ไขข้อที่ ๑ เป็นเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติมจำนวนหนี้ของลูกหนี้ ที่ขอให้มีการฟื้นฟูกิจการในหมวด ๓/๑ กระบวนการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่มีการแก้ไข เพิ่มเติมมาตรา ๙๐/๓ และมาตรา ๙๐/๔ (๑) และมาตรา ๙๐/๖ (๒)
ในข้อที่ ๒ ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมหมวด ๓/๒ กระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับ การฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เป็นกิจการขนาดย่อม มาตรา ๙๙/๙๑ ถึงมาตรา ๙๐/๑๓๔ นอกจากนั้นยังมีการเพิ่มหมวด ๓/๓ ในเรื่องของกระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟู กิจการของลูกหนี้ หมวด ๓/๑ และหมวด ๓/๒ แบบเร่งรัด มาตรา ๙๐/๑๓๕ ถึงมาตรา ๙๐/๑๕๒ นอกจากนั้นยังได้มีการเพิ่มหมวด ๓/๔ กระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของ ลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดา มาตรา ๙๐/๑๕๓ ถึงมาตรา ๙๐/๑๘๐ โดยมีเหตุผลดังนี้ ท่านประธานที่เคารพคะ เนื่องด้วยกฎหมายล้มละลายที่ใช้ในปัจจุบันได้มีการเพิ่มเติม หมวด ๓/๑ การฟื้นฟูกิจการของธุรกิจขนาดใหญ่ตั้งแต่ปี ๒๕๔๑ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ภายหลังวิกฤติของต้มยำกุ้ง โดยนับถึงปัจจุบันและสถิติที่เข้าสู่การฟื้นฟูกิจการตาม หมวด ๓/๑ จำนวนทั้งสิ้น ๖๒๓ คดี เฉลี่ยปีละ ๒๔ คดี ต่อมาในปี ๒๕๕๙ ได้เพิ่มหมวด ๓/๒ ซึ่งเป็นการฟื้นฟูกิจการของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือว่า SMEs ที่ยื่นคำร้อง ขอฟื้นฟูกิจการทั้งหมด ๙ คดี และมีเพียง ๒ คดีที่ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งให้ฟื้นฟู กิจการโดยผลของคดีที่มีคำสั่งให้ยกเลิกให้มีการฟื้นฟูคดีทั้ง ๒ คดี ซึ่งสาเหตุที่สำคัญ เนื่องจากว่า SMEs ไม่สามารถเข้าสู่การฟื้นฟูกิจการได้ เนื่องจากเป็น SMEs ที่ไม่ได้ขึ้น ทะเบียนกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเราเรียกว่า สสว. หรือว่า SMEs เหล่านั้นไม่ได้แนบหลักฐานการแสดงว่าเจ้าหนี้ได้ให้ความเห็นชอบในแผนที่ ไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของจำนวนหนี้ทั้งหมดนะคะ
สำหรับร่างกฎหมายที่เสนอเข้ามาสู่การพิจารณาของสภาในวันนี้นะคะ จึงได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมหมวด ๓/๑ ซึ่งกำหนดให้จำนวนหนี้ของลูกหนี้ที่เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ สามารถร้องขอให้มีการฟื้นฟูกิจการได้โดยจำนวนไม่น้อยกว่า ๑๐ ล้านบาทหรือไม่น้อยกว่า ๕๐ ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจในยุคปัจจุบันและสอดคล้องกับหมวด ๓/๒ ที่ได้มีการปรับแก้ไขเพิ่มเติม นอกจากนั้นยังได้มีการยกเลิกหมวด ๓/๒ ซึ่งเป็นการฟื้นฟู กิจการของลูกหนี้ที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs และร่างขึ้นใหม่ ทั้งหมดค่ะ ทั้งนี้ท่านประธาน SMEs เป็นบุคคลธรรมดาแล้วก็นิติบุคคลทั้งหมดประมาณ ๓,๒๐๐,๐๐๐ รายเศษ โดยมี SMEs มากกว่า ๒,๑๐๐,๐๐๐ รายเศษ ที่มีหนี้ค้างชำระหรืออยู่ ในสถานะที่จะชำระหนี้ได้ ประกอบกับระยะเวลาที่ใช้บังคับกฎหมายนี้ผ่านมาเป็นระยะเวลา พอสมควร จึงต้องมีการทบทวนเพิ่มเติมกฎหมายเพื่อให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ ปัจจุบันและสามารถบังคับใช้ให้มีผลสัมฤทธิ์ต่อพี่น้องประชาชนมากขึ้นค่ะ ขออนุญาต ได้เพิ่มเติมหลักการสำคัญดังนี้ค่ะ
หลักการในข้อ ๒.๒ ที่นำกล่าวไปเมื่อสักครู่ก็จะเป็นเรื่องของกำหนดจำนวน หนี้ของลูกหนี้ที่เป็น SMEs ทั้งเป็นบุคคลธรรมดาแล้วก็นิติบุคคลที่มีจำนวนหนี้น้อยกว่า ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐ ล้านบาท สามารถขยายแล้วก็ฟื้นฟูกิจการได้ค่ะ
ในข้อ ๒.๒ ได้มีการยกเลิกเงื่อนไขที่ต้องเป็น SMEs ที่ต้องขึ้นทะเบียนกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือว่า สสว. หรือว่าหน่วยงานอื่น ของรัฐเพื่อเปิดกว้างให้ลูกหนี้ที่ประกอบกิจการขนาดย่อมสามารถขอฟื้นฟูกิจการได้ เช่นเดียวกันค่ะ
นอกจากนั้นในข้อ ๒.๓ ได้กำหนดให้เกิดสภาวะการพักการชำระหนี้ทันที เมื่อศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอเพื่อให้คุ้มครองลูกหนี้ไม่ให้ถูกบรรดาเจ้าหนี้ต้องบังคับชำระหนี้ ได้อย่างทันท่วงที
ข้อ ๒.๔ คือผู้ค้ำประกันจะต้องได้รับความคุ้มครองให้ไม่ต้องรับผิดชอบ ร่วมกับลูกหนี้ร่วมสอดคล้องกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ตามมาตรา ๖๘๑/๑ ท่านประธานคะ
นอกจากนั้นในข้อ ๓ เรายังได้มีการเพิ่มเติมหมวด ๓/๓ ซึ่งเป็นเรื่องของ กระบวนการพิจารณากับการฟื้นฟูกิจการแบบเร่งรัดขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ ลูกหนี้ในคดีฟื้นฟูกิจการทั้งหมดในหมวด ๓/๑ แล้วก็หมวด ๓/๒ สามารถยื่นคำร้องขอให้มี การฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้แบบเร่งรัดโดยแนบหลักฐาน แล้วก็แสดงว่าเมื่อหลักฐานนั้น ยื่นแล้วเจ้าหนี้ก็ได้มีมติยอมรับแผนแล้ว ลูกหนี้จะต้องมีการยื่นร้องขอโดยสุจริตในทันทีนะคะ
นอกจากนั้นยังได้มีการเพิ่มเติมหมวด ๓/๔ คือกระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับ การฟื้นฟูของลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดาขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ที่เป็น บุคคลธรรมดาที่มีรายได้ประจำอยู่แล้ว และมีหนี้กำหนดแน่นอนว่าไม่ต่ำกว่าในจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาทหรือว่าประกอบกิจการหนี้ที่อาจกำหนดได้โดยแบ่งไม่ต่ำกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือไม่เกิน ๑ ล้านบาท ซึ่งสามารถยื่นคำขอร้องต่อศาลในการฟื้นฟู กิจการได้ค่ะ
ท่านประธานที่เคารพค่ะ ทั้งนี้ในการจัดทำแผนฟื้นฟูและบริหารตามแผนที่ กำหนดที่สำคัญคือในเรื่องของการชำระหนี้ตามแผน แล้วก็ลำดับการชำระหนี้ในแผนโดยให้ ชำระต้นเงิน แล้วก็ดอกเบี้ยหรือประโยชน์อื่นใดให้เพิ่มเติมที่ลำดับไว้เพื่อไม่ให้เงินต้นลดลง แล้วก็เป็นการลดภาระในการชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ได้รวดเร็วขึ้น แต่อย่างไรก็ดีท่านประธาน ลูกหนี้ก็ต้องมีความสุจริตใจในการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูสถานะเช่นเดียวกัน มิฉะนั้นหาก ลูกหนี้ไม่สามารถชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูในสถานะได้ ศาลก็จะมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ของลูกหนี้ทันที โดยมีผลของทางกฎหมาย ท่านประธานคะ พอเรามาดูปริมาณของคดีแพ่ง ที่ศาลพิพากษาและอยู่ในขั้นของการบังคับคดี ก็พบว่าบุคคลธรรมดาที่มีหนี้เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๑ ล้านบาท มีจำนวนประมาณ ๑,๗๐๐,๐๐๐ คดี และกลุ่มหนี้ ระหว่าง ๓-๕ ล้านบาท มีจำนวนประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ คดี หากนับรวมถึงนิติบุคคล อีกประมาณ ๑๘๐,๐๐๐ คดี ซึ่งเหล่านี้นับว่าเป็นสินเชื่อส่วนบุคคล หนี้บัตรเครดิต หรือหนี้ เกิดจากการเช่าซื้อและหนี้อื่น ๆ เช่นหนี้ครัวเรือน รวมทั้งหนี้กองทุนที่ให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือว่าหนี้ กยศ. นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มนี้ด้วยเช่นกันค่ะ และมีเจ้าหน้าที่หลายราย ยังมีอีกเป็นจำนวนมากที่ผิดนัดการชำระหนี้และอาจถูกฟ้องเป็นคดีแพ่งในโอกาสต่อไป ซึ่งร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จะเป็นการสร้างโอกาสให้บุคคลเหล่านี้ได้มีแนวทางในการบริหารหนี้สิน ของตนเองและสามารถช่วยให้คนไทยจำนวนมากที่เป็นหนี้สินได้มีโอกาสดำเนินชีวิตอย่างมี คุณภาพมากขึ้นค่ะ ดิฉันจึงขอนำเสนอร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวต่อประธานสภาไปยังท่านสมาชิก ที่เคารพทุกท่านให้ที่ประชุมแห่งนี้ได้ช่วยกันพิจารณา ซึ่งถ้าสภาผู้แทนราษฎรได้มีข้อซักถาม หรือว่าประเด็นใด ๆ รวมทั้งทางสมาชิกที่มีข้อสงสัย ดิฉันมีเจ้าหน้าที่ที่มารอชี้แจงกับทาง ท่านสมาชิกและดิฉันหวังว่าท่านสมาชิกจะให้ความเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในโอกาสต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ