สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑๕ มกราคม ๒๕๖๘

นิยม วิวรรธนดิฐกุล หารือเรื่องการแก้ไขพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 โดยเสนอข้อสังเกตเกี่ยวกับการผลิตสุรา ชุมชนในจังหวัดแพร่ โดยเสนอให้สามารถผลิตสุราได้ถึง 53 ดีกรี และมี Packing ที่มีความหลากหลาย นอกจากนี้ยังขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาลดภาษีให้กับโรงงานขนาดเล็กเพื่อให้สามารถแข่งขันกับกลุ่มทุนใหญ่ได้

นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล แพร่

กราบเรียนท่านประธานสภาครับ ผม นิยม วิวรรธนดิฐกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ก็ขอร่วม อภิปรายในร่างพระราชบัญญัตินี้ ผมในฐานะที่เป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมาธิการชุดนี้ ก็ขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งโดยหลักใหญ่ก็คือการแก้ไขในมาตรา ๑๕๓ ของพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งในเนื้อหาต่าง ๆ ท่านประธานก็ได้ รายงานให้ทราบแล้วซึ่งก็เห็นด้วยทั้งหมด แต่ก็จะมีอยู่ประเด็นหนึ่งที่ในมาตรา ๓ นี้ ที่คงจะต้องให้ชี้แจงนิดหนึ่งให้อธิบายว่า เกินสมควร นั่นคืออะไร อะไรคือคำว่า เกินสมควร ในมาตรานี้ก็คงขอให้ชี้แจงนิดหนึ่ง ก็ขออนุญาตเลยพูดไปถึงเรื่องของข้อสังเกตซึ่งจะเป็น รายละเอียดที่น่าจะมีประกาศกฎกระทรวงตามมา ก็คือในเรื่องข้อสังเกตนี้ก็เห็นด้วยทุกอย่าง ไม่ว่าการที่จะให้โรงงานตั้งอยู่ไม่เกิน ๑๐๐ เมตรได้จากแหล่งน้ำ แต่ว่ามีการบำบัดน้ำเสีย หรือการไม่กำหนดกำลังการผลิต แต่ก็คงจะขอเพิ่มเติมในเรื่องของข้อสังเกต เพราะจริง ๆ แล้ว ในพื้นที่ของผมก็จะมีพื้นที่การผลิตสุราชุมชน ทั้งสุราแช่ และสุรากลั่นมากจังหวัดหนึ่งก็คือ ที่ตำบลสะเอียบ ซึ่งทุกคนถ้าพูดถึงสะเอียบก็จะนึกถึงแต่เขื่อนแก่งเสือเต้นซึ่งอยู่ในอำเภอสอง จังหวัดแพร่ เป็นพื้นที่ที่มีการผลิตและจำหน่ายสุราค่อนข้างจะเยอะ ปีหนึ่งการจำหน่าย สุราชุมชนจากตำบลนี้ประมาณพันล้านบาท ดูจากภาษีสรรพสามิตที่เกือบ ๕๐๐ ล้านต่อปี ซึ่งภาษีสรรพสามิตจะเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของราคาขาย นอกจากนั้นก็ยังมีอีกหลายชุมชน และหลายตำบลที่มีการผลิตสุราชุมชนในจังหวัดแพร่ ซึ่งเราประมาณการว่าในจังหวัดแพร่ อาจจะมีการจำหน่ายสุราทั้งที่ถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมาย อาจจะถึง ๒,๐๐๐ ล้านต่อปี ผมได้มีโอกาสเดินทางไปกับคณะวัฒนธรรมแล้วก็ธุรกิจของเอกชน โดยมีท่านอดีต สส. สุรพล เกียรติไชยากร อดีตประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศนำไปนะครับ ได้ไปที่ตำบล เหมาไถ เมืองกุ้ยหยาง มณฑลกุ้ยโจว เมื่อประมาณปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้ไปดูโรงงานสุราที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกก็คือมีมูลค่าถึง ๗.๒ ล้านล้านบาท ก็คือกุ้ยโจว เหมาไถ ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของจีน ซึ่งมีการผลิตและมีกรรมวิธีการผลิตที่พิถีพิถัน มีการหมัก บ่มที่ยาวนาน จำหน่ายในราคาถึงขวดละหมื่นกว่าบาทในตำบลเหมาไถเองก็จะมีโรงงานสุรา ถึง ๒,๐๐๐ โรง ซึ่งมีทั้งของเอกชนและของรัฐบาล ทำรายได้มหาศาลให้กับชุมชนนะครับ ในการไปครั้งนี้ก็ได้พบว่าส่วนใหญ่คนจีนจะนิยมดื่มสุราขาวที่มีดีกรีประมาณ ๕๓ ดีกรีนะครับ ก็คือเหมาไถหรือไป๋จิ่ว ซึ่งทำมาจากข้าวฟ่าง Packing ส่วนใหญ่หรือบรรจุส่วนใหญ่ก็จะเป็น ประมาณ ๕๐๐ ซีซี คนจีนไม่นิยมดื่มวิสกี้ที่มาจากต่างประเทศ อาจจะมีดื่มไวน์บ้างนะครับ จึงเป็นสิ่งที่จะขอเพิ่มเติมในข้อสังเกตของกรรมาธิการก็คือให้สุราชุมชนไทยสามารถจะทำได้ ถึง ๕๓ ดีกรี เพราะปัจจุบันนี้สุราชุมชนทำได้สูงสุดที่ ๔๐ ดีกรี นอกจากนั้นบรรจุภัณฑ์ หรือว่า Packing ขอให้มีขนาดที่เป็น ๕๐๐ ซีซี เหมือนของประเทศจีน การที่เราผลิตสุรา ชุมชนของไทยนี่เราผลิตมาจากข้าวเหนียวก็จะมีกลิ่นฉุน ๆ อย่างหนึ่ง แต่ว่าของจีนหรือไป๋จิ่ว หรือเหมาไถ จะผลิตจากข้าวฟ่าง ซึ่งปัจจุบันนี้ที่ตำบลสะเอียบเราก็ได้ให้ทางโรงงานลองผลิตดูนะครับ การที่จะนำสุราไทย ไปขายประเทศจีนคงเป็นไปได้ยาก เพราะว่าสุราจีนจะมีลักษณะพิเศษ มีกลิ่นพิเศษ แต่ว่าเรา สามารถที่จะผลิตเพื่อขายหรือจำหน่ายให้กับคนจีนที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งปีหนึ่ง ก็นับสิบล้านคน ก็คงจะได้นำรายได้ให้กับชุมชน แล้วก็ให้กับประเทศได้นะครับ ดังนั้นก็เสนอ ในข้อสังเกตตรงนี้ว่าน่าจะมีการผลิตสุราถึง ๕๓ ดีกรี และมี Packing ที่มีความหลากหลาย อาจจะน้อยกว่า ๓๓๐ ซีซี เช่น ๒๕๐ ก็น่าจะได้นะครับ และมีความหลากหลายใน Packing อย่างหนึ่งก็คือ ๕๐๐ ซีซี ต้องมี ถ้าเราจะผลิตไป๋จิ่วเพื่อให้คนจีนได้ดื่มนะครับ

อีกประเด็นหนึ่งนะครับ อันนี้คงจะนอกเหนือจากพระราชบัญญัตินี้ก็คือ เรื่องของภาษีสรรพสามิตซึ่งเป็นปัญหากับรายย่อยหรือโรงงานขนาดเล็กซึ่งมีต้นทุนที่สูง อยู่แล้ว ก็คงจะฝากไปให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาในเรื่องการลดภาษีสรรพสามิต ให้กับรายย่อยแล้วก็โรงงานขนาดเล็ก เพราะปัจจุบันนี้กลุ่มทุนใหญ่ได้รุกเข้ามาในสุราขาว ของชุมชนแล้วนะครับ ท่านสามารถไปดูได้ในห้างสรรพสินค้าหรือว่าร้านสะดวกซื้อจะเห็น สุราขาวมีจำหน่ายแล้วก็ขายดีด้วย เพราะฉะนั้นหากประชาชนหรือว่าโรงงานสุราชุมชน ไม่พัฒนาก็จะเสียการตลาดให้กับทางกลุ่มทุนใหญ่ซึ่งรุกเข้ามาในส่วนนี้แล้ว อันนี้ก็ขอฝากไว้ โดยสรุปแล้วในพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ขอสนับสนุนทั้งร่าง และสนับสนุนข้อสังเกต กราบขอบพระคุณครับ