ขัตติยา สวัสดิผล อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน โดยชี้ให้เห็นความจำเป็นในการปรับปรุงกฎหมายเดิมปี ๒๕๕๘ ให้ทันสมัยและครอบคลุมมากขึ้น เพื่อลดอุปสรรคทางเศรษฐกิจ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเร่งกระบวนการอนุมัติบริการสาธารณะ ขัตติยา สวัสดิผล เสนอประเด็นสำคัญของกฎหมายว่าด้วยการออกใบอนุญาต โดยชี้ให้เห็นปัญหาช่องโหว่เดิมที่ขาดกรอบระยะเวลาและหลักเกณฑ์ชัดเจน ซึ่งกฎหมายฉบับนี้จะแก้ไขโดยกำหนดมาตรฐานกลาง ขั้นตอน และระยะเวลาในการพิจารณา เพื่อลดความไม่โปร่งใส เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ ลดต้นทุนทางเศรษฐกิจ และสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อประชาชนและผู้ประกอบการไทย ขัตติยา สวัสดิผล ยืนยันการสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติแต่เสนอข้อห่วงใยเกี่ยวกับการกำหนดช่องทางด่วนพิเศษ (Fast Track) ที่ต้องมีการกำกับดูแลค่าใช้จ่ายและระยะเวลาอย่างชัดเจนเพื่อป้องกันการเลือกปฏิบัติ และเรียกร้องให้ติดตามรายละเอียดกฎหมายลำดับรองอื่น ๆ อย่างใกล้ชิดเพื่อให้กฎหมายฉบับนี้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างสมบูรณ์
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอใช้ โอกาสนี้เพื่ออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณา อนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอนะคะ ซึ่งดิฉันมี ความเห็นไปในทางเดียวกันว่ากฎหมายฉบับนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพ การทำงานของภาครัฐ แล้วก็เป็นการลดอุปสรรคในการทำมาหากินของพี่น้องประชาชนค่ะ ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด เพราะจากงานศึกษาของ TDRI แล้วก็องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันที่ไปสำรวจกรณีการขออนุญาตก่อสร้างในพื้นที่ กรุงเทพมหานครจังหวัดเดียวพบว่า การอนุญาตที่ล่าช้าของภาครัฐส่งผลให้เกิดผลเสียหาย แล้วก็ไปเพิ่มต้นทุนให้กับคนกรุงเทพมหานครเป็นมูลค่าสูงถึง ๑,๒๕๒ ล้านบาทต่อปี ซึ่งตัวเลขนี้คือมูลค่าความเสียหายเฉพาะเรื่องการก่อสร้างที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร เพียงแค่ที่เดียว ซึ่งหากเราไปสำรวจถึงผลกระทบที่เกิดจากการออกใบอนุญาตที่ล่าช้าของ หน่วยงานรัฐในทุกเรื่องแล้วก็ทุกพื้นที่ เราก็จะเห็นตัวเลขความเสียหายทางเศรษฐกิจที่ส่ง ผลกระทบต่อภาคธุรกิจไทยมหาศาลในแต่ละปีค่ะ ท่านประธานคะ เจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกที่มีมาตั้งแต่ ปี ๒๕๕๘ นั่นก็คือต้องการที่จะปรับปรุงการบริหารจัดการของภาครัฐนั้นให้มีประสิทธิภาพ ให้มีความโปร่งใส แล้วก็เปลี่ยนภาครัฐให้มาทำหน้าที่สนับสนุนการดำเนินกิจกรรมทาง เศรษฐกิจให้ไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากินของพี่น้องประชาชน แต่ก็เช่นเดียวกันกับ กฎหมายฉบับอื่น ๆ ว่าเราจำเป็นต้องมีการปรับปรุงให้ทันสมัย แล้วก็จำเป็นที่จะต้องมีการ แก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน เพื่อให้กฎหมายนั้น ถูกบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วก็ตอบโจทย์ที่ต้องการแก้ไขปัญหาให้มากที่สุด มันจึงนำมาสู่การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณา อนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ในวันนี้ค่ะ ซึ่งเมื่อเราเปรียบเทียบกับ พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกฉบับ ปี ๒๕๕๘ ที่เน้นปรับปรุงกระบวนการอนุญาตเพียงบางส่วน แต่ร่างพระราชบัญญัติฉบับใหม่นี้จะเป็นการขยายขอบเขตการให้บริการของภาครัฐ ให้มีความครอบคลุมแล้วก็กว้างขวางมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นร่างพระราชบัญญัติฉบับใหม่นี้ ยังมีการเพิ่มกลไกที่จะช่วยให้การอนุญาตของรัฐนั้นมีความสะดวกรวดเร็ว ลดขั้นตอนที่ไม่ จำเป็น แล้วก็มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้กับการทำงานของภาครัฐมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การเปลี่ยนจากระบบเอกสารมาเป็นระบบดิจิทัลนะคะ มีการจัดตั้งศูนย์คำขอกลางทาง อิเล็กทรอนิกส์ มีการนำระบบ Fast Track แล้วก็ระบบ Super License มาใช้บังคับ เป็นต้น
อีกประเด็นที่เป็นเนื้อหาสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ซึ่งดิฉันคิดว่ามีความสำคัญ เป็นอย่างยิ่ง นั่นก็คือก่อนหน้านี้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการออกใบอนุญาตจำนวนมากของ หลายหน่วยงานมันไม่ได้มีการกำหนดกรอบระยะเวลา แล้วก็กระบวนการทำงานที่ชัดเจน ซึ่งมันสร้างปัญหาแล้วก็ข้อติดขัดในเชิงการดำเนินงานเป็นจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา กฎหมายฉบับนี้จึงมุ่งแก้ไขปัญหาแล้วก็ช่องโหว่ดังกล่าว โดยการออกเกณฑ์มาตรฐานกลาง ไม่ว่าจะเป็นกำหนดหลักเกณฑ์ กำหนดวิธีการ แล้วก็กำหนดเงื่อนไขในการยื่นคำขอ รวมถึง กำหนดถึงขั้นตอนแล้วก็ระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาตให้มีความชัดเจน แล้วก็สอดคล้อง เป็นไปในภาพเดียวกัน ซึ่งดิฉันเชื่อว่าด้วยเนื้อหาแล้วก็กลไกทั้งหมดของกฎหมายฉบับนี้ นอกจากมันจะช่วยลดเวลา ลดขั้นตอน แล้วก็ลดช่องโหว่ในการใช้ดุลยพินิจที่ไม่ชอบของ เจ้าหน้าที่แล้วมันยังจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของภาครัฐ แล้วก็จะช่วยลดต้นทุน ทางเศรษฐกิจของประเทศได้เป็นอย่างมาก ท่านประธานคะ หากพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผ่านสภาแล้วก็ถูกนำไปบังคับใช้จริง ดิฉันเชื่อว่ามันจะช่วยสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ต่อพี่น้องประชาชน แล้วก็ผู้ประกอบธุรกิจของไทยในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการลดค่าใช้จ่าย ของประชาชนในการติดต่อกับราชการ เป็นการลดจำนวนเอกสาร แล้วก็ขั้นตอนที่ยุ่งยาก เป็นการลดเวลา แล้วก็ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน แล้วด้วยระบบการอนุญาต ที่โปร่งใสแล้วก็มีประสิทธิภาพ ดิฉันเชื่อว่าประเทศไทยจะสามารถเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขัน แล้วก็จะดึงดูดการลงทุนกับภาคเอกชน แล้วก็ต่างชาติได้มากยิ่งขึ้น
สุดท้ายท่านประธานคะ แม้ว่าดิฉันจะสนับสนุนเนื้อหาแล้วก็หลักการของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้อย่างเต็มที่ด้วยเหตุผลที่ได้กล่าวไป แต่ดิฉันก็อยากจะขอฝาก ข้อห่วงใยบางประการไปยังรัฐบาล แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายนี้ เพื่อให้มันมีประสิทธิภาพมากที่สุด แล้วก็ลดช่องโหว่ที่จะเกิดปัญหาใหม่ ๆ ตามขึ้นมานะคะ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดให้มีช่องทางด่วนพิเศษ หรือที่เราเรียกว่า Fast Track ซึ่งมันจะมีการ คิดค่าบริการเพิ่ม มันก็ควรจะต้องมีหลักเกณฑ์ มีรายละเอียดของค่าใช้จ่าย แล้วก็มี ระยะเวลาการดำเนินงานที่ชัดเจน แล้วที่สำคัญจะต้องมีการกำกับดูแลให้เป็นมาตรฐาน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการให้บริการในช่องทางปกติ ซึ่งการให้บริการในช่องทางปกติก็ควร จะต้องมีประสิทธิภาพ ไม่เปิดช่องให้มีการเลือกปฏิบัติ ไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐให้ความสำคัญกับ การบริการในช่อง Fast Track เท่านั้น และอีกเรื่องหนึ่งรัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องควรจะต้อง ให้ความสำคัญแล้วก็ลงไปดูรายละเอียดของกฎหมายลำดับรองอื่น ๆ ด้วยหลังจากนี้ เพราะถึงแม้ว่ากฎหมายฉบับนี้จะเป็นหมุดหมายสำคัญแต่มันก็เป็นแค่ Jigsaw เพียงครึ่งเดียว ของภาพทั้งหมด เพราะในกฎหมายนี้มันยังต้องมีกฎหมายลำดับรองอื่น ๆ ที่จะต้อง ออกมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นพระราชกฤษฎีกาหรือว่ากฎกระทรวง เพื่อเป็นทั้งแนวทางปฏิบัติ แล้วก็เป็นข้อยกเว้น ซึ่งหากมีการผ่านพระราชบัญญัตินี้ไปเฉย ๆ โดยที่ไม่มีการลงไปดู รายละเอียดหลังจากนี้เพื่อกำกับให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันก็อาจทำให้พระราชบัญญัตินี้ ไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์อย่างสมบูรณ์ แล้วก็ไม่ถูกบังคับใช้อย่างเต็มศักยภาพ ท่านประธานคะ หากสภาผ่านกฎหมายฉบับนี้ไปโดยมีการติดตามแล้วก็กำกับดูแลอย่าง ใกล้ชิด ดิฉันเชื่อว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้จะสามารถยกระดับการบริการของภาครัฐ ให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย แล้วก็ลดอุปสรรคในการทำมาหากินของพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการ รวมถึงภาคธุรกิจที่เป็นเอกชนทั่วประเทศได้อย่างแท้จริง แล้วก็ดิฉันขอเป็น ส่วนหนึ่งในการร่วมสนับสนุนพระราชบัญญัติฉบับนี้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ