วิทวัส เสนอญัตติตั้ง กมธ.ศึกษาจัดระเบียบสายสื่อสารลงดิน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๙ มกราคม ๒๕๖๘

วิทวัส ติชะวาณิชย์ เสนอญัตติให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการจัดระเบียบสายไฟและสายสื่อสาร โดยเน้นการนำสายลงดินทั่วประเทศ เพื่อรองรับยุคดิจิทัลและแก้ไขปัญหาความไม่ปลอดภัย พร้อมชี้ให้เห็นปัญหาสายเถื่อนที่ลักลอบติดตั้งและสายที่ไม่ได้ใช้งาน รวมถึงเสนอแนวทางแก้ไขระยะยาว เช่น โครงการ Single Last Mile และการจัดระเบียบสายสื่อสารลงใต้ดินตามแผนของ กสทช. นอกจากนี้ ยังเสนอแนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติดและอาชญากรรมในชุมชน โดยชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างสายสื่อสารเถื่อนกับความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของประชาชน

นายวิทวัส ติชะวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวิทวัส ติชะวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๕ ตัวแทนพี่น้องจากเขตคันนายาว และเขตบึงกุ่มเฉพาะแขวงคลองกุ่ม จากพรรคประชาชน ในวันนี้ครับท่านประธาน ผมขออนุญาตเสนอญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาการจัดระเบียบสายไฟ-สายสื่อสาร และการนำสายไฟ สายสื่อสาร ลงดินในพื้นที่ทั่วประเทศไทย โดยมิใช่เพื่อศึกษาเพื่อแก้ไขภายในจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง เนื่องด้วยในปัจจุบันโลกเรากำลังเข้าสู่ยุคของเอไออย่างเต็มตัว ประเทศไทยจำเป็นต้อง ปรับตัวพัฒนาและวางโครงสร้างที่ดีเพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในยุคดิจิทัล ซึ่งปัจจุบันผู้ประกอบการกิจการโทรคมนาคมมีการขยายโครงข่ายมากขึ้น ดังนั้นการเชื่อมต่อ โครงข่ายให้ไปถึงผู้ใช้บริการอย่างรวดเร็ว และใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ ในการบริการของผู้ประกอบการกิจการโทรคมนาคม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญยิ่งที่จะนำเราไปสู่ จุดนั้นได้ แต่ที่ผ่านมาเราอาจจะยังมีการบริหารจัดการวางระบบโครงสร้างสายสื่อสารได้ ไม่ดีนัก สายโทรคมนาคมตามเสาไฟฟ้าหรือเรียกสั้น ๆ ว่า สายสื่อสาร ดูเหมือนเป็นปัญหา เล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ปัญหานี้เกิดขึ้นแทบทุกจังหวัดทั่วทั้งประเทศไทย โดยเฉพาะเมืองหลวง และตามหัวเมืองใหญ่ ๆ ยิ่งจุดที่มีประชาชนอาศัยหนาแน่นเราจะเห็นปัญหานี้ได้อย่างชัดเจน เมื่อจำนวนสายเพิ่มขึ้นหากรวมกับของเดิมที่สะสมมาเนิ่นนานก็ทำให้เกิดภาพสายที่รกรุงรัง ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ส่งผลต่อทัศนียภาพ ความปลอดภัย และเมื่อมีสายสื่อสารระโยง ระยางห้อยต่ำลงกว่ามาตรฐาน ห้อยลงมาบนทางเดิน บนท้องถนน ไม่ว่าสาเหตุจะเกิดจาก การลักขโมย การพาดสายเป็นจำนวนมากที่ทำให้คอนสื่อสารชำรุดหรือเสื่อมสภาพตามอายุ การใช้งาน รวมถึงปัญหาไฟไหม้สายสื่อสารครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ต่อมาครับ ผมขออนุญาตเสริม ให้ทุกท่านเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับสายสื่อสารต่าง ๆ ที่อยู่บนเสาไฟฟ้า เราสามารถพบเห็นกัน ได้ทุกวันจากในสไลด์ครับ สายไฟฟ้าแรงสูงและแรงต่ำจะอยู่บนสุดและเส้นตรงกลาง ส่วนปัญหาหลัก ๆ ที่เราพูดอยู่ ณ ที่นี้นั่นก็คือสายสื่อสารที่อยู่ด้านล่างสุด และอาจจะสังเกต ง่าย ๆ จากสายต่าง ๆ ที่ร้อยผ่านคอยล์สื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นทั้งคอนไม้และคอนเหล็ก สายสื่อสารเหล่านี้ประกอบไปด้วยสายอินเทอร์เน็ต สายเคเบิลโทรศัพท์ สายเคเบิลทีวี สายควบคุมสัญญาณจราจร สายอินเทอร์เน็ต สายเคเบิลโทรศัพท์ สายเคเบิลทีวี สายควบคุมสัญญาณจราจร สายสัญญาณ กล้องวงจรปิด หรือสาย Drop Wire เสียงเดินตามสายเป็นต้น จากการสุ่มตรวจ ๕ เส้นทาง ของทางการไฟฟ้านครหลวงพบว่าสายสื่อสารที่มีการลักลอบติดตั้งหรือที่ไม่ได้รับอนุญาต เฉลี่ยสูงสุด ๗๘ เปอร์เซ็นต์ และสายสื่อสารในปัจจุบันส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกใช้งาน เช่น สายเบอร์ บ้าน เบอร์ ๐๒ ซึ่งสายมีขนาดใหญ่กว่าเมื่อเทียบกับสายใยแก้วนำแสงหรือ Fiber Optic ที่นิยมใช้ในปัจจุบันครับ ท่านประธานครับ แค่สุ่มตรวจ ๕ เส้นทางเรายังเจอสายสื่อสาร ที่มีการลักลอบติดตั้งหรือเรียกง่าย ๆ ว่าสายเถื่อนร้อยละ ๗๘ เปอร์เซ็นต์ แล้วแบบนี้ สายที่พันกันไปมา สายที่ขาดหลุดร่วงและจำนวนสายสื่อสารที่เยอะขนาดนี้จะลดลง ได้อย่างไร ยังไม่พอนะครับ ตัวอย่างปัญหาถัดมาครับ ผมจะอธิบายแบบให้เห็นภาพมากที่สุด ผมขออนุญาตยกตัวอย่างพื้นที่ในกรุงเทพมหานครครับ มีถนนที่ตั้งเสาไฟฟ้าทั้งหมดได้ ประมาณ ๖,๐๐๐ กิโลเมตร ซึ่งมีอย่างน้อย ๓๐ เส้นสำหรับสายสื่อสารที่พาดอยู่ที่เสาไฟฟ้า นั่นแปลว่าอะไรครับท่านประธาน แปลว่าถ้าเราเอา ๖,๐๐๐ กิโลเมตรคูณสายสื่อสาร ๓๐ เส้นจะได้ ๑๘๐,๐๐๐ กิโลเมตร และรายได้ที่ทางการไฟฟ้าควรได้จากการพาดสายอยู่ที่ ๑๘๐,๐๐๐ กิโลเมตรคูณ ๒,๐๐๐ บาท หรือเท่ากับ ๓๖๐ ล้านบาทต่อปี แต่จากรายงาน ที่ทาง กฟน. แจ้งในคณะกรรมาธิการสื่อสารโทรคมนาคมซึ่งกระผมนั้นก็ดำรงตำแหน่งอยู่ ด้วยนั้นพบว่าทาง กฟน. เรียกเก็บค่าอนุญาตติดตั้งสายสื่อสารบนเสาไฟฟ้าปี ๒๕๖๗ ได้เพียง ๗๒.๑๖ ล้านบาท และเรียกเก็บค่าปรับจากการติดตั้งสายสื่อสารโดยไม่มีใบอนุญาตได้เพียง ๑.๔๕ ล้านบาท นี่ผมยังไม่รวมข้อมูลจากทาง กฟน. นะครับ ที่แจ้งว่าสัดส่วนปริมาณของ สายสื่อสารที่ขออนุญาตติดตั้งอย่างถูกต้องมีเพียงแค่ร้อยละ ๔๕ คำถามคือท่านมีการเช็กสาย ตายหรือสายเถื่อนกันจริงจังขนาดไหน แล้วท่านเห็นไหมครับว่าเราเสียรายได้ที่จะนำมา พัฒนาบ้านเมืองของเราให้พี่น้องประชาชนไปมากมายขนาดไหน และเป็นแบบนี้มาแล้วกี่ปี กี่สมัย ขณะนี้ผมลดจำนวนสายสื่อสารในการคำนวณให้แล้วนะครับ เพราะถ้ามองจาก ตาเปล่าแน่นอนครับ มี ๕๐ เส้นแน่นอน นี่คือหนึ่งในปัญหาหลักที่ทำให้สายสื่อสารรกรุงรัง และเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้มีทั้ง กสทช. กฟน. กฟผ. รวมถึงผู้ประกอบการทั้งรัฐและเอกชนต่าง ๆ ซึ่งเป็นหน่วยงานในการจัดระเบียบสายสื่อสาร ในการลงท่อร้อยสายครับ ต่อมาครับจะมีรายละเอียดดำเนินการตามขั้นตอนดังภาพครับ ต่อมาได้มีการเริ่มทำโครงการ Single Last Mile ของบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ซึ่งเป็นโครงการที่น่าสนใจมากครับ เป็นการให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน ด้านสื่อสารในประเทศ ซึ่งมีท่อร้อยสายพร้อมใช้งานทันที ๔,๔๕๐ กิโลเมตรทั่วประเทศ แบ่งเป็นท่อร้อยสายในพื้นที่นครหลวง ๓,๖๐๐ กิโลเมตรและภูมิภาค ๘๕๐ กิโลเมตร และใน ปี ๒๕๖๖ ครับ ได้มีการทดลองโครงการ Single Last Mile ที่ซอยศุภราช ๑ ซึ่งจะลดให้ ผู้บริการปลายทางจาก ๔ รายให้เหลือเพียง ๑ รายเท่านั้น แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนผู้ใช้งานหรือ เปลี่ยนผู้ให้บริการกี่รายก็ตาม โครงข่ายจะยังคงมีเพียงเส้นเดียว แต่ด้วยค่าเช่าที่ NT ตั้งไว้สูง กว่าการพาดสายบนเสาไฟฟ้า จึงทำให้การดำเนินการดังกล่าวเกิดล่าช้าเป็นอย่างมากครับ โดยจากการศึกษาพบว่ามีต้นทุนที่สูงกว่าต่างประเทศมากขึ้นกว่าสองเท่า ต่อมาครับ นี่คือ ตัวอย่างแผนการจัดระเบียบสายสื่อสารและการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน พ.ศ. ๒๕๖๑ จนถึง ปัจจุบัน ที่ทาง กสทช. ได้ร่วมนโยบายปรับเปลี่ยนสายไฟฟ้าอากาศ เป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน เพื่อจัดระเบียบสายสื่อสารและนำสายสื่อสารลงใต้ดิน ซึ่งกำหนดแผนมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ และได้เริ่มดำเนินการตามแผนตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ที่ผ่านมา ส่วนสไลด์ถัดมาครับ เป็นภาพ สายสื่อสารในปัจจุบัน ปีนี้เข้าสู่ปีที่ ๗ แล้วครับ แผนงานที่เราเคยวางไว้แก้ไขให้พี่น้อง ประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน ทำไมเรายังเห็นภาพสายสื่อสารพันกัน ทุกท่านเคยสงสัยไหม ครับว่าประเทศที่เจริญแล้วเขาจัดการปัญหานี้อย่างไร ประเทศไทยเราเริ่มจัดสายสื่อสาร กันมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ แล้วนะครับ แผนงานดังกล่าวสามารถแก้ไขปัญหาในระยะยาว ได้จริงหรือไม่ หรือเพียงแค่เรากำลังแก้ไขปัญหาในระยะสั้นเท่านั้น ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านประธานและท่านรองประธานสภามากนะครับ สำหรับของขวัญ ปีใหม่เมื่อวานนี้ครับ การ์ดอวยพรและ Power Bank ที่ทำให้พวกเราสามารถต่ออายุ โทรศัพท์เราได้ตลอดทุกครั้งที่มีการประชุมต่อจากนี้ครับ แต่ท่านทราบไหมครับว่านอกจาก ท่านประธานและท่านรองประธานแล้วยังมีอีก ๑ หน่วยงานครับที่แจก Power Bank นั่นคือ Campaign ของทาง กสทช. เมื่อปี ๒๕๖๑ กสทช. ชวนประชาชนร่วมใจเตือนภัย สายสื่อสารอันตรายผ่าน Call Center ๑๒๐๐ พร้อมแจก Power Bank ให้คนแจ้งเบาะแส ฟรีจำนวน ๔,๕๐๐ อัน เป็นอย่างไรละครับ สรุปท่านรับเรื่องและแจก Power Bank ไปกี่ เครื่องครับ และผมยังยืนยันและมั่นใจว่าเบอร์ ๑๒๐๐ ของท่านก็ยังคงรับสายปัญหา สายสื่อสารอยู่เหมือนเดิม แต่จริง ๆ แล้วท่านควรเปลี่ยนเป็น Bot หรือ AI ในการตอบ เพราะว่าพี่น้องประชาชนรวมถึงตัวกระผมเองด้วยนั้นเมื่อโทรไปเบอร์ ๑๒๐๐ ก็จะได้รับ คำตอบเดียวคืออยู่นอกแผนงาน เราควรศึกษาการแก้ไขปัญหาในระยะยาวอย่างจริงจัง และบังคับใช้กฎระเบียบอย่างเคร่งครัดเพื่อไม่ให้อีก ๒๐ ปีข้างหน้า ลูกหลานของเราจะได้ ไม่ต้องมาคุยหรือแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อีก ผมขอสรุปและตั้งข้อสังเกตจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการแก้ไขการจัดระเบียบสายไฟ สายสื่อสาร และนำสายไฟ สายสื่อสารลงใต้ดิน เพื่อสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาและวิธีการแก้ไขคร่าว ๆ ดังนี้

๑. เรื่องของระยะเวลาในการนำสายลงดินที่ล่าช้า ๑ เส้น ใช้เวลาประมาณ ๙-๑๒ เดือน

๒. เรื่องต้นทุนการจัดระเบียบการร้อยท่อและค่าเช่าที่ค่อนข้างสูง ถ้าอ้างอิง จากที่ผู้ประกอบการหลายรายแจ้งต่อคณะกรรมาธิการว่าปัจจุบันค่าพาดสายบนเสาไฟฟ้า ตอนนี้ประมาณ ๑,๖๐๐ บาทถึง ๒,๐๐๐ บาทต่อกิโลเมตรต่อปี ดังนั้นหากจะบังคับเอกชน ไปเช่าท่อร้อยสายในราคาต้นทุนที่แพงขึ้นต่อเส้นประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ บาทต่อกิโลเมตรต่อปี คงเป็นไปได้ยาก

๓. การลดขั้นตอนการขออนุญาตของผู้ประกอบการ เพราะนี่คือหนึ่งใน สาเหตุที่ทำให้เกิดสายเถื่อนครับ

๔. การสร้างแรงจูงใจให้โอเพอเรเตอร์เข้าร่วมโครงการนำสายไฟ สายสื่อสาร ลงใต้ดิน รวมถึงการตัดจำหน่ายทรัพย์สินออก

๕. ขั้นตอนและมาตรการการทำลายสายที่ถูกต้องโดยไม่กระทบต่อ สิ่งแวดล้อม

๖. เรื่องอำนาจและหน้าที่ และกฎหมายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัด ระเบียบสายสื่อสารและการนำสายสื่อสารลงดิน

ข้อสุดท้าย วิธีการป้องกันและออกมาตรการอย่างเด็ดขาดสำหรับการลักลอบ ติดตั้งสายสื่อสาร รวมถึงหาแนวทางร่วมกันในการทำงานอย่างราบรื่นทั้งภาครัฐและ ภาคเอกชน ยกตัวอย่างเช่น ตามระเบียบของการไฟฟ้านครหลวง เสาขนาดตั้งแต่ ๑๐ เมตร ขึ้นไป อนุญาตให้ติดตั้งสายสื่อสาร ณ ตำแหน่งระดับสูง ๕.๗ เมตรจากระดับพื้น นั่นแปลว่า ถ้าหากสายสื่อสารต่ำกว่า ๕.๗ เมตร ทางหน่วยงานดังกล่าวต้องเข้ามาแก้ไขโดยด่วนภายใน ๓๐ วัน ใช่หรือไม่ครับ ถ้าใช่ทำไมปัญหาเหล่านี้ยังคงมีอยู่เยอะแยะมากมายขนาดนี้ครับ ผมขอคำนวณให้ทุกท่านดูอีกทีหนึ่ง อีกรอบหนึ่งครับ อ้างอิงจากข้อมูลของทาง กฟน. ที่สามารถเก็บค่าสายสื่อสารที่ไม่ได้รับอนุญาตได้เพียง ๑.๔๕ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๗ นั่นแปลว่าอะไรครับ ถ้าท่านเอา ๑.๔ ล้านบาทหาร ๕๐,๐๐๐ บาท คือค่าปรับต่อครั้ง จะได้ ๒๙ ครั้ง แต่บอกตามตรงครับท่านประธาน ผมไม่แน่ใจว่าในข้อระเบียบนั้นเขียนว่าต่อ ครั้งนั้นแปลว่าอะไร หรือแปลว่าหากผู้ประกอบการแอบลักลอบติดตั้งสายโดยไม่ได้รับ อนุญาตทั่วทั้งกรุงเทพมหานครแต่เสร็จภายใน ๑ วัน อันนี้แปลว่า ๑ ครั้งใช่หรือไม่ครับ เพราะว่าปรับได้ ๒๙ ครั้ง ภายในระยะเวลา ๑ ปี ผมขอเชิญชวนทุกท่านลองเดินออกไปหน้า ถนนลองหันซ้าย ลองหันขวา แล้วลองนึกดูครับว่าสายสื่อสารที่ติดแบบเถื่อนมี ๒๙ ครั้ง จริงหรือไม่ครับ ผมขอเสนอให้ทางการไฟฟ้าและ กสทช. เปิดมาเลยสัญญาค่าเช่าพาดสาย มีที่ไหน จุดไหน บริษัทอะไรบ้าง และท่านก็ลองไปดูครับว่าแต่ละเจ้าทำถูกต้องตาม กฎระเบียบหรือไม่ และท่านก็ปรับไปเลยครับแต่ละเจ้า ต่อมาครับ ผมขอเล่าให้ทุกคนฟัง ผ่านประสบการณ์การลงพื้นที่ของผมและทีมงานที่ได้รับเรื่องร้องเรียนในเขตคันนายาว และบึงกุ่ม เราได้ประสานงานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านหลาย ๆ ช่องทางที่เกี่ยวข้องกับ ปัญหาสายสื่อสาร ๑. Call Center ๑๒๐๐ และ Line Official ของทาง กสทช. ๒. Traffy Fondue ๓. สำนักงานเขต ซึ่งทางเขตก็แจ้งกลับมานะครับว่าได้รับเรื่องนี้เป็นจำนวนมาก เช่นกัน ได้มีการทำหนังสือส่ง กสทช. แล้วหลายครั้งแต่สุดท้ายก็กลับมาที่เขตเหมือนเดิม ๔. Call Center และโอเพอเรเตอร์ต่าง ๆ ๕. การไฟฟ้าหรือแม้แต่ผ่านวาระหารือจากสภา ผู้แทนราษฎรเองก็ตามครับ สุดท้ายพบว่าหน่วยงานทุกหน่วยงานโยนกันไปโยนกันมา แล้วแจ้งว่าไม่มีอำนาจหน้าที่แก้ไข ต้องรอทาง กสทช. ตอบกลับมา เพราะเหตุนี้ครับทำให้ปัจจุบันการแจ้งเรื่องที่ผ่านมาก็ยังไม่ถูกการดำเนินการใด ๆ แต่คนที่ เดือดร้อนคือชาวบ้านครับ เราจะเห็นได้ว่าสายสื่อสารห้อยตกลงมาพลาดอยู่ใกล้หม้อแปลง ไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งอยู่ติดกับที่พักอาศัยดูแล้วอันตรายมาก เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุแก่ชาวบ้าน ที่สัญจรไปมาแถวนั้น สิ่งเหล่านั้นคือจุดบกพร่องเล็ก ๆ ที่อาจจะนำไปสู่อุบัติเหตุที่ร้ายแรงได้ เราไม่จำเป็นต้องให้อุบัติเหตุเกิดขึ้นก่อนทุกครั้งแล้วค่อยแก้ไข เรื่องนี้ควรยกให้เป็นวาระ แห่งชาติเสียที เพราะในสายตาชาวต่างชาติส่วนใหญ่นั้นมองสายสื่อสารที่ยุ่งเหยิงของเราเป็น เรื่องที่ Amazing Thailand ครับท่านประธาน ซึ่งเราอาจจะเห็นจนชินตา เราอาจจะหลงลืม ไปแล้วว่าจริง ๆ มันคือปัญหาที่ต้องรีบแก้ไข สุดท้ายนี้ครับเวลาเพียง ๑๕ นาทีที่ผมใช้ อภิปรายในครั้งนี้ไม่สามารถแจ้งปัญหาสายสื่อสารได้หมดจริง ๆ ครับท่านประธาน และด้วย เหตุผลที่ผมกล่าวขึ้นมาทั้งหมดผมจึงขอยืนยันและขอเสนอญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาแผนการจัดระเบียบสายไฟ-สายสื่อสาร และการนำสายไฟสายสื่อสารลงดินในพื้นที่ทั่วทั้งประเทศไทยโดยมิใช่เพื่อการศึกษา เพื่อแก้ไขภายในจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งครับ ขอบพระคุณครับ